แนะธุรกิจไทยใช้คุณธรรมและจริยธรรมรับมือตลาดอาเซียน ศศินทร์เผยสร้างพันธมิตรใหม่ต้องมีจุดเด่นเรื่องความโปร่งใส

08 Nov 2012

กรุงเทพฯ--8 พ.ย.--ศศินทร์

สถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ ชี้ถึงเวลาสังคมไทยล้างภาพคอร์รัปชั่น แนะผู้ประกอบการใช้กลยุทธ์ใหม่เน้นคุณธรรมและจริยธรรมบุกตลาดอาเซียน ยืนยันความแตกต่างและโดดเด่นเรื่องความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการสร้างพันธมิตรในตลาด AEC

ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า การแสวงหากำไรของธุรกิจท่ามกลางวิกฤตต่าง ๆ ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ อาจทำให้กลยุทธ์การตลาดแบบเดิม ๆ ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป โดยเฉพาะการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ที่จะถึงนี้ ซึ่งภาคธุรกิจไทยจะต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนในการสร้างภาพลักษณ์และสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อให้ผู้บริโภคและนักลงทุนรวมทั้งพันธมิตรทางการค้าเกิดความไว้วางใจ เนื่องจากการแข่งขันตลาดในอนาคตจะต้องสร้างเครือข่ายเข้ามารองรับการดำเนินธุรกิจ และปัจจัยสำคัญที่จะทำให้องค์กรต่าง ๆ ประสบความสำเร็จก็คือ การสร้างจุดเด่นเรื่องความมีคุณธรรมในการทำธุรกิจ เพราะจะทำให้สังคมรับรู้ถึงความซื่อสัตย์และโปร่งใส ที่สำคัญการทำธุรกิจอย่างมีจริยธรรมจะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการค้า และทำให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม การชูจุดเด่นด้านคุณธรรมเพื่อใช้เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดจะมีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทุกฝ่ายจะต้องตระหนักถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องธุรกิจควรมีความโปร่งใสกว่าที่ผ่านมา ดังนั้นธุรกิจที่ต้องการสร้างความแตกต่างและโดดเด่นในตลาดอาเซียน จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการบริหารองค์กร โดยเริ่มจากการรณรงค์ให้ทุกคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจทำงานภายใต้วิถีแห่งการมีคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งเป็นที่มาของความโปร่งใสและทำให้เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานกับบริษัท, องค์กรกับผู้ร่วมทุน หรือผู้ผลิตกับผู้บริโภคฯลฯ

“ที่ผ่านมาปัญหาการคอร์รัปชั่นได้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งถูกลดลำดับความน่าเชื่อถือและส่งผลกระทบต่อการลงทุนของต่างชาติ หรือแม้แต่การขยายการลงทุนที่ชะลอตัวลง หากคนไทยและองค์กรไม่นำเอากลยุทธ์ด้านคุณธรรมและจริยธรรมเข้ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ จะเป็นอุปสรรคสำคัญที่มีผลต่อความไว้วางใจของพันธมิตรทางการค้า ความไม่โปร่งใสจะทำให้ธุรกิจไทยเสียเปรียบต่างชาติ โดยเฉพาะหลังการเปิด AEC การลงทุนใดๆ ก็ต้องการพันธมิตรทางธุรกิจที่ไว้ใจได้ เหมือนกับที่นักธุรกิจไทยเอง กำลังศึกษาตลาดและการลงทุนในพม่า กัมพูชา เวียดนาม และประเทศอื่นๆ นอกจากศักยภาพของประเทศแล้วยังต้องศึกษาตัวบุคคล ซึ่งเราต้องการทำการค้ากับคนที่มีคุณธรรมเช่นกัน” ดร.กฤษติกากล่าว และเปิดเผยเพิ่มเติมว่า การใช้กลยุทธ์ความโปร่งใสจะต้องเริ่มต้นจากคน โดยต้องให้ความสำคัญกับคุณค่าของคน ทั้งพนักงานในองค์กรและผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการสร้างผลกำไร สำหรับการสร้างคุณค่าให้เกิดกับพนักงานจะทำให้ทุกคนมีกำลังใจและพร้อมจะพัฒนาองค์กร ในขณะเดียวกันการสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นกับการบริโภค จะสะท้อนให้เห็นถึงความมีคุณธรรมของธุรกิจได้ชัดเจน ในที่สุดจะสามารถสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี

-กภ-

สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net