นายชูพงศ์ ธนเศรษฐกร กรรมการผู้จัดการ สายงายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท ริชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บมจ.ริชี่เพลซ 2002 ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 214 ล้านหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) หรือคิดเป็นร้อยละ 29.97 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน
ทั้งนี้ บริษัท ริชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) มีทุนจดทะเบียนจำนวน 714 ล้านบาท โดยทุนที่ออกจำหน่ายและชำระแล้วมีจำนวน 500 ล้านบาท หรือคิดเป็น 500 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท โดยบริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์และทาวน์โฮม ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล ภายใต้แบรนด์ ‘เลอริช’ ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมความสูงไม่เกิน 8 ชั้น และแบรนด์‘ริชพาร์ค’เป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่มีความสูงเกิน 8 ชั้น ที่เน้นพัฒนาโครงการรอบบริเวณ สถานีขนส่งมวลชนระบบรางขณะที่โครงการทาวน์เฮ้าส์และทาวน์โฮม จะพัฒนาภายใต้แบรนด์ ‘เดอะริช’ และบ้านเดี่ยวจัดสรรภายใต้แบรนด์ ‘ริชชี่ วิลล์’ จะพัฒนาโครงการในเขตพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล
ปัจจุบัน มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาโดย ริชี่เพลซ 2002 จำนวน 9 โครงการ แบ่งเป็นโครงการ ที่ปิดการขายแล้ว ได้แก่ โครงการริชชี่วิลล์ บางบัวทอง โครงการริชชี่ทาวเวอร์ เพชรเกษม-สาทร โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดจำหน่ายจำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียมเลอริช พระราม 3 โครงการเลอริช รัชดา-สุทธิสาร โครงการเลอริช@อารีย์สเตชั่น โครงการริชพาร์ค@บางซ่อนสเตชั่น และโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและเปิดจำหน่ายจำหน่าย ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียมริชพาร์ค@เตาปูนอินเตอร์เชนจ์ โครงการริชพาร์ค@เจ้าพระยา และโครงการทาวน์โฮม เดอะริช บิซโฮม สุขุมวิท 105
สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้จะใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ริชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์และทาวน์โฮม กล่าวว่า แนวโน้ม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยยังมีอัตราการขยายตัวที่ดีอย่างต่อเนื่อง ตามการขยายตัวของระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะแนวส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่มีการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
“นับตั้งแต่ที่บริษัทฯ ได้ก่อตั้งและเริ่มต้นธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2545 ได้ให้ความสำคัญถึงการศึกษาด้วยการทำวิจัย วิเคราะห์ศักยภาพของทำเลเพื่อพัฒนาโครงการ โดยมองถึงศักยภาพของทำเลแห่งอนาคตตามแนวส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายต่างๆ ซึ่งจุดเด่นของแต่ละโครงการของริชี่เพลซนั้น จะตั้งอยู่ในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ามีความคงทนแข็งแรงของโครงสร้างและระบบสาธารณูปโภคที่เพียบพร้อม เพื่อตอบสนองความต้องการที่พักอยู่อาศัยของลูกค้าได้อย่างแท้จริงและสามารถสร้างยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง” ดร.อาภา กล่าว
นอกจากการเลือกทำเลเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแล้ว บริษัทฯยังมีบุคลากรด้านทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินธุรกิจมาช่วยวางแผน พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อผลักดันให้ บมจ.ริชี่ เพลซ 2002 ก้าวขึ้นเป็นบริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่มุ่งเน้นสร้างความพึงพอใจและความสุขในการอยู่อาศัยของลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย ที่โดดเด่นในด้านการพัฒนาโครงการ ทำเลที่ตั้ง ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการบริการที่มีประสิทธิภาพในระดับแนวหน้าภายใน 3 ปี
TISCO เข้าร่วมโครงการ JUMP+ เดินหน้าสู่ธุรกิจยั่งยืน ตอกย้ำพันธกิจสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้มีส่วนได้เสีย
KFENFIX คว้า Morningstar Awards 2026 ตอกย้ำศักยภาพกองทุนตราสารหนี้ของ บลจ.กรุงศรี
SAPPE ร่วมลั่นระฆังงาน Ring the Bell for Gender Equality 2026 เฉลิมฉลองวันสตรีสากล พร้อมขับเคลื่อนความเท่าเทียมสู่ระบบเศรษฐกิจที่ครอบคลุม
A5 เข้าร่วม JUMP+ ยกระดับศักยภาพองค์กร ขยายธุรกิจหลัก-ต่อยอดธุรกิจใหม่ ปักหมุดรายได้เติบโต 30% ในปี 71
"KJL" กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.3 พันลบ. เสริมเครือข่ายขายทั่วประเทศ รุกอุตสาหกรรม Data Center และ พลังงานสะอาด
ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท
ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร
SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว
L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ.