สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เสนอภาครัฐใช้มาตรการเพื่อลดการเก็งกำไรในตราสารหนี้ระยะสั้น ชี้เป็นการแก้ไขปัญหาตรงจุดและรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--8 พ.ค.--ตลท.

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยหลังการประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการและที่ปรึกษา สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 7 องค์กร ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน และสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ในวันนี้ (3 พ.ค. 2556) เพื่อเสนอมาตรการที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าในปัจจุบัน เหตุผลสำคัญที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเกิดขึ้นจากการเข้ามาเก็งกำไรในตราสารหนี้ระยะสั้นของไทยในบางช่วงของนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งมีปริมาณเกือบ 200,000 ล้านบาท (Outstanding) เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2555 ถึง 55,000 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 23 ของจำนวนตราสารหนี้ทั้งหมดในตลาด ตราสารหนี้ไทย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เห็นว่าการแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างมีประสิทธิภาพ ภาครัฐควรแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด คือการออกมาตรการที่จะจำกัดการเก็งกำไรของตราสารหนี้ระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การออกมาตรการต่าง ๆ ไม่ควรกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนโดยรวมของประเทศ นายไพบูลย์ กล่าว สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ไม่เห็นด้วยกับการออกมาตรการที่จะจำกัดการลงทุนในตลาดหุ้น หรือมาตรการจำกัดการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ระยะยาว เพราะเชื่อว่าประเทศไทยยังต้องการเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมากในภาวะที่ประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงของการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และในภาวะที่บริษัทไทยกำลังอยู่ในช่วงของการลงทุนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนในระยะยาวหรือการลงทุนในตลาดทุนจึงเป็นสิ่งที่ดีสำหรับระบบเศรษฐกิจของประเทศ ข้อเสนอแนะของสภาธุรกิจตลาดทุนไทยในการแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า คือ ถ้าหากภาครัฐต้องการที่จะจำกัดการลงทุนที่มีลักษณะการเก็งกำไรระยะสั้น จึงควรกำหนดมาตรการห้ามไม่ให้นักลงทุนชาวต่างประเทศเข้าไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุเหลือไม่ถึงครึ่งปี หรือ 6 เดือน ซึ่งมาตรการดังกล่าวเคยใช้ได้ผลแล้วในต่างประเทศ เช่น ประเทศอินโดนีเซีย เป็นต้น และยังเป็นมาตรการที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยสภาธุรกิจตลาดทุนไทยประเมินว่ามาตรการที่เสนอจะเพียงพอในการดูแลค่าเงินบาทในระยะนี้ ซึ่งจะสามารถทำให้ค่าเงินมีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรสร้างความเข้าใจกับนักลงทุนและประชาชนทั่วไป คือ กรณีเม็ดเงินไหลเข้านั้นจะยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายปีเพราะหลายประเทศโดยเฉพาะ สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ได้มีการเพิ่มปริมาณเงินเข้ามาในระบบเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของตนเอง ซึ่งคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเม็ดเงินบางส่วนจะไหลเข้ามาในประเทศไทย “ผมมีความเชื่อมั่นว่าองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลค่าเงิน ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือกระทรวงการคลัง น่าจะมีมาตรการที่เตรียมไว้ใช้ในการดูแลค่าเงินอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม สภาธุรกิจตลาดทุนไทย จากความเห็นชอบจากสมาชิกทั้ง 7 องค์กร เชื่อว่ามาตรการที่เสนอมีความเหมาะสมและเพียงพอในการดูแลค่าเงิน และไม่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจไทย” นายไพบูลย์ กล่าว สอบถามข้อมูลและกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย โทร 02-229-2900-2 หรือ email: [email protected]กภ-

ข่าวตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย+สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์วันนี้

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คว้ารางวัล Money & Banking Awards 2026 หมวดธุรกิจการแพทย์ 3 ปีซ้อน สะท้อนความสำเร็จบนพื้นฐานแห่งความไว้วางใจ

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คว้ารางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 หมวดธุรกิจการแพทย์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในพิธีมอบรางวัล Money & Banking Awards 2026 จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร เพื่อยกย่องบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีผลประกอบการรวมยอดเยี่ยมในรอบปี โดยมีคุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัล และคุณสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร เป็นประธานจัดงาน ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.อาทิรัตน์

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ บ... บล.พาย เปิดเกมรุก DR03 คัดหุ้นเมกะเทรนด์โลก ชู AI-Space Tech พร้อมเทรด 16 ก.ค.นี้ — บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ บล.พาย เดินหน้าขยายทางเลือกการ...