นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากที่มีการวิเคราะห์พื้นที่ พบว่า ข้าวที่อยู่ในพื้นที่ๆไม่เหมาะสม ทำให้ได้ผลผลิตต่ำ ซึ่งต่างจากอ้อยบางพื้นที่ที่เหมาะต่อการปลูกอ้อยมากกว่าปลูกข้าว จึงจำเป็นต้องมีการผลักดันให้มีการปลูกอ้อยแทนมากกว่าการปลูกข้าว คือ การปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เหมาะสมกับพืช ความเหมาะสมของดินและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีการวิเคราะห์ ในตอนนี้น้ำตาลจากอ้อยมีโอกาสขยายพื้นที่เศรษฐกิจในอาเซียนได้มาก และรายได้จากการปลูกอ้อยมีมากกว่าการปลูกข้าว จากการวิเคราะห์ทางวิชาการทั้งหมดแล้วจึงพยายามที่จะให้เกิดการขับเคลื่อนเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด โดยฤดูกาลในการปลูกอ้อยอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือที่เรียกว่า “การปลูกข้ามแล้ง” ทำให้อ้อยมีความหวานสูงและได้น้ำตาลที่มีคุณภาพ ผลผลิตก็สูงตามด้วย ทั้งนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐบาลและภาคเอกชน จะต้องจับมือร่วมกันช่วยกันผลักดันเรื่องนี้โดยเร็ว โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดของแต่ละจังหวัดใน 33 จังหวัด เป็นประธานในการดำเนินการ ในพื้นที่ Zooning นั้นพื้นที่ปลูกอ้อยจะอยู่ใกล้โรงงานผลิตน้ำตาล ในรัศมี 50 กิโลเมตร รอบโรงงานน้ำตาล และตอนนี้มีโรงงานผลิตน้ำตาลทั้งหมด 50 โรง ในจำนวน 20 โรง มีศักยภาพในการผลิตถึง 8 แสนไร่ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ทางภาคอิสานเเละภาคกลาง
ด้านนายอภิชาต จงสุกล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวที่ไม่เหมาะสมเป็นอ้อยโรงงานแทนนั้น ให้สอดคล่องกับนโยบายของรัฐบาลและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย และกระทวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนและคอยสนับสนุนเกษตรกรที่จะเปลี่ยนมาปลูกอ้อยแทนการปลูกข้าว อีกอย่างเป็นการแก้ปัญหาที่ดินที่ไม่เหมาะสมต่อการปลูกพืช ทำให้เกิดปัญหาดินต่างๆตามมา ในขณะนี้จังหวัดบุรีรัมย์เป็นจังหวัดแรกที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนนาข้าวเป็นไร่อ้อย โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 2 หมื่นไร่ ที่ทำการปลูกอ้อยแทนการปลูกข้าวแล้ว สำหรับพื้นที่ Zooning ในจังหวัดอื่นๆนั้น กำลังมีการขับเคลื่อนของภาครัฐและเอกชนอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทันในช่วงฤดูกาลการปลูกอ้อยที่จะมาถึงเร็วๆนี้
ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่คอยสนับสนุนให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เหมาะสมกับพืช ตามนโยบายของรัฐบาลและเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินพร้อมให้การช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องต่างๆของดิน เช่น การปรับปรุงบำรุงดิน ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดต่างๆ และเทคโนโลยีชีวภาพปุ๋ย พ.ด. รวมถึงการอนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นต้น
โดยเกษตรกรสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม.10900 โทร 0-2579-0111 ต่อ2248, 2250 call center 1760 และ ทางเว็บไซต์www.ldd.go.th
ก.เกษตรฯลงพื้นที่จังหวัดตาก ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ-เสริมแกร่งสหกรณ์-ดันวิสาหกิจชุมชน มุ่งสร้างคุณภาพชีวิต และความมั่นคงให้เกษตรกร
ก.เกษตรฯรุกยกระดับไหมไทย! เดินหน้าเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต-ผู้ประกอบการ พร้อมจับมือ 2 มรภ. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมหม่อนไหมครบวงจร
กรมประมง..ปลดล็อก ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคสู่ตลาดจีน สำเร็จ!! หลังผลักดันพิธีสารกักกันและสุขลักษณะ
ไทย-จีน ลงนาม 2 MOU ด้านการกักกันและสุขลักษณะสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ก.เกษตรฯ เปิดงาน "Thailand : The Land of Tropical Fruits" ยกทัพผลไม้ 4 ภาคสู่ใจกลางกรุง เชื่อมตลาดสหกรณ์สู่ผู้บริโภค
กระทรวงเกษตรฯ ผนึกเอกชนรุกตลาดญี่ปุ่น ดันไทยเป็นฐานความมั่นคงอาหาร เร่งเจรจา MAFF ขยายตลาดปศุสัตว์
17 มิถุนายน วันทะเลทรายและภัยแล้งโลก 2569 กระทรวงเกษตรฯ ขับเคลื่อนแนวคิด รู้ค่า รักษา ฟื้นฟู - ที่ดิน ทุ่งหญ้า ป่าไม้ แหล่งน้ำ
"63 ปี จากดินดี สู่อนาคตไทย" กรมพัฒนาที่ดิน โชว์นวัตกรรมดิน-AI-เกษตรคาร์บอนต่ำ เดินหน้าสู่เกษตรแม่นยำเพื่ออนาคตประเทศ
สสก. 2 จ.ราชบุรี จัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field day) ระดับเขต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จังหวัดกาญจนบุรี