สคร.7 เตือน อันตรายจากการจุดพลุ ประทัด

ข่าวประชาสัมพันธ์ »
ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้วันออกพรรษาหลายพื้นที่เริ่มมีการเล่นดอกไม้ไฟ ประทัด และพลุสีต่างๆ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทุกปี จากการสำรวจพบเด็กอายุ 10-14 ปี มักจะได้รับอันตรายจากการเล่นพลุ ดอกไม้ไฟมากที่สุด รวมทั้งการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่นำดอกไม้ไฟ เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ กางเกง หากเกิดการเสียดสีจะทำให้ระเบิดหรือเป็นไฟลุกไหม้ได้ ในแต่ละปีมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก นพ.ศรายุธ อุตตมางคพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า การเล่นประทัด จุดพลุ ดอกไม้เพลิง นอกจากจะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและความเสียหายต่อทรัพย์สินแล้ว ยังสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนทั่วไปด้วย โดยเฉพาะการเล่นจุดประทัดและดอกไม้ไฟ ซึ่งโดนประทัดระเบิดใส่มือจนนิ้วขาด และบางรายทำให้ตาบอดตามที่เป็นข่าวในปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ผู้ที่นิยมเล่นจุดประทัด และดอกไม้ไฟ มักจะเป็นกลุ่มเด็ก ๗ ปีไปจนถึงวัยรุ่นอายุ ๑๙ ปี และกลุ่มที่ดื่มสุราแล้วเกิดความคึกคะนอง นพ.ศรายุธ กล่าวอีกว่า ประทัด พลุ และดอกไม้ไฟ เป็นวัตถุอันตรายจัดอยู่ในหมวดหมู่ของวัตถุระเบิดชนิดหนึ่ง หากนำมาเล่นจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย ๓ ทางคือ ทางผิวหนัง นิ้วมือ และทางตา ซึ่งการเล่นประทัดหากเกิดระเบิดขณะที่ใช้มือจุดจะทำให้นิ้วขาด บางรายแพทย์อาจเย็บต่อนิ้วให้ไม่ได้ หากเป็นพลุระเบิดถูกบริเวณใบหน้า จะทำให้ผิวบริเวณหน้าไหม้ ขนตาและหนังตาไหม้ทำให้เสียโฉม แต่อวัยวะที่บอบบางที่สุดคือ ตา อาจทำให้ตาดำไหม้ ขุ่นมัว เลือดออกช่องหน้าม่านตา อาจทำให้ตาบอดถาวร นพ.ศรายุธ แนะวิธีการเล่นประทัด จุดพลุ ดอกไม้เพลิง ที่ถูกวิธี คือไม่จุดใกล้แนวสายไฟฟ้า สถานีบริการน้ำมัน บริเวณบ้านเรือนหรือในสถานบันเทิงอย่างเด็ดขาด ควรจุดพลุในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันสะเก็ดไฟจากพลุ ดอกไม้ไฟกระเด็นไปติดวัสดุหรือเชื้อเพลิง ทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ ห้ามโยนดอกไม้ไฟที่จุดแล้ว ใส่กลุ่มคน หากพลุ ดอกไม้ไฟดับก่อนระเบิด ห้ามเข้าใกล้ จุดไฟซ้ำหรือใช้ปากเป่าให้ไฟติดอย่างเด็ดขาด ควรทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จึงจุดไฟได้เพราะหากพลุระเบิดในจังหวะที่ก้มหน้าไปดูพลุ ดอกไม้ไฟ จะทำให้ เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ และขอความร่วมมือ ประชาชนให้ช่วยกันสอดส่องและตักเตือนให้เล่นด้วยความไม่ประมาท ให้ผู้ปกครองดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เด็กเล่นประทัดและดอกไม้ไฟตามลำพัง รวมทั้งขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกวดขันเรื่องการเล่น พลุ ดอกไม้ไฟเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ พิการหรือเสียชีวิต -กผ- สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่+สำนักงานป้องกันควบคุมโรควันนี้

สคร.12 สงขลา แนะ ปปช. ยึดมาตรการ "ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด" ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา แนะนำประชาชน ยึดมาตรการ "ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด" ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ หากมีอาการรุนแรง หอบเหนื่อย ซึม หรือไข้สูงไม่ลด รีบพบแพทย์ทันที ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เกิดจากการติดเชื้ออินฟลูเอนซาไวรัส (Influenza virus) มีการระบาดเป็นช่วง ๆ ในฤดูฝนและฤดูหนาว ติดต่อผ่านการหายใจรับละอองฝอยจากน้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วย และติดต่อผ่านมือสัมผัสกับละอองฝอยที่ปนเชื้อ แล้วนำมาสัมผัสกับจมูกหรือตา สามารถพบผู้ป่วยได้ทุกกลุ่มอายุ แต่จะพบมากในเด็ก กลุ่ม

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงข... สคร.12 สงขลา เตือนประชาชน ลงเล่นน้ำทะเลฝั่งอ่าวไทย ระวังภัยจาก แมงกะพรุนหัวขวด — สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา (สคร.12 สงขลา) เตือนประชาชนก่...

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงข... สคร.12 สงขลา ร่วมรณรงค์วันราชประชาสมาสัย 2569 ภายใต้แนวคิด "ผื่นแบบไหน ควรรีบ ไปหาหมอ" — สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา (สคร.12 สงขลา) ร่วมรณ...

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงข... สคร. 12 สงขลา รณรงค์ ฉลองปีใหม่ "ปลอดโรค ปลอดภัย เที่ยวปีใหม่อุ่นใจ ห่วงใยครอบครัว" — สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา (สคร.12 สงขลา) รณรงค์ เท...

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงข... สคร.12 สงขลา เตือน ปชช.ใต้ตอนล่าง หลังน้ำลด ระวังป่วยโรคเมลิออยโดสิส อันตรายถึงชีวิต — สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา เตือนประชาชน ในพื้นที่ภ...

ในขณะนี้หลายพื้นที่ใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล... ฝนตกหนัก สคร.12 สงขลา เตือน โรคและภัยสุขภาพ ที่มากับน้ำท่วม พร้อมแนะวิธีการป้องกัน — ในขณะนี้หลายพื้นที่ใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให...

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงข... สคร.12 สงขลา ร่วมรณรงค์ วันเบาหวานโลก 2568 "สุขภาพดี เริ่มจากที่ทำงาน" — สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา (สคร.12 สงขลา) ร่วมรณรงค์ "วันเบาหวาน...