ทริสเรทติ้งย้ำอันดับเครดิต “MINT” ยังไม่ได้รับผลกระทบจากการซื้อกิจการ “OAK” ทันที

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--28 มี.ค.--ทริสเรทติ้ง

ทริสเรทติ้งยืนยัน อันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ของ MINT ยังไม่ได้รับผลกระทบในทันทีจากการประกาศจะซื้อกิจการ OAK ซึ่งเป็นผู้บริหารโครงการเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ในออสเตรเลีย แม้อาจส่งผลให้ MINT มีภาระหนี้เพิ่มสูงขึ้น ทว่าธุรกิจโดยรวมยังแข็งแกร่งจากกระแสเงินสดรับที่ดี บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด กล่าววันนี้ว่า อันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีประกันของ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) ยังไม่ได้รับผลกระทบในทันทีจากแผนการขยายธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศโดยการประกาศเจตนารมณ์ในการซื้อกิจการของ Oaks Hotel & Resorts Ltd. (OAK) ซึ่งดำเนินธุรกิจบริหารโครงการเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ในประเทศออสเตรเลีย โดย MINT ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2554 ว่าบริษัทมีเจตนารมณ์ในการทำคำเสนอซื้อหุ้นโดยจะจ่ายค่าหุ้นเป็นเงินสดเพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดของ OAK ด้วยการทำธุรกรรมผ่าน Delicious Food Holding (Singapore) Pte Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ MINT ถือหุ้น 100% ในประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ MINT จะซื้อหุ้นในราคาหุ้นละ 0.35 ดอลลาร์ออสเตรเลีย การทำคำเสนอซื้อดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทได้ซื้อหุ้นของ OAK จำนวน 14.9% เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2554 และยังตกลงที่จะซื้อหุ้น OAK อีก 5% ซึ่งขึ้นอยู่กับการอนุมัติของ Foreign Investment Review Board (FIRB) ด้วย ทั้งนี้ คำเสนอซื้อหุ้นของ MINT ดังกล่าวขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ MINT จะต้องมีสัดส่วนการถือครองหุ้นส่วนใหญ่ใน OAK ในกรณีที่บริษัทสามารถซื้อหุ้นได้เต็ม 100% บริษัทจะต้องใช้เงินทั้งสิ้น 60.8 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 1,854 ล้านบาท) ซึ่งจะส่งผลให้ภาระหนี้ของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นหลังจากรวมภาระหนี้ของ OAK และภาระหนี้ในการซื้อกิจการ อย่างไรก็ตาม เงินทุนจากการดำเนินงานของ OAK ก็จะทำให้กระแสเงินสดของบริษัทมีมากขึ้น นอกจากนี้ การซื้อกิจการของ OAK จะช่วยขยายธุรกิจการบริหารโรงแรมของบริษัทให้ครอบคลุมภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก และจะเพิ่มจำนวนโรงแรมในกลุ่มรวมเป็นทั้งสิ้น 71 แห่งทั่วทวีปเอเซีย อนุทวีปอินเดีย ตะวันออกกลาง และทวีปออสเตรเลียด้วย OAK เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจบริหารโครงการเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ของประเทศออสเตรเลีย โดย ณ เดือนธันวาคม 2553 บริษัทมีโครงการในความรับผิดชอบ 32 โครงการในประเทศออสเตรเลีย 5 โครงการในประเทศนิวซีแลนด์ และ 1 โครงการในนครรัฐดูไบ ทั้งนี้ โครงการส่วนใหญ่ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ “Oaks” ในช่วง 2 ปีบัญชีที่ผ่านมา OAK มีรายได้ปีละประมาณ 120 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายปีละประมาณ 28-29 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม จากการที่บริษัทมีการตั้งสำรองจากการด้อยค่าของโครงการในนครรัฐดูไบจึงมีผลทำให้กำไรสุทธิในปีบัญชี 2553 ลดลงมาอยู่ที่ -3,544 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เทียบกับกำไรสุทธิ 9,753 ล้านดอลาร์ออสเตรเลียในปีบัญชี 2552 สำหรับช่วง 6 เดือนแรกของปีบัญชี 2554 (ก.ค.-ธ.ค. 2553) บริษัทมีรายได้ 70.8 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายอยู่ที่ 19 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งกล่าวว่า หลังจาก MINT ซื้อกิจการ สิ่งที่จะต้องดำเนินการในลำดับแรกคือการปรับโครงสร้างหนี้ระยะสั้นของ OAK ให้เป็นหนี้ระยะยาวและอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับโครงสร้างธุรกิจ ทริสเรทติ้งกล่าวว่า การซื้อกิจการในครั้งนี้อาจส่งผลทำให้ภาระหนี้ของ MINT เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจของบริษัทยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งจากการมีกระแสเงินสดที่อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยในปี 2553 บริษัทมีเงินทุนจากการดำเนินงาน 2,702 ล้านบาท นอกจากนี้ ในปี 2554 บริษัทยังคาดว่าจะมีกระแสเงินสดจากการโอนหน่วยขายในโครงการ St. Regis Residence จากการที่มียอดขาย (Presales) กว่า 1,000 ล้านบาทในปี 2553 และคาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นในปีนี้อีกด้วย ทั้งนี้ จากการที่บริษัทประกาศเจตนารมณ์ในการขยายธุรกิจด้วยการควบรวมหรือซื้อกิจการ ดังนั้น ผลกระทบจากการลงทุนในอนาคตที่จะมีต่ออันดับเครดิตของบริษัทจึงพิจารณารวมถึงโครงสร้างเงินทุนและผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นสำคัญ ปัจจุบันทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีประกันให้แก่ MINT ที่ระดับ “A” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่”

ข่าวไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล+เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์วันนี้

รายงานดัชนี APB100 ชี้บริษัทอาหารไทยทำคะแนนสูงสุดในเอเชีย ด้านความยั่งยืนโปรตีน แต่ยังไร้แผนลดการพึ่งพาโปรตีนจากสัตว์

บริษัทไทยที่เข้ารับการประเมิน ได้แก่ บมจ. เซ็นทรัลพลาซา (CENTEL), เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF), ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU), ซีพี ออลล์ (CPALL), ไทยเบฟเวอเรจ (ThaiBev), ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT), ดุสิตธานี (DUSIT), เอส แอนด์ พี (S&P), เอ็มเค เรสโตรองต์ (M) และ เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ (PB) ซึ่งครอบคลุมภาคการผลิต ค้าปลีก ร้านอาหาร และโรงแรม บริษัทไทยหลายแห่งอยู่ในกลุ่ม Tier 3 ของการจัดอันดับ แต่ยังไม่มีบริษัทใดทำคะแนนได้เกิน 50% ไทยโดดเด่นด้านการเปิดเผยข้อมูลแรงงานและอาหารทะเล แต่ยังมีจุดอ่อนด้านการดำ

ตอกย้ำคุณภาพกำไร ความแข็งแกร่งของฐานะการเ... MINT สร้างการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงาน 21% ในไตรมาส 4 ปี 2568 และ 16% สำหรับงวดเต็มปี 2568 — ตอกย้ำคุณภาพกำไร ความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน และการขยายธุร...

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ม... ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จับมือ รอยัล โฮลดิ้งส์ บุกตลาดโรงแรมหรูและไลฟ์สไตล์ในญี่ปุ่น — บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT) ซึ่งเป็นบริ...

มร.วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ประธานกรรมก... ฉลองเปิด SIN Rooftop Bar — มร.วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติเป็นประธาน...

ธนาคารกรุงไทย ร่วมกับ บริษัท ไมเนอร์ อินเ... "กรุงไทย" ผนึก "MINT" ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน เชื่อมโยงแผนลดการปล่อยคาร์บอน — ธนาคารกรุงไทย ร่วมกับ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหา...