เซ็นจูรี่ 21ฯ ฟันธง อสังหาฯ อีสานปีหน้าบูมแน่ !! หลังดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ต่างวิ่งหาที่ดินแปลงสวยมาพัฒนาเพิ่มหลายโครงการฯ

26 Nov 2012

กรุงเทพฯ--26 พ.ย.--เซ็นจูรี่ 21 เรียลตี้ฯ

เซ็นจูรี่ 21ฯ วิเคราะห์แนวโน้มตลาดอสังหาฯ และราคาที่ดินแถบอีสาน ปี2556 หลังจากดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ต่างทยอยรุกตลาดโครงการบ้านเดี่ยว/บ้านแฝด และคอนโดฯ สู่หัวเมืองใหญ่ในหลายจังหวัด ด้านอุดรธานี และขอนแก่น มาแรง!! ถนนศรีจันทร์ครองแชมป์ปล่อยขายแล้วไร่ละ 40 ล้านบาท ส่วนอุดรฯรอเจรจายังอีกหลายแปลงเฉลี่ยที่ 20 -40 ล้านบาทต่อไร่

นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเซ็นจูรี่ 21 เรียลตี้ แอฟฟิลิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด วิเคราะห์ถึงแนวโน้มการเติบโตของตลาดอสังหาและราคาซื้อ-ขายที่ดินในหัวเมืองจังหวัดต่างๆของภาคอีสานว่า "อสังหาฯในภาคอีสานมีการเติบโตอย่างรวดเร็วจากเศรษฐกิจการค้าตามแนวชายแดน และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ตลอดจนในเขตเมือง ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นและมีกำลังซื้อค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็น โคราช ขอนแก่น อุดรธานี หรือ หนองคาย แต่ที่น่าจับตามองเป็นพิแศษ น่าจะเป็นจังหวัดขอนแก่น และอุดรธานี ซึ่งทั้ง 2 จังหวัดนี้ มีศักยภาพในการพัฒนาสูงมาก และตอบโจทย์การลงทุน AEC เพราะเป็นศูนย์กลางของภาคอีสาน ที่มีทั้งสนามบิน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ศูนย์กลางการค้าขาย โรงแรมใหญ่ และห้างสรรพสินค้า ทำให้การพัฒนาด้านอสังหาฯเป็นไปอย่างรวดเร็ว"

ส่วนทางด้านจังหวัดขอนแก่นซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ในเขตเมืองราวๆ สองแสนกว่าคน มีการประเมินราคาที่ดินในรอบปี 2555-2558 เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8.42 % เนื่องจากดีมานด์ด้านที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น และดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่ก็ทยอยเข้ามาพัฒนาโครงการต่างๆอย่างต่อเนื่อง เช่น แสนสิริ พฤกษาฯ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ และ ซี.พี.แลนด์ เป็นต้น โดยการพัฒนาโครงการจะมีอยู่ 2 รูปแบบคือ ประเภทโครงการหมู่บ้าน บ้านเดี่ยว/บ้านแฝด ทำเลจะอยู่บริเวณ ถนนมะลิวัลย์ ถนนเหล่านาดี และถนนศรีจันทร์ โดยราคาเสนอซื้อ-ขายจริง จะอยู่ที่ตรว.ละ 120,000 -150,000 บาท หรือประมาณไร่ละ 48 - 60 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นราคาที่ดินที่สูงที่สุดในภาคอีสาน ส่วนการพัฒนาโครงการอีกประเภทคือคอนโดมิเนียม จะอยู่บริเวณรอบๆห้างเซ็นทรัลเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาได้ตกลงขายที่ดินไปให้กับดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่รายนึง โดยตกลงซื้อ-ขายที่ไร่ละ 40 ล้านบาท ส่วนบริเวณรอบๆ รัศมีห้างเซ็นทรัลที่ห่างไปสัก 2-3 กิโลเมตร บนถนนศรีจันทร์ ราคาจะตกอยู่ที่ตรว.ละ 37,500 - 50,000 หรือประมาณไร่ละ 15 -20 ล้านบาท

ด้านจังหวัดอุดรธานีก็บูมไม่แพ้กัน เนื่องจากได้รับอานิสงค์จากเขตการค้าตามแนวชายแดน และเป็นแหล่งชอปปิ้งแหล่งใหญ่ ทำให้มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน จึงเป็นเมืองที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยราคาประเมินที่ดินเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 61.42% และล่าสุดมีดีเวลลอปเปอร์ใหญ่ 2- 3 บริษัทเตรียมซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาแล้ว ซึ่งอยู่ในช่วงเจรจาตกลงราคาอยู่ สำหรับราคาเสนอซื้อ-ขายที่ดินบริเวณ ยูดี ทาวน์ รวมถึงถนนโพศรี ซึ่งเป็นถนนเส้นหลักของอุดรฯ ราคาเริ่มที่ 18 - 22 ล้านบาทต่อไร่ ในขณะที่บริเวณใกล้ห้างเซ็นทรัลราคาจะอยู่ที่ไร่ละ 10 - 40 ล้านบาท ส่วนการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว / ทาวน์เฮ้าส์ จะอยู่บริเวณ สำเพ็ง -โบ๊เบ๊อุดร และบริเวณตรงข้ามห้างโฮมโปร และทางด้านถนนมิตรภาพ- หนองคายราคาที่ดินจะตกอยู่ที่ไร่ละ 3- 4 ล้านบาท ซึ่งโดยภาพรวมแล้วที่ดินในอุดรฯ มีแนวโน้มว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นอีก 20 - 30 % เนื่องจากยังเป็นตลาดใหม่อยู่

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของปัจจัยเกื้อหนุนจากภาครัฐฯ ที่กำลังเร่งผลักดันโครงการทางพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน - สระบุรี - นครราชสีมา และโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง สาย โคราช - หนองคาย ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมต่อขยายไปสู่ภาคอีสานตอนบนได้สะดวกขึ้น ประกอบกับการเปิดการค้าเสรีอาเซียนในปี 2558 ก็จะสามารถผลักดันเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวไปยังประเทศลาว เวียดนาม และ จีนได้อย่างง่ายดาย จึงคาดว่าภายในปีหน้าตลาดอสังหาฯ อีสานจะเริ่มคึกคักขึ้นและโตอย่างต่อเนื่องแน่นอน" นายกิตติศักดิ์กล่าว

-กภ-

สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net