ทริสเรทติ้งเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีประกัน "บ. ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์" เป็น "AA-" จาก "A+" แนวโน้ม "Stable"

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--8 ม.ค.--ทริสเรทติ้ง

ทริสเรทติ้งปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีประกันของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) เป็นระดับ “AA-” จากเดิมที่ระดับ “A+” โดยแนวโน้มยังคง “Stable” หรือ “คงที่” การปรับเพิ่มอันดับเครดิตครั้งนี้เนื่องจากบริษัทมีสถานะการเงินที่ดีขึ้นและประสบความสำเร็จในการควบรวมกิจการกับ MW Brands Holdings Group (MWB) ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารทะเลบรรจุกระป๋องครบวงจรในยุโรป ทั้งนี้ อันดับเครดิตสะท้อนถึงความเป็นผู้นำของบริษัทในฐานะผู้ผลิต ปลาทูน่ากระป๋องรายใหญ่ระดับโลก รวมถึงการมีสินค้าและฐานลูกค้าที่หลากหลาย ตลอดจนการมีตราสินค้าที่เป็นที่รู้จักในทวีปยุโรปและในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงธรรมชาติที่ผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ ตลอดจนความเสี่ยงเรื่องโรคระบาด และการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบข้อบังคับทางภาษีและกฎเกณฑ์การจับปลาทั่วโลกด้วย ในขณะที่แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงมุมมองของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันเอาไว้ได้จากการประหยัดจากขนาดและความมีประสิทธิภาพในการผลิต โดยฐานตลาดส่งออกที่กระจายตัวและสินค้าที่หลากหลายน่าจะช่วยให้บริษัทมีกระแสรายได้ที่มีเสถียรภาพ ในขณะที่ตราสินค้าที่เป็นที่ยอมรับจะช่วยดำรงความสามารถในการทำกำไรแม้บริษัทจะเผชิญกับปัญหาต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนก็ตาม บริษัทไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ก่อตั้งในปี 2531 โดยตระกูลจันศิริ บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำในบรรดาผู้ผลิตอาหารทะเลแบบครบวงจรระดับโลก สินค้าของบริษัทครอบคลุมทั้งอาหารที่ผลิตจากปลาทูน่า กุ้ง ปลาซาร์ดีน และปลาแซลมอน รวมทั้งอาหารสัตว์ โดยรายได้ประมาณ 50% มาจากผลิตภัณฑ์ปลาทูน่า ปัจจุบันรายได้ทั้งกลุ่มของบริษัทมาจากตลาดสหรัฐอเมริกาคิดเป็นสัดส่วน 36% จากสหภาพยุโรป 31% และจากตลาดในส่วนอื่นของโลก 34% ในเดือนตุลาคม 2553 บริษัทได้ซื้อหุ้นทั้งหมดของ MWB ด้วยวงเงิน 680 ล้านยูโร MWB เป็นผู้ผลิตอาหารทะเลบรรจุกระป๋องแบบครบวงจรตั้งแต่การมีกองเรือจับปลาไปจนถึงโรงงานผลิต และช่องทางจัดจำหน่ายในตลาดยุโรป การซื้อหุ้น MWB ทำให้บริษัทเป็นเจ้าของตราสินค้าที่มียอดจำหน่ายอันดับต้น ๆ ในยุโรป ได้แก่ Petit Navire, John West, Mareblu และ Hyacinthe Parmentier นอกเหนือจากที่ได้เป็นเจ้าของตรา “Chicken of the Sea” ซึ่งเป็นตราสินค้าปลาทูน่ากระป๋องที่มียอดจำหน่ายมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว การซื้อกิจการ MWB ช่วยเสริมความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้แก่บริษัทมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีปริมาณการผลิตอาหารจากปลาทูน่าประมาณ 300,000 ตันต่อปี ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 5 ของปริมาณการผลิตอาหารจากปลาทูน่าทั่วโลกที่ประมาณ 1.6-1.7 ล้านตันต่อปี บริษัทมีฐานการผลิตใน 8 ประเทศซึ่งครอบคลุม 5 ทวีปทั่วโลก โดยฐานการผลิตหลักตั้งอยู่ในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา กาน่า และซีเชลส์ นอกจากนี้ บริษัทยังมีฐานการผลิตในประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย ฝรั่งเศส และล่าสุดที่ประเทศปาปัวนิวกินีด้วย ตลาดส่งออกของบริษัทมีการกระจายตัว และปัจจุบันยิ่งมีสมดุลมากขึ้นหลังจากการซื้อกิจการของ MWB โดยยอดขายในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัทคิดเป็นสัดส่วน 36% ในปี 2554 และปี 2555 ในขณะที่ยอดขายในสหภาพยุโรปมีสัดส่วนคิดเป็น 31% ของรายได้รวม และประเทศญี่ปุ่นเป็นตลาดใหญ่อันดับ 3 คิดเป็นสัดส่วน 9% ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีความหลากหลายทั้งอาหารทะเล อาหารสัตว์ และอาหารกุ้ง ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2555 บริษัทมียอดขายจากผลิตภัณฑ์ปลาทูน่าคิดเป็น 50% ของยอดขายรวม จากกุ้งแช่แข็งและอาหารกุ้ง 22% ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มและผลิตภัณฑ์อื่นๆ 10% อาหารสัตว์เลี้ยง 7% ปลาซาร์ดีนและแมคเคอเรล 6% และจากปลาแซลมอน 4% สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2554 นั้น รายได้ของบริษัทเติบโตจากการขยายตัวในเกือบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยยอดขายรวมของบริษัทเพิ่มขึ้น 42.5% เท่ากับ 3,232 ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งรวมยอดขายของ MWB จำนวน 715 ล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย หากไม่รวม MWB บริษัทจะมียอดขายเท่ากับ 2,517 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2555 แม้จะเกิดเหตุเพลิงไหม้ในโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์กุ้งของบริษัท แต่ราคาปลาทูน่าที่เพิ่มสูงขึ้นและคำสั่งซื้อปลาซาร์ดีนและปลาแมคเคอเรลที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้บริษัทมียอดขายถึง 2,581 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2555 ซึ่งทำให้กำลังการผลิตกุ้งของบริษัทลดลง 10% อัตรากำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นในปี 2554 และต่อเนื่องไปจนถึงช่วง 9 เดือนแรกของปี 2555 แม้ว่าต้นทุนปลาทูน่าจะเพิ่มสูงขึ้นและมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในประเทศไทย แต่อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของบริษัทในปี 2554 ยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่ 9.2% และตรึงอยู่ในระดับ 9.1% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2555 เทียบกับช่วงปี 2549-2553 ที่บริษัทมีอัตรากำไร 5.6%-7.6% ความสำเร็จในการรวมกิจการกับ MWB ซึ่งมีอัตรากำไรที่สูงช่วยเสริมให้อัตรากำไรโดยรวมของบริษัทดีขึ้น นอกจากนี้ อัตรากำไรที่สูงขึ้นยังเป็นผลมาจากความสามารถของบริษัทในการปรับราคาขายปลาทูน่าเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยราคาปลาทูน่าเพิ่มขึ้น 37% ในปี 2554 และเพิ่มขึ้น 26% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2555 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ราคาปลาทูน่าปรับตัวขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 2,350 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในเดือนกันยายน 2555 สำหรับผลิตภัณฑ์กุ้งนั้น การลดเวลาในการรับคำสั่งซื้อผลิตภัณฑ์กุ้งเพื่อให้ราคาขายสอดคล้องกับราคาต้นทุนช่วยรักษาระดับกำไรให้แก่บริษัทได้อีกทางหนึ่งแม้ต้นทุนกุ้งจะปรับตัวขึ้นก็ตาม อัตรากำไรและยอดขายที่เพิ่มขึ้นช่วยให้กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของบริษัทในปี 2554 เพิ่มขึ้น 90.5% เป็น 9,800 ล้านบาท และปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 7,771 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2555 ในเดือนพฤษภาคม 2555 บริษัทได้เพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่โครงสร้างเงินทุนด้วยการเพิ่มทุนจำนวน 9,563 ล้านบาท โดยบริษัทนำเงินเพิ่มทุนไปใช้ชำระหนี้ก่อนกำหนด ส่งผลให้โครงสร้างหนี้ของบริษัทลดลง อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุน ณ วันที่ 30 กันยายน 2555 อยู่ที่ระดับ 44.8% ปรับตัวดีขึ้นจากระดับสูงสุดที่ 61.7% ณ สิ้นปี 2553 บริษัทมีแผนลงทุนจำนวนประมาณ 6,000 ล้านบาทต่อปีในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าเพื่อขยายกำลังการผลิตในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยบริษัทมีนโยบายการเงินที่ระมัดระวังในการรักษาระดับอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนให้อยู่ที่ระดับประมาณ 50% ในช่วงที่ดำเนินการขยายธุรกิจตามแผนสหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎเกณฑ์ใหม่ในการให้สิทธิพิเศษทางการค้าภายใต้ระบบภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) สำหรับผลิตภัณฑ์กุ้ง ซึ่งมีผลทำให้ประเทศไทยขาดคุณสมบัติที่จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้เกณฑ์ใหม่นี้ ทั้งนี้ กุ้งแช่แข็งที่ส่งออกจากประเทศไทยจะต้องเสียภาษีในอัตรา 12% และกุ้งแปรรูปเสียภาษีในอัตรา 20% ซึ่งอัตราภาษีใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม การตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรนี้มีผลกระทบต่อบริษัทไม่มากเนื่องจากบริษัทมียอดขายกุ้งที่ส่งออกไปยังสหภาพยุโรปเพียง 1.4% ของรายได้รวมของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2555 บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่นส์ โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) (TUF) อันดับเครดิตองค์กร: AA- อันดับเครดิตตราสารหนี้: TUF13NA: หุ้นกู้ไม่มีประกัน 500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2556 AA- TUF147A: หุ้นกู้ไม่มีประกัน 3,300 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2557 AA- TUF167A: หุ้นกู้ไม่มีประกัน 1,950 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2559 AA- TUF217A: หุ้นกู้ไม่มีประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 AA- แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable -กภ-

ข่าวไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์+ทริสเรทติ้งวันนี้

ภาพข่าว: หอการค้าเยอรมัน-ไทย จัดประชุมประจำปี 2559 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ

ฯพณฯ มร. เพเทอร์ พรือเกล เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ให้เกียรติมาร่วมงานประชุมประจำปี 2559 ของหอการค้าเยอรมัน-ไทย โดยเชิญ คุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ มาบรรยายในหัวข้อ "ไทยยูเนียนให้ความสำคัญในการเจริญก้าวหน้าของธุรกิจ" ณ ห้องบอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ โดยมี ดร. โรลันด์ ไวน์ ผู้อำนวยการบริหารหอการค้าฯ ให้การต้อนรับ เมื่อเร็ว

ทริสเรทติ้งยกเลิก “เครดิตพินิจ” แนวโน้ม “Developing” และคงอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน “บ. ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์” ที่ “AA-” แนวโน้ม “Stable”

ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันของ ของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ ...

ไทยยูเนี่ยน แสดงศักยภาพการเป็นผู้นำด้านอาหารทะเล ยกทัพร่วมงาน European Seafood Expo Global 2015 ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม

เมื่อเร็วๆ นี้ นายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจกุ้ง (กลาง) บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารทะเล และ...

ทียูเอฟ เผยกำไรสุทธิไตรมาสแรก ปี 2558 เติบโตถึง 58.7 เปอร์เซนต์

กำไรสุทธิไตรมาสแรกของปี 2558 เท่ากับ 1,507 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.7 เปอร์เซนต์จากปีก่อน ซึ่งมาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ยอดขายรวมของบริษัทไตรมาสแรกอยู่ที่ 28,606 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4 เปอร์เซนต์ เมื่อ...

คุณสุภัทรา คูรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษั... ภาพข่าว: ซีเล็คปล่อยตัวคาราวาน 4 ภาค เปิดตัวแคมเปญ “ซีเล็ค แซ่บซี๊ด กริ๊ดรับโชค” — คุณสุภัทรา คูรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธีร์ โฮลดิ้ง จำกัด และคุณสุท...

ภาพข่าว: ซีเล็ค ทูน่า อร่อยง่าย...ทราบแล้วเปลี่ยน

นางสาวสุภัทรา คูรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธีร์ โฮลดิ้ง จำกัด หนึ่งในบริษัทในเครือ ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (ทียูเอฟ) ผู้ผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ทูน่าบรรจุกระป๋องอันดับหนึ่งของโลก จัดกิจกรรมเปิดตัวแคมเปญการตลาดใหม่ “ซีเล็ค ทูน่า อร่อยง่าย.....

ภาพข่าว: วัฒนธรรมองค์กรกับหลักบรรษัทภิบาล

บดินทร์ อูนากูล และ ดร.สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้อนรับผู้บริหารที่ร่วมเป็นวิทยากรรับเชิญในงาน CG Forum 1/2015 “CG in Substance: วัฒนธรรมองค์กรกับหลักบรรษัทภิบาล” ได้แก่ ศาสตราจารย์หิรัญ รดีศรี ประธานกรรมการตรวจสอบ บมจ. ไทยคม ปกรณ์...

บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด... ภาพข่าว: บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 50001 — บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรก...

ทริสเรทติ้งประกาศ “เครดิตพินิจ” “Developing” สำหรับอันดับเครดิตองค์กร & ตราสารหนี้ “บ. ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์”

ทริสเรทติ้งประกาศ “เครดิตพินิจ” แนวโน้ม “Developing” หรือ “ไม่ชัดเจน” ให้แก่อันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน...

กลุ่มบริษัทไทยยูเนี่ยน ประกาศการเข้าซื้อกิจการ “บัมเบิลบี” แบรนด์อาหารทะเลสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ

บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำและเชี่ยวชาญด้านอาหารทะเล และผู้ผลิตทูน่าบรรจุกระป๋องอันดับหนึ่งของโลก ประกาศวันนี้ ถึงการบรรลุข้อตกลงของการเข้าถือหุ้นจำนวน 100 เปอร์...