ตำนานแห่งความสำเร็จ: 15 ปีของรุ่นบ็อกซเตอร์ (Boxster) ปอร์เช่ บ็อกซเตอร์ และเคย์แมน ได้รับการผลิตกว่า 300,000 คัน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--1 ก.ค.--AAS

สตุ้ดการ์ด. ได้เวลาอันสมควรแล้วแก่การเฉลิมฉลองการครบรอบ 15 ปี ที่ปอร์เช่ บ็อกซเตอร์ (Boxster) ได้รับการผลิตขึ้นมา อีกทั้งยังมียอดการผลิตกว่า 300,000 คันเมื่อรวมกับรุ่นเคย์แมน (Cayman) ซึ่งเป็นรุ่นที่เปรียบเสมือนพี่น้องกันเลยทีเดียว ด้วยรูปลักษณ์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างเหนือกาลเวลาของรถสปอร์ต 2 ที่นั่ง เครื่องยนต์วางกลางจากค่ายปอร์เช่คันนี้นี่เอง ที่เสมือนว่าเป็นตัวแทนของรถสปอร์ตได้อย่างงดงาม และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จนี้จึงได้มีบ็อกซเตอร์ (Boxster) รุ่นพิเศษออกมา นั่นคือรุ่นบ็อกซเตอร์ สไปเดอร์ (Boxster Spyder) ที่มาพร้อมกับสีเงิน (Platinum Silver Metallic) และหนังแท้สีแดง (Carrera Red) ที่จะมาตกแต่งให้กับภายในรถเพื่อเพิ่มความโดดเด่นอีกด้วย โดยแผนการผลิตนี้จะเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน สำหรับลูกค้าในเยอรมนีเป็นที่แรก เบื้องหลังความสำเร็จที่ยาวนานคือการพัฒนาแนวคิดเครื่องยนต์วางกลางอย่างต่อเนื่องและกลายมาเป็นรุ่นมาตรฐานที่โดดเด่นให้กับรถยนต์ในคลาสนี้เลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นตลาดรถสปอร์ตในอเมริกาได้จัดอันดับให้บ็อกซเตอร์ (Boxster) เป็นรถที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของรถที่ดีที่สุดถึง 10 ปีซ้อน ส่วนในเยอรมนีนั้นบ็อกซเตอร์มักได้ถูกจัดอันดับเป็นที่สองหรือที่สามเสมอ เพราะรุ่นที่ถือได้ว่าดีที่สุดและคว้าชัยที่หนึ่งมาได้นั้นคือรุ่น 911 นั่นเอง ต้นกำเนิดของบ็อกซเตอร์ (Boxster) มาจากการผสมผสานระหว่างความเป็นปอร์เช่ที่มีมาแต่ดั้งเดิมผสานกับความสามารถที่โดดเด่นของรถ ความปราดเปรียว และพร้อมจะทะยานไปได้ไกลอย่างไร้ขีดจำกัด ปอร์เช่เริ่มเปิดตัวบ็อกซเตอร์ (Boxster) เป็นครั้งแรกในปี 1993 ในงานดีทรอยด์ มอเตอร์โชว์ สำหรับเรื่องของการออกแบบนั้นบ็อกซเตอร์ (Boxster) ได้รับแนวคิดมาจากรุ่น 356 No. 1 และรุ่น 550 สไปเดอร์ (550 Spyder) ที่โด่งดังในอดีต และผลตอบรับที่ได้จากสาธารณชนอย่างดีเยี่ยมหลังจากการเผยโฉมออกมานี้เอง ส่งผลให้เกิดการตัดสินใจในการนำบ็อกซเตอร์เข้าสู่สายการผลิตในช่วงฤดูร้อนปี 1996 นั่นเอง ด้วยเส้นสายของรถที่แสดงให้เห็นถึงความคล่องตัว ด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่เหนือชั้น และด้วยราคาที่น่าดึงดูดใจทำให้รถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางรุ่นนี้กลายเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ขายดีที่สุด และได้รับกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เข้าสู่โลกของ ปอร์เช่ได้ จากความสำเร็จของแนวคิดนี้ทำให้ปอร์เช่ตัดสินใจพัฒนารถยนต์คูเป้ที่มีรากฐานจากรุ่นเปิดประทุน 2 ที่นั่งขึ้นมาอีกหนึ่งรุ่นนั่นคือ เคย์แมน (Cayman) และทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน IAA Frankfurt Motor Show ปี 2005 ด้วยยอดขายและความต้องการที่ล้นหลามส่งผลให้ปอร์เช่ บ็อกซเตอร์ (Boxster) และเคย์แมน (Cayman) ต้องขยายการผลิตไปที่โรงงานผลิต Valmet Automotive.ในฟินแลนด์ เพิ่มเติมจากโรงงานที่.Zuffenhausen บ็อกซเตอร์ (Boxster) เปิดประทุนมีทั้งหมด 4 รุ่นนั่นคือ บ็อกซเตอร์ (Boxster) บ็อกซเตอร์ เอส (Boxster S) บ็อกซเตอร์ เอส แบล๊ค อิดิชั่น (Boxster S Black Edition) และบ็อกซเตอร์ สไปเดอร์ (Boxster Spyder) ส่วนเคย์แมนมี 4 รุ่นเช่นเดียวกัน เคย์แมน (Cayman) เคย์แมน เอส (Cayman S) เคย์แมน เอส แบล๊ค อิดิชั่น (Cayman S Black Edition) และเคย์แมน อาร์ คูเป้ (Cayman R Coupe) สำหรับสมรรถนะของเครื่องยนต์ 2 รุ่นนั้นมีความหลากหลายระหว่าง 255 แรงม้า (188 กิโลวัตต์) และ 330 แรงม้า (243 กิโลวัตต์) อีกทั้งอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นมีอัตราอยู่ระหว่าง 9.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และ 9.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรเท่านั้น นั่นคือผลจากแนวคิด Porsche Intelligent Performance นั่นเอง ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ปอร์เช่ ได้ที่ แผนกขาย โทร. 02-522-6655 ต่อ 101-102 หรือ เยี่ยมชมเว็บไซด์ได้ที่ www.porsche.co.th หมายเหตุ: ผู้สื่อข่าวสามารถเข้าไปค้นหาข่าวสารและรูปภาพของปอร์เช่ บ็อกซเตอร์ (Boxster) และเคย์แมน (Cayman) ได้ใน Porsche Press Database ที่เว็บไซด์ https://presse.porsche.de Porsche Centre Bangkok PR Public Relations and Media กมลทิพย์ ศักดิ์สมานชัย Phone: +662 522 6655 ext. 448 E-Mail: [email protected]

ข่าวเครื่องยนต์+บ็อกซเตอร์วันนี้

VELOIL เปิดตัว "Veloil Racing Power Up Synthetic Blend API CI" ทางเลือกใหม่สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ภายใต้แนวคิด "เวลลอย ลื่นเหลือล้น ทนเหลือหลาย"

บริษัท เวลลอย (VELOIL) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Veloil Racing Power Up Synthetic Blend API CI น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี Synthetic Blend เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการหล่อลื่น ปกป้องเครื่องยนต์ และรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการใช้งานหนัก ภายใต้แนวคิด "เวลลอย ลื่นเหลือล้น ทนเหลือหลาย" ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่นี้ผ่านมาตรฐาน API CI ซึ่งได้รับการพัฒนาสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่ต้องรับภาระการทำงานสูง โดยมีคุณสมบัติเด่นในการช่วยลดการสะสมของคราบเขม่าและตะกอนภาย

เปิดตัวครั้งแรกของโลกที่งาน IAA: เรนจ์เอ็... มาห์เล เร่งผลักดันภาคอุตสาหกรรมขนส่งทางถนนเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า — เปิดตัวครั้งแรกของโลกที่งาน IAA: เรนจ์เอ็กซ์เทนเดอร์รุ่นใหม่สำหรับรถบรรทุกไฟฟ้าขนาดใหญ...

ในงาน Impact Speed Fest 2026 เทศกาลสำหรับ... บางจากฯ นำ Bangchak Hi Premium + Plus โชว์สมรรถนะน้ำมันเชื้อเพลิงจากรถแข่งสู่รถคุณ — ในงาน Impact Speed Fest 2026 เทศกาลสำหรับคนรักรถระดับประเทศ บริษัท บา...

สำหรับเจ้าของรถซูเปอร์คาร์ รถหรู หรือรถสป... PIRELLI P ZERO ดีไหม ทำไมเป็นยางสปอร์ตที่คนใช้รถไม่ควรมองข้าม — สำหรับเจ้าของรถซูเปอร์คาร์ รถหรู หรือรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ยางรถยนต์คือชิ้นส่วนสำคัญที่สุดชิ้...