นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลัง มีนโยบายในการจัดหาแหล่งเงินทุนทางเลือกใหม่ เพื่อให้สามารถจัดหาเงินทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยไม่ติดข้อจำกัดด้วยภาระหนี้ของประเทศ กระทรวงการคลังโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จึงมีนโยบายให้ กฟผ. พิจารณาใช้แหล่งเงินทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อดำเนินการตามแนวนโยบายดังกล่าว กฟผ. จึงมีแผนจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โดยใช้รายได้หรือกระแสเงินสดในอนาคตของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือเป็นทรัพย์สินในการระดมทุน โดยจะนำเงินจากการระดมทุนนี้ไปลงทุนในการพัฒนา โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า และโครงการขยายระบบส่งของ กฟผ. เสริมสร้างความมั่นคงระบบไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ อันจะก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนแบ่งเบาภาระการคลังของรัฐบาล โดย กฟผ. ได้แต่งตั้งธนาคารไทยพาณิชย์ให้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อทำการศึกษา กำหนดโครงสร้าง และแนวทางในการจัดตั้งกองทุน ที่จะเป็นทางเลือกในการระดมทุนโดยไม่ก่อให้เกิดหนี้สาธารณะเพิ่ม ซึ่ง กฟผ. ยังคงเป็นเจ้าของและมีอำนาจในการบริหารจัดการแผนการเดินเครื่อง และการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือเหมือนเดิม ทั้งนี้ รูปแบบโครงสร้างและแนวทางในการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานนี้ จะถูกกำหนดให้เป็นเครื่องมือในการระดมเงินทุนเท่านั้น ไม่นำไปสู่การแปรรูป กฟผ.
แต่อย่างใด โดยในเบื้องต้นได้ประมาณขนาดของกองทุนรวมฯ ไม่น้อยกว่า 1 หมื่นล้านบาท และมีอายุกองทุน 15 - 25 ปี”
นายอาทิตย์ นันทวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินในการศึกษาการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานของ กฟผ. ธนาคารมีความยินดี และเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจาก กฟผ. โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างพิจารณากำหนดรูปแบบ โครงสร้าง แนวทางการระดมทุนผ่านกองทุนรวมฯ ทั้งนี้ธนาคารมีความเห็นว่า กองทุนรวมฯ ควรมีโครงสร้างและรูปแบบที่มีความสมดุลระหว่างขนาดของกองทุนรวมฯ และผลตอบแทนแก่นักลงทุนที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีผลกระทบทางลบอย่างมีนัยสำคัญต่อ กฟผ. เช่น ในด้านต้นทุนในการระดมทุน หรือค่าไฟฟ้า เป็นต้น และมุ่งเน้นการเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมฯ ให้แก่นักลงทุนในประเทศเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถศึกษารูปแบบการจัดตั้งกองทุนรวมฯ แล้วเสร็จภายใน 120 วัน เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา และสามารถเสนอขายได้ภายใน 180 วัน หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดตั้งกองทุนรวมฯ”
บี.กริม เพาเวอร์ กดปุ่ม COD โรงไฟฟ้า อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 1 กำลังผลิต 140 เมกะวัตต์ รุกขายไฟฟ้าให้ กฟผ. และกลุ่มอุตสาหกรรม รองรับ EEC
บี.กริม เพาเวอร์ เดินเครื่อง COD โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม แหลมฉบัง 1 กำลังผลิต 140 เมกะวัตต์ ลุยขายไฟฟ้าให้ กฟผ. และกลุ่มอุตสาหกรรม รองรับ EEC
โรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ ปิดฉาก 20 ปี กับภารกิจผลิตไฟฟ้าเสริมความมั่นคงภาคตะวันตก ควบคู่ดูแลชุมชน โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมหินกอง รับไม้ต่อ
Solar PPM ผนึกกำลัง กฟผ. ขับเคลื่อนโครงการ "หนึ่งพลังงาน สร้างร้อยการเรียนรู้"
บี.กริม เพาเวอร์ โชว์ผลการดำเนินงานปี 2568 แข็งแกร่ง พอร์ตพลังงานหมุนเวียนเติบโตสูง ลูกค้าอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่อง
Dow หนุนเวที First Tech Challenge เฟ้นหานักประดิษฐ์หุ่นยนต์ทีมไทย ลุยชิงแชมป์โลก
โฮมโปร-เมกาโฮม จับมือ กฟผ. ส่ง "ของขวัญเบอร์ 5 แทนคำขอบคุณที่รัก(ษ์)กัน" มอบดีลพิเศษเป็นส่วนลดเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ชวนคนไทยช้อปของขวัญรักษ์โลกตลอดปีใหม่นี้
เพาเวอร์บาย ผนึก กฟผ. แจกส่วนลด 1,000 บาท ช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ต้อนรับปีใหม่ 2569 ตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2568 - 13 มกราคม 2569