IMD เผยอันดับความสามารถในการแข่งขัน

24 May 2011

กรุงเทพฯ--24 พ.ค.--สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย

IMD เปิดเผยรายงานการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของ 59 ประเทศทั่วโลก ประจำปี 2554 พบว่าประเทศในกลุ่มอาเซียนอันดับลดลงยกกลุ่ม โดยสิงคโปร์ที่เคยอยู่ในอันดับที่ 1 ในปีที่ผ่านมาลดลงมาเป็นอันดับที่ 3 รองจากฮ่องกงและสหรัฐอเมริกา มาเลเซียลดลงจากอันดับที่ 10 เป็น 16 ในปีนี้ ส่วนอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์มีอันดับลดลงจากอันดับที่ 35 และ 39 เป็นอันดับที่ 37 และ 41 ตามลำดับ ทั้งนี้ จำนวนประเทศที่ IMD ทำการจัดอันดับได้เพิ่มขึ้นเป็น 59 ประเทศจาก 58 ประเทศในปี 2553 โดยประเทศที่เข้าใหม่คือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สำหรับประเทศไทย มีอันดับลดลง 1 อันดับ จากอันดับที่ 26 ในปี 2553 เป็นอันดับที่ 27 ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาคะแนนเฉลี่ยที่ได้รับ กลับมีคะแนนเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นจากคะแนนเฉลี่ย 73.2 ในปี 2553 เป็น 74.9 ในปี 2554 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นของประเทศไทย แต่ยังคงน้อยกว่าบางประเทศที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ที่เคยมีอันดับต่ำกว่าประเทศไทยและสลับกลับขึ้นมามีอันดับสูงกว่าประเทศไทย 1 อันดับในปีนี้ จากอันดับที่ 27 ในปี 2553 เป็นอันดับที่ 26 ในปี 2554 และทำให้ตระหนักได้ว่า การที่ประเทศไทยจะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกเหนือจากการพิจารณาปัจจัยภายในประเทศแล้ว ยังต้องคำนึงถึงพัฒนาการของประเทศอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย นอกจากนั้น ยังมีประเด็นที่น่าสนใจจากข้อสังเกตของ IMD เกี่ยวกับ Nordic model ที่ทำให้ประเทศในกลุ่มนี้มีความสามารถในการแข่งขันสูง โดยทุกประเทศได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มที่มีอันดับสูงสุด 20 ประเทศ โดยเฉพาะสวีเดนที่เลื่อนขึ้นจากอันดับที่ 6 เมื่อปีที่แล้วเป็นอันดับที่ 4 ในปีนี้ ซึ่งน่าจะนำมาศึกษาเพื่อปรับใช้ในประเทศไทยต่อไป

รายงานของ IMD ระบุจุดแข็งของประเทศไทยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกำลังแรงงานและการจ้างงาน อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ความใส่ใจของธุรกิจต่อความพึงพอใจของลูกค้าและวัฒนธรรมในการทำงาน ความโปร่งใสของสถาบันการเงิน และราคาค่าบริการโทรศัพท์มือถือ ในขณะที่จุดที่ยังต้องปรับปรุงได้แก่ ระดับรายได้ต่อคนของประชากร ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ระยะเวลาที่ใช้ในการเริ่มตั้งธุรกิจใหม่ ผลิตภาพของแรงงานและของประเทศโดยรวม และเรื่องที่มีประเด็นที่ต้องปรับปรุงค่อนข้างมากคือ โครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี อาทิ เทคโนโลยีด้านการสื่อสาร และอินเตอร์เน็ท จำนวนบุคลากรที่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาที่ค่อนข้างต่ำ นอกจากนั้น ยังมีประเด็นด้านการศึกษาที่อัตราส่วนของครูต่อนักเรียนยังสูง ในขณะที่อัตราการเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมยังต่ำ

ทั้งนี้ TMA ในฐานะ Partner Institution กับ IMD มากว่า 10 ปี ได้เห็นถึงความสำคัญของการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการใช้ประโยชน์จากผลสำรวจในเรื่องดังกล่าว จึงได้มีการจัดกิจกรรม Thailand Competitiveness Conference เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องดังกล่าว และทำให้เกิดความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสร้างเสริมประเด็นที่เป็นจุดแข็ง และร่วมกันผลักดันให้เกิดการพัฒนาในประเด็นที่ยังเป็นจุดอ่อนของประเทศ

TMA - สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย

โทรศัพท์ 02-319-7677 ต่อ 111

www.tma.or.th

หมายเหตุ : TMA จะจัดงาน Thailand Competitiveness Conference 2011

ในวันที่ 30-31 สิงหาคม และ 1 กันยายน 2554 ระหว่างเวลา 9.00 – 16.00 น.

ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ห้องคริสตัลฮอลล์