บลจ. แอสเซท พลัส จะเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่กองทุน ASP-TFIXED8 วันที่ 7 พฤศจิกายน นี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--5 พ.ย.--บลจ.แอสเซท พลัส

บลจ.แอสเซท พลัส เตรียมเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสตราสารหนี้ทวีทรัพย์ 8 (ASP-TFIXED8) อายุประมาณ 4 เดือน ลงทุนในพันธบัตร และตั๋วแลกเงินในประเทศ ผลตอบแทนประมาณ 3.00% ต่อปี* เปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่ 7 พฤศจิกายน นี้ นางสาวฤดี ปติอารยกุล ผู้จัดการกองทุนอาวุโส เปิดเผยว่า ตลาดตราสารหนี้ในช่วงที่ผ่านมา หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงมาอยู่ที่ 2.75% ส่งผลให้ตั้งแต่เดือน ต.ค. จนถึงต้นเดือน พ.ย. เส้นอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลงตลอดทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะช่วงระยะสั้นที่มีอายุน้อยกว่า 5 ปี ปรับตัวลงมากประมาณ 4-13 basis points ในขณะที่พันธบัตรอายุมากกว่า 5 ปีขึ้นไป ปรับตัวลดลง 1-9 basis points แต่ในระหว่างทางอัตราผลตอบแทนมีการแกว่งตัวตามแรงซื้อขายที่เข้ามาในตลาด โดยนักลงทุนบางกลุ่มมีการขายพันธบัตรออกมา เนื่องจากราคาของพันธบัตรที่ปรับตัวขึ้นมาระดับหนึ่ง กอปรกับการคาดการณ์ว่าจะมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนออกไปลงทุนในประเทศอื่นมากขึ้น ขณะที่นักลงทุนอีกกลุ่มหนึ่ง คาดว่า อัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวลงได้อีกจากภาวะเศรษฐกิจที่คาดว่าจะชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัดตามภาวะเศรษฐกิจโลก จึงมีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาด ด้านตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. เริ่มชะลอตัว โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไป อยู่ที่ 3.32% ลดลงจาก 3.38% ในเดือน ก.ย. ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ระดับ 1.83% เทียบกับ 1.89% ในเดือนกันยายน ซึ่งอัตราเงินเฟ้อเป็นปัจจัยที่นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้จับตามองว่าอาจส่งผลกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต “จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ตลาดตราสารหนี้ยังคงเผชิญกับภาวะความผันผวนได้ในอนาคต แม้ว่าแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงในช่วงนี้ แต่อาจมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นได้ในอนาคตทั้งจากอุปสงค์ภายในประเทศที่มีการขยายตัวต่อเนื่อง และราคาเชื้อเพลิงที่อาจปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ การเคลื่อนย้ายเงินทุนและภาวะเศรษฐกิจก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม จึงขอแนะนำนักลงทุน ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ๆ เพื่อรอความชัดเจนของแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในช่วงถัดไป” นางสาวฤดี กล่าว นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการขายและการตลาด กล่าวว่า ในวันที่ 7 พฤศจิกายน บริษัทฯ จะ Rollover กองทุนเปิดแอสเซทพลัสตราสารหนี้ทวีทรัพย์ 8 (ASP-TFIXED8) ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ ที่เปิดเสนอขายเป็นรอบระยะเวลา ซึ่งรอบการลงทุนนี้กองทุนจะพิจารณาลงทุนในตั๋วเงินคลัง หรือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย และตั๋วแลกเงินในประเทศ อายุประมาณ 4 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.00% ต่อปี*-กภ-

ข่าวคณะกรรมการนโยบาย+ตลาดตราสารหนี้วันนี้

ธอส. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทสูงสุด 0.25% ต่อปี ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ หนุนการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.50% ต่อปี มาอยู่ที่ 1.25% ต่อปี โดยให้มีผลทันทีนั้น ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ จึงมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงทุกประเภทสูงสุด 0.25% ต่อปี เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้กับลูกค้า อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์

บีโอไอ จับมือ China EV100 องค์กรส่งเสริมอ... บีโอไอ ผนึกกำลัง 'China EV100' ยกระดับผู้ประกอบการไทย สู่ซัพพลายเชน EV ระดับโลก — บีโอไอ จับมือ China EV100 องค์กรส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจ...

ธนาคารไทยพาณิชย์ ขานรับมติคณะกรรมการนโยบา... ธนาคารไทยพาณิชย์ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% มีผลวันที่ 23 ธันวาคม 2568 — ธนาคารไทยพาณิชย์ ขานรับมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยประกาศปรั...

บรรเทาภาระทางการเงินลูกค้าสินเชื่อ มีผล 2... ไอแบงก์ขานรับมติ กนง. ปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อทุกประเภท 0.10% — บรรเทาภาระทางการเงินลูกค้าสินเชื่อ มีผล 22 ธ.ค. 68 พร้อมชูเงินฝาก e-Savings ผลตอบแทนสูง 2.2...

ธนาคารกสิกรไทยเข้าใจและตระหนักถึงภาระทางก... ธนาคารกสิกรไทยขานรับมติกนง. ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% มีผล 22 ธ.ค. 2568 — ธนาคารกสิกรไทยเข้าใจและตระหนักถึงภาระทางการเงินของลูกค้าภาคธุรกิจและลูกค...