ป.กก. เสนอบอลไทยไปบอลโลกต่อ รัฐบาลใหม่

ข่าวประชาสัมพันธ์ »
นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ครั้งที่ ๔ โดยมี นางธนิฏฐา เศวตศิลา มณีโชติ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายพีระ ฟองดาวิรัตน์ รองผู้ว่าการฝ่ายอาชีพและสิทธิประโยชน์ การกีฬาแห่งประเทศไทย นายวิมล กาญจนะ อุปนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในการประชุมในครั้งนี้ด้วย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ณ ห้องประชุม ๑ ชั้น ๒ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร นายสมบัติ กล่าวว่า กล่าวว่า ที่ประชุมมีแนวคิดที่จะทำแผนการพัฒนาฟุตบอลไทยให้เป็นกีฬาที่ก่อให้เกิดเศรษฐกิจกีฬา โดยเห็นได้จากรายได้ของสโมสรต่างๆ อีกทั้งยังต้องการที่จะสานต่อแนวคิดที่จะนำพาฟุตบอลไทยไปสู่ฟุตบอลโลก และปรับปรุง พรบ.กีฬาอาชีพ พร้อมเสนองบประมาณพัฒนากีฬาแห่งชาติเพิ่มขึ้นอีกกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเตรียมนำเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ โดยมีการหารือร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ซึ่งจะเห็นได้จากในปัจจุบัน กีฬาฟุตบอล กำลังเป็นที่ได้รับความนิยมจากประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการแข่งขันรายการต่างๆในประเทศ ซึ่งถือเป็นการดีที่จะพัฒนามาตรฐาน ทั้งในส่วนของมาตรฐานในการจัดการแข่งขัน ผู้ตัดสิน เจ้าหน้าที่ รวมไปถึงมาตรฐานสโมสรฟุตบอลที่เข้าร่วมทำการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการสโมสร สนามแข่งขัน และแฟนบอล ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะก่อให้เกิดรายได้กับทางสโมสรฟุตบอลนั้นเอง รวมถึงสร้างรายได้การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) ให้กับประเทศอีกทางหนึ่งด้วย โดยในขณะนี้รัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้อนุมัติให้มีการก่อสร้างสนามกีฬาจังหวัด จำนวน ๑๕ จังหวัด และจะต้องผลักดันให้สนามกีฬาเหล่านี้ ได้มาตรฐานเทียบเท่าตามมาตรฐานที่ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ AFC (Asian Football Confederation) เพื่อยกระดับมาตรฐานฟุตบอลลีกของไทย และสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ในส่วนของแนวทางการพัฒนาของสโมสรฟุตบอลที่จะให้ได้มาตรฐานนั้นจะต้องมีภาพรวมในการพัฒนาด้านการบริหารจัดการเช่น มีสำนักงาน มีอุปกรณ์สำนักงาน มีเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายต่างๆ รวมถึงมีแผนประชาสัมพันธ์ให้กับแฟนคลับ ด้านการพัฒนาฟุตบอล คือ มีระบบพัฒนาเยาวชน มีนักเตะอาชีพที่มีสัญญาจ้างประจำ มีสวัสดิการและประกันภัยให้กับนักเตะ และมีโค้ชที่ได้การรับรองจาก AFC เท่านั้น ในด้านการจัดการแข่งขันจะต้องมีการพัฒนาสนามให้ได้รับการรับรองเป็นระดับ A Class จาก AFC คือมีห้องและอุปกรณ์ตามมาตรฐาน มีแผนรองรับการจลาจล การอพยพคน มีระบบรักษาความปลอดภัย ด้านการบัญชีและการเงิน คือมีการทำบัญชีรับ-จ่าย มีการทำกระแสเงินสด มีใบรับรองการตรวจบัญชีจากสำนักงานตรวจบัญชี และด้านกฎหมาย คือมีการจดทะเบียนบริษัท ซึ่งกรรมการบริษัทจะต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสโมสรฟุตบอลอื่นๆใดอีก เป็นต้น ซึ่งหากว่า สโมสรฟุตบอลต่างๆของไทย สามารถพัฒนามาตรฐานในด้านต่างๆเหล่านี้ จนสามารถผ่านการรับรองของ AFC ได้นั้น จะทำให้เพิ่มสิทธิในการเข้าแข่งขันในรายการสำคัญ ต่างๆของ AFC ได้ ก่อให้เกิดวงจรเศรษฐกิจที่เกิดจากกีฬาฟุตบอล คือสโมสรมีรายได้จากค่าผ่านประตู ค่าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ สินค้าที่ระลึก ค่าตัวจากการซื้อ – ขายแลกเปลี่ยนตัวนักกีฬา และจะทำให้นักกีฬามีรายได้ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆมีรายได้ และพัฒนาได้ตามเป้าหมายและมาตรฐานของ AFC คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศกว่า ๘๐ – ๑๐๐ ล้านบาทต่อปี ในแต่ละสโมสร เป็นมูลค่ารวมกว่า ๑๒,๓๐๐ ล้านบาทต่อปี นายสมบัติ กล่าวทิ้งท้ายว่า การที่จะใช้ฟุตบอลอาชีพเป็นเครื่องมือภายใต้แนวคิด “ฟุตบอลอาชีพ สร้างสุขสังคม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็ง จะต้องดำเนินการเร่งด่วนใน ๓ ด้าน ประกอบด้วย ๑.การยกระดับสโมสรฟุตบอลและองค์กรที่เกี่ยวข้องให้มีศักยภาพการบริหารจัดการเทียบเท่ามาตรฐานสากล (ตาม club licensing – AFC) ๒.การสร้างกระแสความนิยม และวัฒนธรรมในการมีส่วนร่วมของฟุตบอลอาชีพจากทุกภาคส่วนอย่างบูรณาการให้เอื้อต่อการสร้างความยั่งยืนให้กับฟุตบอลอาชีพ ๓.การสร้างและพัฒนานักกีฬาและบุคลากรเป็นมืออาชีพและได้มาตรฐาน เชื่อว่า หากพัฒนาได้อย่างเป็นรูปแบบตามแนวคิดดังกล่าว จะทำให้คำว่า “บอลไทย ไปบอลโลก” จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในระยะเวลา ๑๐ – ๑๕ ปีข้างหน้านี้อย่างแน่นอน

ข่าวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา+สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยวันนี้

"TCEB" ผนึกกำลังพันธมิตรทุกภาคส่วนสุดพลัง! ประกาศ "ประเทศไทยเสนอชื่อเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030"

TCEB นำโดย ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. (TCEB) พร้อมด้วยพันธมิตรภาคประชาสังคม ภาครัฐ และภาคเอกชน อาทิ กรุงเทพมหานคร ,กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ,กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ,บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ผู้จัดงาน "Bangkok Pride Festival" ,มูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน (ThaiTGA) ,มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ (for-sogi) และเครือข่ายผู้จัดงานไพรด์ทั่วประเทศ (Pride City Network) เป็นต้น

การขับเคลื่อน THAILAND GREEN PLAN 2030 ขอ... Thailand Green Coach พลังสำคัญยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล — การขับเคลื่อน THAILAND GREEN PLAN 2030 ของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ...

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและก... Thailand Good Travel ชู 41 แหล่งท่องเที่ยวและผู้ประกอบการต้นแบบ สู่มาตรฐานสากล — กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดงาน พิธีมอบตราสัญลักษณ์มา...