นางสาวยุพาวดี ตู้จินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ. กสิกรไทย จะยังคงโอกาสรับผลตอบแทนในกองทุนตราสารหนี้ประเภทกำหนดอายุโครงการ 2 กองทุนที่เปิดขายในสัปดาห์นี้ ที่อัตรา 2.80% - 3.10 % ต่อปี เพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุน แม้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับลดลงครั้งที่ 2 ของปีนี้ จากต้นปีที่อัตรา 2.75% และเป็นการปรับลดลงต่อเนื่องจากวันที่ 30 พ.ย. 2554 ที่อัตรา 3.25%
“มติของ กนง. ที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจาก 2.50% เหลือ 2.25% ค่อนข้างสวนทางกับการคาดการณ์ของตลาดที่คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนตลาดตราสารหนี้ในประเทศได้รับผลกระทบพอสมควร ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ได้มีการปรับกลยุทธ์การลงทุน โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศมากขึ้น เพื่อยังคงอัตราผลตอบแทนให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจเมื่อเปรียบเทียบกับผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม บลจ.กสิกรไทยเชื่อว่านักลงทุนจะยังคงให้ความสนใจลงทุนในกองทุนตราสารหนี้เช่นเคย เนื่องจากยังคงให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ ประกอบกับความผันผวนของตลาดหุ้นและสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ ผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำก็ยังสามารถล็อกอัตราผลตอบแทนในระดับดังกล่าวไว้ได้” นางสาวยุพาวดีกล่าว
สำหรับกองทุนตราสารหนี้ 2 กองทุน ที่ บลจ. กสิกรไทยจะเสนอขายในสัปดาห์นี้ ตั้งแต่วันที่ 3-9 ธันวาคม 2556 ประกอบด้วยกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน ดีโอ (KFI3MDO) โอกาสรับผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 2.80 % ต่อปี กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน เอที (KFF6MAT) ประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 3.10 % ต่อปี โดยผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี ทั้งนี้ ตราสารหนี้ที่กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน ดีโอ (KFI3MDO) จะลงทุนในเบื้องต้นประกอบด้วยเงินฝากของ Bank of China และ China Construction Bank Corporation ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลจาก Fitch Ratings ที่ A รวมทั้งยังลงทุนในตราสารหนี้ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)(A/TRIS), ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน), (A+(tha)/Fitch) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Fitch ประเทศไทย ที่ระดับ AA- ด้านตราสารหนี้ที่กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เอที (KFF6MAT) จะเข้าลงทุนในเบื้องต้นประกอบด้วยเงินฝาก Bank of China และ China Construction Bank Corporation ด้วยเช่นเดียวกัน รวมทั้งยังลงทุนในตราสารหนี้ ICBC (Asia) Ltd., ประเทศฮ่องกง และตราสารหนี้ Banco BTG Pactual S.A., ประเทศบราซิล ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลจาก Fitch Ratings ที่ A, และ BBB- ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีการลงทุนเพิ่มเติมในตราสารหนี้ Yapi Kredi Bankasi A.S., ประเทศตุรกี ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลจาก Fitch Ratings ที่ BBB โดยทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน
ผู้ที่สนใจสามารถลงทุนกับกองทุน KFI3MDO และ KFF6MAT ได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวนเสนอขายได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือสอบถาม KAsset Contact Center 0 2673 3888 begin_of_the_skype_highlightinend_of_the_skype_highlighting
'TSILVER' กองทุนใหม่จาก บลจ.ทิสโก้ เปิดทางสู่โอกาสโตของโลหะยุคใหม่ และเหมืองเงินทั่วโลก
บลจ.เอ็กซ์สปริง มองเทรนด์เงินทุนกำลังไหลเข้ากลุ่มเทคฯ ญี่ปุ่นต่อเนื่อง หนุนกอง X-JPTOPTECH สร้างผลตอบแทนเกือบ 10% ใน 2 สัปดาห์
บลจ. ทิสโก้คว้า 3 รางวัลยอดเยี่ยมจาก Best of the Best Awards 2026
BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 6/26' วันที่ 10-17 เม.ย. 2569
Liberator จับมือ Lief Capital จัดสัมมนา "Global Market" ยกระดับนักลงทุนไทย สู่โอกาสใน 21 ตลาดหุ้นทั่วโลก
บลจ.ทิสโก้เพิ่มทุน "TWORLD" เป็น 10,000 ล้านบาท รับความต้องการลูกค้าที่ต้องการกระจายลงทุนหุ้นทั่วโลก
Merchant Partners จัดสัมมนาเปิดกลยุทธ์ลงทุน รับมือความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
บลจ.ทิสโก้ เพิ่มทุน TGSMART เป็น 8,000 ล้านบาทรับความต้องการลูกค้า - ชูจุดเด่นกองทุนยืดหยุ่นสูง เหมาะลงทุนช่วงภาวะสงคราม
CIMB THAI จับมือ Principal เปิดขายกองทุนลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก โอกาสสร้างพอร์ตเติบโต กระแสเงินสดสม่ำเสมอ