ธนาคารเกียรตินาคิน สินเชื่อไตรมาส 1 เพิ่มขึ้น 7%

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--23 เม.ย.--ธนาคารเกียรตินาคิน

“ธนาคารเกียรตินาคิน” รายงานผลการดำเนินไตรมาส 1/2555 สินเชื่อรวมเติบโตต่อเนื่องที่ 7% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งปีที่ 21% ด้านกำไร อยู่ที่ 577 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 7.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมเตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่ประจำปี 2555 อนุมัติแผนการ ร่วมกิจการกับทุนภัทรในวันที่ 26 เมษายน นี้ นายชวลิต จินดาวณิค ประธานสายการเงินและงบประมาณ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) (Mr. Chavalit Chindavanig, Head of Finance and Budgeting of Kiatnakin Bank Plc) เปิดเผยว่า “ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในไตรมาสแรกของปี 2555 (สิ้นสุด 31 มีนาคม 2555) ธนาคารและบริษัทย่อยมีการ ขยายตัวของสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง สินเชื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 7% ส่งผลให้ยอดสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 145,311 ล้านบาท ส่วนใหญ่ยังคงเป็นการ ขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ทั้งรถใหม่และรถมือสอง โดยมีปัจจัยหนุนมาจากยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังเหตุการณ์มหา อุทกภัยเมื่อปลายปี และมาตรการรถคันแรกของรัฐบาล สำหรับปี 2555 นี้ ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตทั้งปีที่ 21% ซึ่งคาดว่าผลการดำเนินงานจะเป็นไป ตามเป้าหมายที่วางไว้” ทางด้านสินเชื่อรวมของธนาคาร จากการที่ธนาคารได้ปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ โดยแบ่งธุรกิจสินเชื่อ ออกเป็น สินเชื่อรายย่อย สินเชื่อธุรกิจ และสินเชื่อสายบริหารหนี้ โดยมียอดการให้สินเชื่อ ได้แก่ สินเชื่อธนาคารรายย่อย (เช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อ บุคคล Micro SMEs และสินเชื่อเคเหะ) มียอดรวมอยู่ที่ 110,850 ล้านบาท หรือคิดเป็น 76.3% ของสินเชื่อรวม ส่วนสินเชื่อธุรกิจ (ธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจ SMEs) มียอดรวมที่ 32,348 ล้านบาท คิดเป็น 22.3% ของสินเชื่อรวม ที่เหลือคือสินเชื่อสายบริหารหนี้ อยู่ที่ 1,537ล้าน บาท สำหรับหนี้สินรวม (เงินฝาก หุ้นกู้ ตั๋วบีอี และหนี้สินอื่นๆ) มีจำนวน 177,214 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% จากสิ้นปี 2554 แบ่งเป็นเงินฝาก 77,875 ล้านบาท (44%) ตั๋วแลกเงิน 64,482 ล้านบาท (36%) หุ้นกู้ 21,800 ล้านบาท (12%) และอื่นๆ 13,057 ล้านบาท (7%) ในไตรมาส 1 นี้ ธนาคารและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิรวม 577 ล้านบาท ลดลง 7.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 10% ในส่วนของสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 201,957 ล้านบาท มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเท่ากับ 15.10% โดยเป็นเงินกองทุนในชั้นที่ 1 ถึง 14.40% ในส่วน ของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) เฉพาะธนาคารอยู่ที่ 3.5% ของสินเชื่อรวม ซึ่งเท่ากับสิ้นปี 2554 ที่ 3.5% เช่นกัน “สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินงานเพื่อร่วมกิจการและร่วมบริหารงานกับบริษัททุนภัทร จำกัด (มหาชน) ภายหลังจากที่คณะกรรมการธนาคารและทุน ภัทรมีมติเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2554 เห็นชอบให้เข้าลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการร่วมกิจการ และต่อมาเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 คณะกรรมการ ธนาคารมีมติเห็นชอบให้ธนาคารเข้าลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นระหว่างกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธนาคารและทุนภัทร เพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดของทุนภัทรจาก กลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยการดำเนินงานขั้นต่อไปคือการขออนุมัติการร่วมกิจการจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2555 ของธนาคารในวันที่ 26 เมษายน 2555 ซึ่งหากมีความคืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้ทราบต่อไป” นายชวลิต กล่าวในตอนท้าย ตัวเลขที่สำคัญทางการเงิน ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ล้านบาท ข้อมูล 31 มี.ค. 55 31 ธ.ค. 54 เปลี่ยนแปลง(%) สินเชื่อและลูกหนี้รวม 145,311 135,749 7.0 สินเชื่อรายย่อย 110,850 103,210 7.4 ? สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 104,588 96,946 7.9 ? สินเชื่อบุคคล 3,090 3,079 0.3 ? สินเชื่อMicro SMEs 1,698 1,667 1.8 ? สินเชื่อเคหะ 1,475 1,517 (2.8) สินเชื่อธุรกิจ 32,348 30,491 6.1 ? สินเชื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 17,694 16,851 5.0 ? สินเชื่อSMEs 14,654 13,640 7.4 สินเชื่อสายบริหารหนี้ 1,537 1,601 (4.0) สินเชื่ออื่นๆ 575 446 28.8 สินทรัพย์รวม 201,957 189,327 6.3 หนี้สินรวม 177,214 165,731 6.9 กำไรสุทธิ 577 2,859 หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 3.5% 3.5% เงินปันผลต่อหุ้น - 2.40 บาท* ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย 3.5% 4.3% *เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 เมษายน 2555 -นท- สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวธนาคารเกียรตินาคิน+ประชุมผู้ถือหุ้นวันนี้

เจนเนอราลี่ จับมือธนาคารเกียรตินาคินภัทร เปิดตัว "KKPGEN Flow 678" โซลูชันเพื่อแผนการเงินที่ลื่นไหล การันตีเงินคืน 8% ต่อเนื่อง

เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) ผนึกกำลัง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เดินหน้าขยายโซลูชันด้านการวางแผนทางการเงิน เปิดตัว "KKPGEN Flow 678" ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์รูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยสร้างวินัยทางการเงิน ชูจุดเด่นสร้างกระแสเงินสดต่อเนื่องด้วยเงินคืน 8% ทุกปี จ่ายตั้งแต่ปีกรมธรรม์แรกจนถึงอายุ 77 ปี พร้อมความคุ้มครองชีวิตสูงสุด 700% ชำระเบี้ยระยะสั้นเพียง 6 ปี แต่ดูแลยาวนานถึงอายุ 78 ปี มอบความยืดหยุ่นและมั่นคงท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายทางการเงินในกรมธรรม์เดียว นางเกษรา

AURA ส่งสัญญาณบวก ได้รับการสนับสนุนวงเงิน... AURA จับมือ ธนาคารพันธมิตร หนุนวงเงิน 4,500 ลบ. ลุยธุรกิจค้าปลีกและขายฝากทองคำ — AURA ส่งสัญญาณบวก ได้รับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อร่วม (Syndicated Loan) จ...