ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้มีการค้ำประกัน “บ. โกลว์ พลังงาน” ที่ “A” ด้วยแนวโน้ม “Stable”

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--12 ก.ค.--ทริสเรทติ้ง

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้มีการค้ำประกันของ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “A” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” โดยอันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงผลงานในธุรกิจผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยของบริษัทที่ได้รับการยอมรับ ตลอดจนการมีกระแสเงินสดที่แน่นอนจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (Power Purchase Agreement -- PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและไอน้ำระยะยาวกับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของลูกค้าส่วนใหญ่ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ในบริเวณมาบตาพุด ในขณะที่แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหมายว่าบริษัทจะมีกระแสเงินสดที่แน่นอนจากการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับ กฟผ. และกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม โดยการเปิดดำเนินการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจะค่อย ๆ เพิ่มกระแสเงินสดที่แน่นอนให้แก่บริษัทในปี 2556 และปี 2557 ตามลำดับ ทริสเรทติ้งรายงานว่า บริษัทโกลว์ พลังงานก่อตั้งในปี 2536 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าในโครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (Small Power Producer -- SPP) ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด บริษัทได้ขยายสู่ธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (Cogeneration) และธุรกิจผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (Independent Power Producer – IPP) ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ปัจจุบันกลุ่ม GDF Suez ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท ทั้งนี้ GDF SUEZ เป็นกลุ่มพลังงานชั้นนำของโลกซึ่งดำเนินธุรกิจหลักด้านพลังงานตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า ค้าก๊าซ และให้บริการด้านพลังงานอื่น ๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะในยุโรป ปัจจุบัน บริษัทโกลว์ พลังงานเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ของไทย โดยในปี 2554 มีรายได้และกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จากธุรกิจ Cogeneration ประมาณ 70% ของรายได้ทั้งหมด ณ เดือนมีนาคม 2555 กลุ่มบริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 2,416 เมกะวัตต์ ซึ่งประกอบด้วย IPP 865 เมกะวัตต์ และ Cogeneration 1,551 เมกะวัตต์โดยโรงไฟฟ้า IPP พลังงานก๊าซของบริษัทแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี และโรงไฟฟ้า IPP พลังงานน้ำอีกแห่งตั้งอยู่ในประเทศลาว ธุรกิจโรงไฟฟ้า Cogeneration ของบริษัทซึ่งตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและอีสเทิร์นซีบอร์ดในจังหวัดระยองส่วนใหญ่ให้บริการแก่ลูกค้าในธุรกิจปิโตรเคมีซึ่งต้องการกระแสไฟฟ้าที่มีความแน่นอนสูง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีความเสี่ยงจากการมีลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีซึ่งกระจุกตัวอยู่ในเขตพื้นที่มาบตาพุดโดยบริษัทขายไฟฟ้าให้แก่กลุ่มลูกค้าในธุรกิจยานยนต์ในอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยองเพียงประมาณ 2% ของกำลังการผลิตรวมเท่านั้น ทริสเรทติ้งกล่าวว่า จากกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมของกลุ่มโกลว์จำนวน 2,416 เมกะวัตต์และกำลังการผลิตไอน้ำจำนวน 1,206 ตันต่อชั่วโมง บริษัทโกลว์ พลังงานทำสัญญา PPA อายุระหว่าง 21-25 ปีเพื่อขายไฟฟ้าจำนวน1,593 เมกะวัตต์ให้แก่ กฟผ. โดยสัญญาดังกล่าวมีระยะเวลาคงเหลือระหว่าง 5-25 ปี ส่วนปริมาณไฟฟ้าที่เหลือและไอน้ำ รวมถึงน้ำปราศจากแร่ธาตุนั้นบริษัททำสัญญาซื้อขายระยะยาวกับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม ทั้งนี้ การขายไฟฟ้าและไอน้ำตามสัญญาดังกล่าวถือเป็นแหล่งรายได้ที่แน่นอนสำหรับบริษัท โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้จากการขายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. ในสัดส่วน 55%-60% และส่วนที่เหลือขายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม ปริมาณไฟฟ้าที่ขายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็น 4,249 กิกะวัตต์ชั่วโมงในปี 2554 โดยเพิ่มขึ้น 9.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นและการรวมงบการเงินกับ บริษัท โกลว์ เอสพีพี 11 จำกัด และ บริษัท โกลว์ เอสพีพี 13 จำกัด ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2554 ในขณะเดียวกัน ความต้องการใช้ไอน้ำของลูกค้าอุตสาหกรรมก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 15.8% เมื่อเทียบกับปี 2553 ทำให้รายได้รวมของบริษัทสูงขึ้น 13.0% เป็น 40,359 ล้านบาท แม้ว่าในปี 2554 ปริมาณขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า IPP จะลดลงเนื่องจาก EGAT สั่งจ่ายไฟน้อยกว่าปกติเนื่องจากปัญหาอุทกภัย แต่อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้ของบริษัทก็ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 23.0% ในปี 2554 จาก 25.0% ในปี 2553 เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นมากในขณะที่กำลังการผลิตส่วนขยายยังเดินเครื่องไม่เต็มที่ EBITDA ของบริษัทจึงเพิ่มขึ้นเพียง 4.3% เป็น 9,477 ล้านบาท จาก 9,084 ล้านบาทในปี 2553 อัตรากำไรจากการดำเนินงานยังปรับตัวลดลงเป็น 19.3% ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2555 เนื่องจากรัฐบาลชะลอการปรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Fuel Adjustment -- Ft) ทำให้ EBITDA ของบริษัทลดลงเป็น 2,176 ล้านบาทหรือลดลง 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้และค่าปรับที่ได้รับจากผู้รับเหมาของโครงการเก็คโค่ วัน ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 660 เมกะวัตต์ บริษัทบันทึกค่าปรับจากความล่าช้าของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจำนวน 1,046 ล้านบาทในไตรมาส 1 ของปี 2555 เพิ่มเติมจากที่บันทึกไปแล้วจำนวน 546 ล้านบาทในไตรมาสที่ 4 ของปี 2554 อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทอยู่ในระดับ 64% ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2555 เนื่องจากการกู้ยืมเพื่อการลงทุนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าตามแผน คาดว่า EBITDA ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นในครึ่งหลังของปี 2555 เนื่องจากรัฐบาลได้อนุมัติให้ปรับเพิ่มค่า Ft จำนวน 0.30 บาทต่อหน่วยในระหว่างเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคม 2555 ในขณะที่ค่าเชื่อเพลิงมีแนวโน้มอ่อนตัวลงเช่นเดียวกับราคาน้ำมันเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก โครงการโรงไฟฟ้าใหม่ที่อยู่ระหว่างพัฒนาในปัจจุบันประกอบด้วยโรงไฟฟ้า IPP 1 โครงการและโรงไฟฟ้า SPP อีก 1 โครงการ โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 660 เมกะวัตต์ภายใต้โครงการ IPP หรือ “เก็คโค่ วัน” ล่าช้ากว่ากำหนดมากว่า 6 เดือนแล้วเนื่องจากการก่อสร้างล่าช้าและการทดสอบระบบกับ กฟผ. ใช้เวลาค่อนข้างนาน คาดว่าโครงการเก็คโค่ วัน จะเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2555 ความล่าช้าของโครงการเก็คโค่ วัน ทำให้บริษัทโกลว์ พลังงานต้องจ่ายเงินค่าปรับให้แก่ กฟผ. ตามสัญญา PPA อย่างไรก็ตาม เงินค่าปรับที่บริษัทได้รับจากผู้รับเหมาก่อสร้างคาดว่าจะเพียงพอสำหรับการจ่ายค่าปรับให้แก่ กฟผ. ส่วนโครงการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าซึ่งใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงขนาด 110 เมกะวัตต์ภายใต้โครงการ SPP นั้นคาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2555 โดยจะใช้เงินลงทุนอีก 1,300 ล้านบาทในปีนี้ โครงการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้ง 2 โครงการดังกล่าวจะทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าของบริษัทเพิ่มขึ้นอีก 770 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมของกลุ่มโกลว์จะเพิ่มขึ้น 32% เป็น 3,186 เมกะวัตต์ในปี 2555 หลังเสร็จสิ้นการลงทุนจำนวนมากโดยบริษัทยังไม่มีแผนการลงทุนขนาดใหญ่ในอนาคตอันใกล้ทำให้คาดว่าอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนและความสามารถในการชำระหนี้ของบริษัทจะปรับตัวดีขึ้นตามลำดับในปี 2556-2557 ทริสเรทติ้งกล่าว บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) (GLOW) อันดับเครดิตองค์กร: คงเดิมที่ A อันดับเครดิตตราสารหนี้: GLOW12DA: หุ้นกู้มีการค้ำประกัน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2555 คงเดิมที่ A GLOW156A: หุ้นกู้มีการค้ำประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2558 คงเดิมที่ A GLOW173A: หุ้นกู้มีการค้ำประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2560 คงเดิมที่ A GLOW175A: หุ้นกู้มีการค้ำประกัน 2,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2560 คงเดิมที่ A GLOW17OA: หุ้นกู้มีการค้ำประกัน 1,600 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2560 คงเดิมที่ A GLOW186A: หุ้นกู้มีการค้ำประกัน 2,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2561 คงเดิมที่ A GLOW194A: หุ้นกู้มีการค้ำประกัน 2,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2562 คงเดิมที่ A GLOW19OA: หุ้นกู้มีการค้ำประกัน 1,400 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2562 คงเดิมที่ A GLOW218A: หุ้นกู้มีการค้ำประกัน 5,555 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 คงเดิมที่ A แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable (คงที่) -กภ-

ข่าวการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย+การไฟฟ้าฝ่ายผลิตวันนี้

ภาครัฐ-เอกชนร่วมเชิดชู 5 โครงงานวิทยาศาสตร์เยาวชน คว้ารางวัลพิเศษ เวที Prime Minister's Science Award 2026

นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM เป็นประธานเปิดโครงการ Prime Minister's Science Award 2026 รอบชิงชนะเลิศ โดยมี ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการ NSM เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลฯ โดยได้คัดเลือกสุดยอดโครงงานวิทย์ฯ ของเยาวชนระดับประเทศที่มีผลงานโดดเด่น โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท เอ็กซอนโมบิล จำกัด บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด

ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์มาตรฐานสากล มอบแสงส... Solar PPM ผนึกกำลัง กฟผ. ขับเคลื่อนโครงการ "หนึ่งพลังงาน สร้างร้อยการเรียนรู้" — ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์มาตรฐานสากล มอบแสงสว่างแห่งโอกาส ณ โรงเรียนเพียงหลว...

กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) บริษัทชั้... Dow หนุนเวที First Tech Challenge เฟ้นหานักประดิษฐ์หุ่นยนต์ทีมไทย ลุยชิงแชมป์โลก — กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านวัสดุศาสตร์ (Ma...