บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตธนาคารรัฐ 6 แห่งได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (BAAC) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (GH Bank) ธนาคารออมสิน (GSB) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IBANK) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank)
สำหรับรายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดแสดงไว้ในส่วนท้าย
ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
อันดับเครดิตทั้งหมดสะท้อนถึงมุมมองของฟิทช์ว่ามีความเป็นไปได้อย่างสูงที่ธนาคารดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ รัฐบาล(โดยกระทรวงการคลัง) เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดใน EXIM GSB และ GH Bank และถือหุ้นเกือบทั้งหมดใน BAAC และ SME Bank
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (IDRs) ของ EXIM อยู่ในระดับเดียวกันกับรัฐบาล (‘BBB+’/ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) ในขณะที่อันดับเครดิตภายในประเทศของ EXIM SME Bank และ GH Bank อยู่ในระดับสูงสุดเนื่องจากมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลในระดับสูง นอกจากการมีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้น อันดับเครดิตยังคงได้รับการสนับสนุนจากสถานะทางกฎหมายของธนาคารเหล่านี้ที่เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมถึงบทบาทหน้าที่ของธนาคารในการสนับสนุนนโยบายรัฐและความสำคัญในเชิงกลยุทธต่อรัฐบาล
อันดับเครดิตสนับสนุนของ GSB และ BAAC สะท้อนถึงบทบาทที่สำคัญของธนาคารในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล GSB ได้รับประโยชน์จากการระบุไว้อย่างชัดเจน (explicit guarantee) ในเรื่องการค้ำประกันหนี้สินจากภาครัฐ ในขณะที่ BAAC ได้รับการชดเชยในกรณีที่ธนาคารได้รับความเสียหายเนื่องจากการดำเนินงานตามนโยบายรัฐในรูปแบบของ deficiency guarantee
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ IBANK อยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตของรัฐบาล 2 อันดับ เนื่องจากในพระราชบัญญัติจัดตั้งธนาคาร ไม่มีการระบุถึงการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างชัดเจน และการมีสัดส่วนการถือหุ้นโดยตรงจากภาครัฐที่จำกัดไว้ไม่เกิน 49% รวมทั้งบทบาทหน้าที่ของธนาคารในการสนับสนุนนโยบายรัฐและความสำคัญในเชิงกลยุทธต่อรัฐบาลที่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจแห่งอื่น
แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพของ EXIM IBANK SME Bank และ GH Bank สะท้อนถึงความคาดหวังของ ฟิทช์ว่าการสนับสนุนของภาครัฐต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่เปลี่ยนแปลง
ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตโดยทั่วไปน่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับอันดับเครดิตของประเทศไทย ยกเว้นการเปลี่ยนแปลงของอันดับเครดิตภายในประเทศ การเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยจะส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว และอันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำของ EXIM และ IBANK อย่างไรก็ตามอันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารรัฐไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทย เนื่องจากรัฐบาลน่าจะยังมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ (default risk) ต่ำที่สุดในประเทศ
อันดับเครดิตสนับสนุนของธนาคารอาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของความสามารถของรัฐบาลไทยในการให้การสนับสนุนธนาคารอย่างทันท่วงที การเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตเป็นกลุ่มระดับ ‘A’ จากกลุ่มระดับ ‘BB’ จะบ่งบอกถึงความสามารถในการสนับสนุนที่เปลี่ยนแปลงไป และอาจส่งผลกระทบส่งอันดับเครดิตสนับสนุนของธนาคารรัฐได้เช่นกัน
การเปลี่ยนแปลงของมุมมองของฟิทช์ต่อโอกาสของการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และความสามารถของรัฐบาลไทยในการสนับสนุนอาจส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตของธนาคารรัฐทั้ง 6 แห่งได้ การแก้ไขกฎหมาย หรือ การเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมายและสัดส่วนการถือหุ้น ที่อาจส่งผลให้โอกาสที่ธนาคารจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐลดลง อาจส่งผลให้อันดับเครดิตสนับสนุน และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว ถูกปรับลดลงได้ อย่างไร อย่างไรก็ดีฟิทช์ยังมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากธนาคารดังกล่าวมีหน้าที่หลักในการดำเนินนโยบายของรัฐ
รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมด มีดังนี้
BAAC
- อันดับเครดิตสนับสนุนคงอันดับที่ ‘2’
EXIM:
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘BBB+’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F2’
- อันดับเครดิตสนับสนุนคงอันดับที่ ‘2’
- อันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำคงอันดับที่ ‘BBB+’
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F1+(tha)’
GH Bank
- อันดับเครดิตสนับสนุนคงอันดับที่ ‘2’
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F1+(tha)’
GSB
- อันดับเครดิตสนับสนุนคงอันดับที่ ‘2’
IBANK
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘BBB-’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F3’
- อันดับเครดิตสนับสนุนคงอันดับที่ ‘2’
- อันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำคงอันดับที่ ‘BBB-’
- อันดับเครดิตในประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘AA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตในประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F1+(tha)’
SME Bank
- อันดับเครดิตในประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตในประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F1+(tha)’
SME D Bank ลุย 'D CEO Network' รุ่นที่ 4 ติดปีกเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี ยกระดับด้วยเทคโนโลยี ขยายเครือข่ายธุรกิจ เข้าถึงแหล่งทุน ทะยานสู่เศรษฐกิจใหม่
SME D Bank เคียงข้างช่วยเอสเอ็มอีไทย เดินหน้าจัด "SME D Market" ตลอดปี 2569 ประเดิม 26-28 ม.ค.นี้ รวมสุดยอดสินค้าดีให้ชอปจุใจ ปลุกพลังเศรษฐกิจให้คึกคัก
SME D Bank เปิดบริการใหม่ "SME D Connect" เรียกขอใบเสร็จรับเงิน-ใบแจ้งหนี้ ผ่านสมาร์ทโฟน อำนวยความสะดวกลูกค้าบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เริ่ม 7 ม.ค. เป็นต้นไป
SME D Bank ขานรับนโยบาย ก.คลัง ช่วยเพิ่มเติม เอสเอ็มอีใต้ประสบอุทกภัยเดินหน้ามาตรการ 'ช่วยเหลือ-เยียวยา-ฟื้นฟู' พยุงธุรกิจอยู่รอด เริ่มต้นใหม่ได้โดยเร็ว
SME D Bank จัดใหญ่มอบแพ็กเกจของขวัญปีใหม่เพื่อเอสเอ็มอีไทย เติมทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ช่วยเสริมสภาพคล่อง ต่อยอดเพิ่มรายได้ด้วยออนไลน์
SME D Bank ขับเคลื่อนนโยบายรัฐ ทุ่ม 2 หมื่นล้าน เปิดตัวคู่หูสินเชื่อสุดพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี ติดปีกเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุน ปลุกพลังเศรษฐกิจไทย
SME D Bank จัดมหกรรม 'ฝ่าฟัน ดัน SMEs สู่แหล่งทุน' จ.ชุมพร เสิร์ฟสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3%ต่อปี ติดปีกเอสเอ็มอีภาคใต้ ปลุกพลังเศรษฐกิจท้องถิ่น
SME D Bank ขานรับมติ กนง. ประกาศลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.15% ช่วยเอสเอ็มอีไทยลดภาระ มีสภาพคล่องเพียงพอ ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้
SME D Bank ก้าวสู่ปีที่ 24 เดินหน้าภารกิจ 'พัฒนาคู่เติมทุน' ยึดมั่นเคียงข้างสนับสนุนเอสเอ็มอีไทยสู่การเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน