อินโฟซิสติดกลุ่ม “ผู้นำ” ในรายงาน Magic Quadrant for International Retail Core Banking 2012

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

บังกาลอร์ ประเทศอินเดีย, ลอนดอน และ นิวยอร์ก--5 ต.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์ – เฟิร์สท์คอลล์ / อินโฟเควสท์


การ์ทเนอร์ อิงค์ (Gartner, Inc.) จัดอันดับบริษัทอินโฟซิส (Infosys) ให้อยู่ในกลุ่มผู้นำในรายงาน “Magic Quadrant for International Retail Core Banking 2012*” จากโซลูชั่นการธนาคารพื้นฐาน Finacle(TM) ของอินโฟซิส โซลูชั่นดังกล่าวโดดเด่นที่สุดในบรรดาผู้ค้า/ผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 19 รายที่มีการประเมินในการศึกษาครั้งนี้ ด้วยศักยภาพด้านการจัดการและความสมบูรณ์แบบของวิสัยทัศน์ ทั้งนี้ สามารถดูรายงานได้ที่ http://www.infosys.com/finacle

ดอน ฟรี (Don Free) ผู้อำนวยการการวิจัยบริษัทการ์ทเนอร์ กล่าวถึงรายงาน Magic Quadrant ว่า “การที่โซลูชั่นคอร์แบงค์กิ้ง (ระบบงานหลักของธนาคาร) กลับมามีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว และการที่ประธานเจ้าหน้าที่สารสนเทศ (CIO) ของธนาคารมักอยู่ในตำแหน่งไม่นาน เป็นปัจจัยที่กดดันให้ผู้บริหารและสมาชิกคณะกรรมการบริหารต้องตัดสินใจเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ปัจจุบันรูปเกมเปลี่ยนแปลงไป ใช่ว่าทุกคนจะพอใจเมื่อได้รับตำแหน่งใหม่ และใช่ว่าทุกคนจะมีความรู้มากพอที่จะตั้งคำถามที่ถูกต้องและเลือกไม่พลาด ธนาคารที่ประสบความสำเร็จจะต้องจัดการกับปัจจัยเสี่ยงสำคัญๆด้วยการตามเทรนด์เทคโนโลยีและความเคลื่อนไหวของผู้ค้าให้ทัน ทั้งนี้ รายงาน Magic Quadrant จะช่วยให้ CIO มุ่งความสนใจไปที่สิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือความสัมพันธ์ระหว่างผู้ค้ากับผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจที่สำคัญ”

การ์ทเนอร์ระบุว่า “กลุ่มผู้นำในรายงาน Magic Quadrant คือกลุ่มของผู้ค้าที่แสดงให้เห็นถึงวิธีการพัฒนาที่แข็งแกร่ง และผู้ค้าเหล่านี้มีกลยุทธ์ที่ดีในการจำแนกการทำงานของซอฟต์แวร์คอร์แบงค์กิ้งให้เป็นโครงสร้างที่มีส่วนประกอบต่างๆ ผู้ค้าหลายรายมีวิธีการรับประกันคุณภาพหรือกำลังใช้กลยุทธ์ที่จะนำไปสู่การได้รับการรับรอง ผู้ค้าส่วนใหญ่ยังคงมีความเข้าใจในตลาดการธนาคารเพราะมีกระบวนการที่เป็นระเบียบแบบแผน รวมถึงมีเครือข่ายการขนส่งและช่องทางการขายที่กว้างขวาง แม้จะมีผู้ค้า/ผลิตภัณฑ์มากมายที่มีความสมดุลในรายงานนี้ แต่บางรายก็กำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลง และครอบครองผลิตภัณฑ์ที่กำลังพัฒนาหรือวุฒิภาวะเชิงกระบวนการ หรือทั้งสองอย่าง”

“เราเชื่อว่าการประเมินครั้งนี้ช่วยตอกย้ำว่า Finacle(TM) เป็นผู้นำในตลาดระบบคอร์แบงค์กิ้งของโลก” Haragopal Mangipudi หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ Finacle ของอินโฟซิส กล่าว “Finacle(TM) ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของเราสามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของผู้บริโภคในอุตสาหกรรมการธนาคาร และช่วยให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอย่าง Finacle(TM) Digital Commerce และ Finacle(TM) Mobile Banking Solution สู่ตลาดได้ เพื่อให้ลูกค้ามีช่องทางการเติบโตต่อไป ทั้งนี้ วิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำทางความคิดในภาคส่วนนี้ สะท้อนให้เห็นว่าเรามีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโซลูชั่นต่างๆเพื่อธนาคารในอนาคต”

Finacle(TM) ร่วมมือกับธนาคารหลายแห่งเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ด้วยการช่วยให้ธนาคารเหล่านี้มีนวัตกรรมที่ทันสมัย ปัจจุบัน Finacle(TM) เป็นโซลูชั่นที่ธนาคาร 165 แห่งใน 78 ประเทศเลือกใช้ และให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 359 ล้านคนอย่างมีประสิทธิภาพ

*Gartner, Inc., "Magic Quadrant for International Retail Core Banking," Don Free, September 26, 2012.

เกี่ยวกับ Magic Quadrant

การ์ทเนอร์ไม่ได้ให้การรับรองผู้ค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใดที่กล่าวถึงในรายงานการวิจัย และไม่ได้แนะนำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีเลือกเฉพาะผู้ค้าที่อยู่ในกลุ่ม “ผู้นำ” เท่านั้น รายงานการวิจัยของการ์ทเนอร์ประกอบด้วยความคิดเห็นขององค์กรด้านการวิจัยของการ์ทเนอร์ ดังนั้นจึงไม่ควรตีความว่าเป็นข้อเท็จจริง ทั้งนี้ การ์ทเนอร์ปฏิเสธการรับรอง การแสดงความเห็น หรือการกล่าวเป็นนัยใดๆ เกี่ยวกับรายงานการวิจัยนี้ และปฏิเสธการรับรองความสามารถทางการค้าหรือความสมบูรณ์เพื่อจุดมุ่งหมายเฉพาะเจาะจงใดๆ

เกี่ยวกับอินโฟซิส

อินโฟซิสจับมือกับองค์กรธุรกิจทั่วโลกเพื่อผลักดันการเติบโตขององค์กรเหล่านั้นด้วยนวัตกรรม เหตุผลดังกล่าวส่งผลให้นิตยสารฟอร์บสจัดอันดับให้อินโฟซิสอยู่ในอันดับที่ 15 ในรายชื่อ 100 บริษัทที่มีนวัตกรรมสูงที่สุด ในฐานะผู้นำด้านการให้คำปรึกษา เทคโนโลยี และโซลูชั่นการเอาท์ซอร์สที่ล้ำสมัย อินโฟซิสช่วยให้ลูกค้าในกว่า 30 ประเทศบรรลุเป้าหมายขององค์กร สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.infosys.com เพื่อศึกษาว่าอินโฟซิส (NASDAQ: INFY) และพนักงานกว่า 150,000 คนสร้างองค์กรแห่งอนาคต [Building Tomorrow’s Enterprise(R)] ในปัจจุบันได้อย่างไร

คำจำกัดสิทธิ์ความรับผิดชอบ (Safe Harbor)

สถานะบางประเด็นที่เกี่ยวกับแนวโน้มการขยายตัวในอนาคตของอินโฟซิสในข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นเพียงแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า ซึ่งเกี่ยวกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจส่งผลให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงนั้นแตกต่างไปจากแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนในแถลงการณ์นี้ประกอบไปด้วย ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากความผันผวนของรายได้ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความสามารถของอินโฟซิสในการบริหารการเติบโต ความรุนแรงของการแข่งขันในการให้บริการด้านไอทีซึ่งรวมไปถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อความได้เปรียบด้านต้นทุนของอินโฟซิส การปรับเพิ่มค่าแรงในอินเดีย ความสามารถของอินโฟซิสในการดึงดูดและดึงพนักงานที่มีทักษะสูงไว้กับบริษัท ระยะเวลาและต้นทุนในการดำเนินการตามสัญญาที่กำหนดกรอบเวลาและราคาที่ชัดเจน การเล็งเห็นความสำคัญของลูกค้า การควบคุมการตรวจคนเข้าเมือง การให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรม ความสามารถของอินโฟซิสในการดำเนินงานในต่างประเทศ อุปสงค์ด้านไอทีที่ลดลงในพื้นที่สำคัญที่อินโฟซิสดำเนินงาน ภาวะติดขัดหรือความล้มเหลวของโครงข่ายโทรคมนาคม ความสามารถของอินโฟซิสในการรวมระบบที่ซื้อเพิ่มมาใหม่และการซื้อกิจการใหม่ หนี้สินที่เกิดจากความเสียหายจากการให้บริการตามสัญญาของอินโฟซิส ความสำเร็จของบริษัทที่อินโฟซิสได้เข้าไปลงทุนเชิงกลยุทธ์ การยกเลิกหรือการหมดอายุของมาตรการสร้างแรงจูงใจทางการคลังของรัฐบาล ภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองและความขัดแย้งในภูมิภาค ข้อจำกัดทางกฎหมายในการเพิ่มทุนหรือการซื้อกิจการภายนอกประเทศอินเดีย และ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของอินโฟซิสและภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไปที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไอที สำหรับความเสี่ยงเพิ่มเติมที่อาจมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในอนาคตของอินโฟซิสได้อธิบายอย่างละเอียดในเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ ซึ่งรวมไปถึง Annual Report ใน Form 20-F สำหรับปีงบประมาณสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2555, และ Form 6-K สำหรับไตรมาสสิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2554, 31 ธันวาคม 2554 และ 30 มิถุนายน 2555 สามารถดูรายละเอียดของเอกสารเหล่านี้ได้ที่ http://www.sec.gov อินโฟซิสอาจแก้ไขแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรหรือทางวาจา ซึ่งรวมไปถึงแถลงการณ์ในเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และในรายงานต่อผู้ถือหุ้น อินโฟซิสไม่จำเป็นต้องปรับปรุงเนื้อหาของแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าให้ทันสมัยตลอดเวลาหรือในนามของบริษัท

แหล่งข่าว: อินโฟซิส

-ปป-

ข่าวการ์ทเนอร์ อิงค์+ธนาคารพื้นฐานวันนี้

การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์

ชี้โครงสร้างพื้นฐาน AI โตไม่หยุด ดันเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 401 พันล้านดอลลาร์ หลังบริษัทเทคฯ เร่งวางรากฐานให้ AI การ์ทเนอร์ อิงค์ บริษัทให้ข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ยอดการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก ในปี 2569 จะมีมูลค่ารวมสูงถึง 2.52 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จอห์น-เดวิด เลิฟล็อค (John-David Lovelock) รองประธานฝ่ายวิจัย การ์ทเนอร์ กล่าวว่า "การนำ AI มาใช้ให้ประสบความสำเร็จนั้น หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเงินเพียงอย่างเดียว

NVIDIA มีรายได้แซงหน้า Samsung Electronic... การ์ทเนอร์เผยรายได้เซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกปี 2568 โตพุ่ง 21% — NVIDIA มีรายได้แซงหน้า Samsung Electronics มากถึง 53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รายได้โปรเซสเซอร์ ...

รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะเติบโตขึ้น 30% รถยนต์ไ... การ์ทเนอร์คาดการณ์ภายในปี 2569 จะมีรถยนต์ไฟฟ้าถึง 116 ล้านคันโลดแล่นบนถนน — รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะเติบโตขึ้น 30% รถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) จะเพิ่มข...

การ์ทเนอร์ อิงค์ บริษัทวิจัยข้อมูลเชิงลึก... การ์ทเนอร์เปิด 10 อันดับเทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์ในปี 2569 — การ์ทเนอร์ อิงค์ บริษัทวิจัยข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกิจและเทคโนโลยี ประกาศ 10 อันดับเทรนด์เทคโนโ...

CIO ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการใช้จ่าย Ge... การ์ทเนอร์คาดการณ์ยอดใช้จ่าย GenAI ทั่วโลกปีนี้ แตะ 644 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ — CIO ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการใช้จ่าย GenAI ที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ จากโมเดลพื...

การ์ทเนอร์ อิงค์ เผยเทรนด์ความปลอดภัยทางไ... การ์ทเนอร์เปิด 6 เทรนด์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ต้องจับตาในปี 2568 — การ์ทเนอร์ อิงค์ เผยเทรนด์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สำคัญในปี 2568 โดยเทรนด์เหล่านี้เป็น...