คอนติเนนทอลมุ่งพัฒนาระบบไดเรคอินเจคชั่นของเครื่องยนต์แกสโซลีนและระบบยานยนต์ไฟฟ้าในราคาที่ถูกลงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--28 พ.ค.--PR & Associates

ในงาน The 34th International Vienna Engine Symposium คอนติเนนทอล ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลกได้เปิดตัวเทคโนโลยีในอนาคตสำหรับ 'พลังงานสะอาด' ที่จะวางจำหน่ายภายในปี 2563 “ข้อกำหนดทางกฏหมายช่วงหลังปี 2560 ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนคือสิ่งท้าทายสำหรับเรา” โฮเซ่ อาลิวา หัวหน้ากลุ่มธุรกิจระบบขับเคลื่อนและหนึ่งในผู้บริหารของคอนติเนนทอลกล่าว “คอนติเนนทอลจะเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีให้เลือกอย่างหลายหลากเพื่อผลิตระบบขับเคลื่อนสำหรับอนาคต ทั้งนี้การออกแบบเครื่องยนต์น้ำมันเชื้อเพลิงที่สามารถลดการใช้น้ำมันและลดการปล่อยก๊าซ รวมถึงการพัฒนาระบบยานยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาถูกลงจะมีบทบาทสำคัญยิ่ง” การใช้ระบบเครื่องยนต์แกโซลีนอย่างเต็มศักยภาพด้วยหัวฉีดที่มีแรงดันสูงกว่าเดิม คอนติเนนทอลพัฒนาหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงต่อเนื่อง เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซอื่นๆ ให้ได้มากที่สุด ปัจจุบันคอนติเนนทอลเป็นผู้ออกแบบหัวฉีดเพียโซคอมมอนเรลสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีแรงดันสูงถึง 2,000 บาร์ “เราออกแบบหัวฉีดรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับเครื่องยนต์แกสโซลีนที่ลดการปล่อยก๊าซบางประเภทได้สำเร็จ ทั้งยังเหมาะสมกับกระบวนการเผาผลาญเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ด้วย” นายวูล์ฟกัง บรูเออร์ หัวหน้าส่วนธุรกิจระบบยานยนต์ในส่วนธุรกิจระบบขับเคลื่อนของคอนติเนนทอลกล่าว “เรากำลังมองไปที่การเปลี่ยนไปใช้หัวฉีดที่มีแรงดันสูงกว่าเดิม เพื่อเตรียมพร้อมรับมาตรฐาน Euro 6 ที่จะบังคับใช้ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2560 ซึ่งเครื่องยนต์จะต้องใช้หัวฉีดน้ำมันที่มีแรงดัน 200-400 บาร์” ดังนั้นคอนติเนนทอลก็พัฒนาหน่วยควบคุมเครื่องยนต์ EMS3 เพื่อทำให้เกิดการเผาใหม้ที่ดีที่สุดเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์พลังงานสะอาดพร้อมๆกับการประหยัดเชื้อเพลิง รวมทั้งการลดขนาดเครื่องยนต์ และใช้ระบบขับเคลื่อนแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ระบบสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ออกแบบเข้ากับยานยนต์ตามต้องการ แน่นอนระบบสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งเป็นแนวโน้มหลักในอนาคต คืออีกคำตอบสำหรับการลดการใช้เชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาบอนไดออกไซด์ คอนติเนนทอลกำลังพัฒนาระบบยานยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาถูกลงและสามารถ “ดัดแปลงให้เข้ากับยานยนต์ตามความต้องการ” คอนติเนนทอลมุ่งค้นคว้าเรื่องเครื่องยนต์ไฮบริดอย่างเต็มที่ โดยเริ่มจากระบบเครือข่ายพลังไฟฟ้า 12 โวลต์ และจะเพิ่มเป็น 48 โวลต์ ระบบไฮบริดคอนติเนนทอลจะไม่เหมือนกับระบบไฮบริดสมบูรณ์ตรงที่ไม่จำเป็นต้องดัดแปลงเครื่องยนต์และโครงสร้างการส่งสัญญาณ เพราะใช้แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนในขนาดที่พอเหมาะและสามารถรองรับเครื่องยนต์ไฮบริดที่ใช้พลังงานไฟฟ้าไม่สูงมากและมีราคาที่ย่อมเยา ทั้งนี้ “ระบบยานยนต์ไฟฟ้าที่ดัดแปลงให้ใช้กับยานยนต์ได้ตามความต้องการ” จะตอบโจทย์บริษัทผู้ผลิตยานยนต์ต่างๆที่กำลังพัฒนารถยนต์ไปสู่ไฮบริด” นอกจากนี้ ระบบ 48 โวลต์จะทำให้ใช้พลังงานได้เต็มประสิทธิภาพด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่ช่วยประหยัดพลังงานได้มาก ระบบนี้ประกอบด้วย “sailing” และ “coasting” ในโหมด “sailing” เครื่องยนต์จะแล่นด้วยความเร็วคงที่โดยใช้พลังงานไฟฟ้า 48 โวลต์ ส่วนในโหมด “coasting” เครื่องยนต์จะขับเคลื่อนอย่างอิสระ คอนติเนนทอลเชื่อว่า การผสมผสานของระบบไฟฟ้า 48 โวลต์กับหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงคือองค์ประกอบที่ลงตัวที่สุด ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งในเรื่องการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และเป็นพลังงานสะอาดที่ขับเคลื่อนยานยนต์ในปี พ.ศ. 2563 และต่อไปในอนาคต ด้วยยอดขาย 32,700 ล้านยูโรในปี 2555 ทำให้คอนติเนนทอลจัดอยู่ในกลุ่มบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำของโลก ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตระบบเบรค ระบบและชิ้นส่วนของธุรกิจระบบขับเคลื่อนและธุรกิจช่วงล่าง ชุดอุปกรณ์เครื่องมือ วิธีการแบบอินโฟเทนเมนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกสำหรับยานยนต์ ยางรถยนต์และยางเฉพาะทางอิลาสโทเมอร์ คอนติเนนทอลจึงมีส่วนร่วมในการเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่และป้องกันการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก นอกจากนี้ยังเป็นหุ้นส่วนผู้เชี่ยวชาญในการสร้างเครือข่ายภาคยานยนต์ ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 170,000 คนใน 46 ประเทศ ติดต่อ: PR & Associates., Ltd คุณอภิชญา โคตระวิวัฒน์ โทร: 0-2651-8989 # 441 อีเมล์: [email protected] -กผ- สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวน้ำมันเชื้อเพลิง+ชิ้นส่วนยานยนต์วันนี้

กทม. พร้อมสนับสนุนมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านน้ำมันเชื้อเพลิง-ขอความร่วมมือรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List)

นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) กทม. กล่าวกรณีกระทรวงพลังงานขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางบริหารจัดการมาตรการควบคุมการวิ่งของรถบรรทุกน้ำมันในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและกระจายน้ำมันเชื้อเพลิง และบรรเทาผลกระทบของประชาชนจากภาวะขาดแคลนน้ำมันชั่วคราวว่า กทม. ได้รับการประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดให้ท้องที่เขตกรุงเทพมหานครเป็นเขตควบคุมมลพิษ พ.ศ. 2568 เพื่อดำเนินการควบคุม ลด และขจัดมลพิษ

กทม. พร้อมรับมือสถานการณ์พลังงาน กำชับแนวทางปฏิบัติหน่วยงานในสังกัดอย่างเคร่งครัด

นางสาวทรรศนีย์ พันธ์ประคุณ ผู้อำนวยการสำนักการคลัง (สนค.) กทม. กล่าวกรณีกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินมาตรการรับมือสถานการณ์ด้านพลังงานว่า สนค. ได้...

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษ... DMT ยกระดับมาตรการประหยัดพลังงาน รับมือสถานการณ์พลังงานโลก มุ่งเสริมความมั่นคงพลังงานของประเทศ — ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอน...

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายบัณฑิต ... บางจากฯ ต้อนรับคณะ สนพ. ศึกษาพลังงาน SAF — เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ รักษาการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด...

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือนม.ค. 2569 ย... เงินเฟ้อไทยเดือนม.ค. 2569 ติดลบที่ -0.66% ยังคงคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2569 ที่ 0.4% — อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือนม.ค. 2569 ยังติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10...