อลังการงานสร้างชุดแบทแมน เลิศหรูกับชุดแคทวูแมน ดิบๆในแบบของ เบน ใน The Dark Knight Rises แบทแมน อัศวินรัตติกาลผงาด

20 Jul 2012

กรุงเทพฯ--20 ก.ค.--MMM Digital Asset

จากเหล่าฮีโร่ไปสู่บรรดาเหล่าวายร้าย เครื่องแต่งกายเป็นส่วนจำเป็นต่อการสร้างให้ตัวละครต่างๆ ในเรื่อง Dark Knight ไตรภาคมีชีวิตชีวาขึ้นมา และแน่นอนว่าอยู่ภายใต้เงาของแบทแมนที่ไม่สามารถลบภาพได้ กับชุดเบน

หลังจากเรื่อง “Batman Begins” ชุดค้างคาวจำเป็นต้องถูกออกแบบใหม่ขึ้นมาเพื่อ “The Dark Knight” ทำให้มีความกระชับและยืดหยุ่นขึ้น โดยเฉพาะในส่วนลำคอและหัวไหล่อย่างที่พูดไว้ว่า “หากมันไม่เสียหายก็ไม่ต้องซ่อมมัน” ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ลินดี้ เฮมมิ่ง และทีมงานของเธอไม่ได้เปลี่ยนแปลงชุดในเรื่อง “The Dark Knight Rises” แต่อย่างใด

ความละเอียดซับซ้อนของชุดค้างคาวประกอบด้วยชิ้นส่วนที่แยกออกจากกัน 110 ชิ้น ซึ่งแต่ละชิ้นต้องมีการผลิตหลายชิ้นตลอดช่วงระยะเวลาการถ่ายทำ ชิ้นส่วนหลักสร้างขึ้นโดยตาข่ายโพลีเอสเตอร์ที่มีการใช้กันในกองทัพทหารและผลิตชุดกีฬาที่มีความทันสมัย เพราะวัสดุมีคุณสมบัติที่โปร่งสบายและดูดความชื้นได้ วัสดุยูรีเธนที่ยืดหยุ่นถูกหล่อหลอมขึ้นมาในแต่ละชิ้นจะถูกติดไว้อยู่กับโครงที่เป็นเสื้อเกราะ มีการเพิ่มระดับการป้องกัน ความเบาบาง แต่มีความแข็งแกร่งด้วยไฟเบอร์คาร์บอนที่ใส่ไว้ในส่วนขา หน้าอก และช่วงท้อง หมวกถูกสร้างขึ้นโดยการคำนวณจากใบหน้าและศีรษะของเบล จากนั้นจึงขึ้นรูปให้ได้ขนาดที่พอเหมาะ

และยังมีเสื้อคลุมที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันไปถึง 10 แบบ โดยต่างกันที่ความยาวและลักษณะ ตั้งแต่ผ้าคลุมที่มีขนาดสั้นเพื่อใช้ในฉากแอ็คชั่น ไปจนถึงผ้าคลุมที่มีความพริ้ว ซึ่งจะแปลงสภาพเป็นปีกค้างคาวที่กางออก

ภาพลักษณ์ของเบลในชุดแบทแมนมีความสำคัญต่อเพื่อนร่วมแสดงของเขา กอร์ดอน-เลวิตต์ ยืนยันว่า “เวลาที่คริสเตียนสวมชุดนั้น ผมไม่ต้องพยายามจินตนาการเลยว่าผมกำลังคุยกับแบทแมน มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ตั้งแต่นี้ไปเวลาที่ผมแสดงหนัง ผมช่วงเวลาที่รู้สึกเหมือนมันเป็นความจริง แน่นอนว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่มากที่ผมเคยมีมา”

ทอม ฮาร์ดี้ ผู้รับบทแสดงเป็นตัวละครที่เหมาะสมกับเรื่อง Dark Knight เล่าว่า “ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่เห็นคริสเตียนบนเก้าอี้แต่งหน้า ผมคิดกับตัวเองด้วยความทะนงว่า ‘ไม่ใช่ปัญหาหรอก เราเอาเขาอยู่หมัดแน่’ จากนั้นพอเข้าฉากก็มีแบทแมนโผล่ขึ้นมา มันไม่ใช่คริสเตียน เบลคนเดิม เขาคือแบทแมนตัวจริงเลย”

สำหรับการออกแบบเครื่องแต่งกายของเบน เฮมมิ่งต้องการให้ดูเหมือน “เป็นการผสมผสานกันของชิ้นส่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาปะผสมเข้าด้วยกัน เนื่องจากเขาผ่านสถานที่หลายแห่งจากแดนไกลมา เราสร้างเสื้อคลุมของเขาขึ้นมาจากหลายชิ้นส่วน ตัวอย่างเช่น ชิ้นส่วนจากเตนท์ของทหารเก่าๆ เสื้อผ้าของเขาเป็นชุดจากพวกทหารแต่ไม่ได้มีลักษณะเป็นเครื่องแบบทหาร”

เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในตัวของเบน คือหน้ากากที่ดูน่าเกรงขามที่แนบติดกับใบหน้าของเขาที่คอยสูบฉีดยาแก้ปวดให้เขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาต้องทุกข์ทรมาณจากอดีตที่ขมขื่นของเขาที่อ่าว “ชีวิตของเขาขึ้นอยู่กับหน้ากาก” โนแลนเล่าว่า “เขาเป็นคนที่มีประวัติหลายอย่างติดตัวเขา เห็นได้จากใบหน้าของเขาที่เมื่อเห็นแล้วรู้สึกได้ถึงโหดร้ายน่ากลัว”

“เราออกแบบหน้ากากให้ดูเหมือนสัตว์ชนิดหนึ่ง” เฮมมิ่งกล่าว “มันต้องดูต่างจากหน้ากากของแบทแมนอย่างสุดขั้ว …และจะเป็นสีดำไม่ได้ด้วย”

หน้ากากถูกสร้างขึ้นโดยแผนกเอ็ฟเฟ็กต์เครื่องแต่งกาย มีการใช้การจำลองที่ถูกออกแบบจากใบหน้าและศีรษะของทอม ฮาร์ดี้แบบดิจิตอล ผู้ควบคุมเอ็ฟเฟ็กต์เครื่องแต่งกาย กราแฮม เชิร์ชยาร์ด อธิบายว่า “สำหรับพวกเรา หน้ากากของเบนต้องมีความกระชับเหมือนกับการแต่งหน้าเทียม แต่ถึงอย่างไรจะมีความต่างจากการแต่งหน้าเทียม มันต้องดูเหมือนถูกสร้างขึ้นมาจากโลหะ เราสามารถใช้โครงสร้างคอมพิวเตอร์และการจำลองแบบ 3 มิติให้กับชิ้นส่วนแต่ละชิ้นของทอมเพื่อให้ได้ลักษณะตามศีรษะของเขา มันจึงแน่นกระชับกับใบหน้าของเขาโดยไม่มีช่องโหว่เลย”

ผลที่ได้คือ “ความแน่นกระชับ” มาก เฮมมิ่งอธิบายว่า “มันเกาะติดศีรษะของทอมเหมือนกับตัวหนีบ เขาให้ความร่วมมือและมีความอดทน เราทำให้มันมีความแน่นกระชับมากที่สุด หน้ากากเป็นแผ่นแม่เหล็กที่ถอดออกได้บริเวณด้านหน้า ฉะนั้นทุกอย่างที่เราเห็นเหมือนแผงเหล็กอยู่ภายใต้หน้ากาก และทุกอย่างที่อยู่ใต้หน้ากากมียางผนึกติดผิวหนังของทอมและยึดไว้ด้วยเครื่องยึด เหตุผลที่ชัดเจนคือเขาทนกับมัน และใช้มันเพื่อทำการแสดงได้อย่างเหลือเชื่อ”

ขณะที่หน้ากากของเบนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อประโยชน์ในการใช้สอยมากกว่ารูปแบบหน้ากากที่สวมใส่โดย เซลิน่า ไคล์ มีการผสมผสานทั้งสองอย่างเอาไว้ โนแลนเล่าว่า “มันสำคัญมากที่ต้องมีเหตุผลในเรื่องภาพลักษณ์ของตัวละคร ไม่ใช่สำหรับเซลิน่าเท่านั้น แต่สำหรับแคทวูแมนด้วย สำหรับผมแล้วจุดเปลี่ยนแปลงคือการจินตนาการว่าจะสร้างลักษณะหูแมวให้เธอโดยที่ไม่คิดว่ามันจะเหมือนใบหูที่แท้จริงได้อย่างไร จนในที่สุดผมเกิดความคิดในการสร้างแว่นสายตากลางคืนที่พับขึ้นไปบนศีรษะของเธอได้ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของเธอโดยบังเอิญ พอผมได้คอนเซปต์นั้น ลินดี้และทีมงานของเธอก็นึกภาพถึงความสวยงามของมันขึ้นมาได้เลย ไอเดียนั้นคือสิ่งที่มีส่วนช่วยด้านเอกลักษณ์ของตัวละครให้มีความรู้สึกที่สมเหตุผล”

“ชุดนางแมวของเธอก็มีความเหมาะสมมาก ทำให้เธออำพรางตัวในยามค่ำคืนและพร้อมที่จะต่อสู้ได้” เฮมมิ่งกล่าวเสริมว่า “ในยามที่เธอไม่สวมชุดนั้น เธอก็จะสวมชุดสีดำตลอด ขึ้นอยู่กับตามวาระโอกาส เธอเป็นพวกปรับตัวได้อย่างดีเยี่ยม”

แฮทธะเวย์ เล่าว่า “เราต้องมีความรู้สึกว่าเธอสามารถหลบหนีได้ในยามคับขัน…และเธอสามารถพกสไตล์ที่หลากหลายทั้งหมดไปกับเธอได้ตลอดเวลาเมื่อเธอต้องหลบหนี”

จริงๆ แล้วชุดนางแมวของเซลิน่าเป็นผ้าสองชิ้น แต่มีเข็มขัดอเนกประสงค์ของเธอที่อยู่ตรงเอวเลยดูเหมือนเป็นชุดเดียวกัน และสิ่งที่ทำให้ชุดสมบูรณ์ได้คือถุงมือที่มีความยาวถึงข้อศอกและรองเท้าบูทส้นสูงที่ยาวถึงโคนขาพร้อมส้นตะปูที่มีไว้เพื่อเหตุผลบางอย่าง “ทั้งสองอย่างเป็นอาวุธที่ทรงอานุภาพมาก” เฮมมิ่งยอมรับ

ชุดนางแมวมีวัสดุ 2 ชั้นที่ถูกนำมาใช้สร้างชุด ขุดด้านนอกเป็นโพลียูรีเธนหุ้มด้วยสแปนเด็กซ์ที่มีลวดลาย 6 เหลี่ยม “ชุดมีความเรียบง่ายและทันสมัย” เฮมมิ่งกล่าวว่า “ชุดเน้นสัดส่วนรูปร่างของเธอโดยไม่มีการเปิดเผยมากเกินไป”

ขณะที่ความจริงคือชุดรัดรูปคลุมตัวนักแสดงหญิงตั้งแต่หัวจรดเท้า แฮทธะเวย์ได้กล่าวแย้งว่า “มันไม่ได้ปกปิดอะไรมากเลย ฉันแสดงร่วมกับครูฝึกท่าทางการเคลื่อนไหว เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะสะดวกสบายกับตัวฉันมากๆ หากเราสวมชุดนางแมวไปข้างนอก ฉันยืนยันได้เลยว่าต้องถูกฟาดในโรงยิมแน่” เธอหัวเราะ

The Dark Knight Rises - แบทแมน อัศวินรัตติกาลผงาด

19 กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

www.thedarkknightrises-thai.com

-นท-

สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net