สมาคมทองแดงนานาชาติประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ International Copper Association Southeast Asia (ICASEA) เปิดตัวโครงการ ‘ASEAN SHINE’ ซึ่งเป็นโครงการทำมาตรฐานด้านประสิทธิภาพทางพลังงานให้เป็นหนึ่งเดียว โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรปคิดเป็นร้อยละ 80 ของงบประมาณทั้งหมดในโครงการนี้ และบริหารจัดการโดยสมาคมทองแดงนานาชาติประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าและเป็นการรวมมาตรฐานด้านประสิทธิภาพทางพลังงานให้เป็นหนึ่งเดียวในภูมิภาค อันจะนำไปสู่การประหยัดพลังงานได้กว่า 21,500 ล้านบาทและจะช่วยกระตุ้นการค้าให้แก่อาเซียนได้มากถึงร้อยละ 4.55ทั้งนี้ จะเริ่มจากเครื่องปรับอากาศก่อนแล้วค่อยพัฒนาไปสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ต่อไป
นายจอห์น โชเนนเบอร์เกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสถาบันทองแดงยุโรป(European Copper Institute)กล่าวว่า “อาเซียนเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เมื่อดูจากตัวเลข GDP ที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 5 ต่อปีตามที่ระบุโดยสำนักงานพลังงานสากลการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วนี้ก่อให้เกิดความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการใช้พลังงาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเติบโตระยะยาวอย่างยั่งยืนทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน”
ความสำเร็จของการนำเอาความคิดริเริ่มในการสร้างมาตรฐานจากโครงการASEAN SHINEไปปฏิบัติใช้ จะช่วยให้ภูมิภาคอาเซียนมีส่วนแบ่งการตลาดของผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพทางการใช้พลังงานในระดับสูงเพิ่มมากขึ้น นายแอททิล่า ยีไตร อัครราชทูตที่ปรึกษาและรองหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรป กล่าวว่า “การรับรู้และการนำเอาหลักปฏิบัติเพื่อประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่เพิ่มมากขึ้นในหมู่ผู้ผลิตและผู้บริโภคเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสที่ไร้ข้อจำกัด การกำหนดมาตรฐานเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการใช้พลังงานของผลิตภัณฑ์ต่างๆ จะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและช่วยให้ภูมิภาคอาเซียนสามารถดึงดูดแบรนด์จากนักลงทุนยุโรปและประเทศอื่นๆ ให้เข้ามาลงทุน”
ความสอดคล้องกับเป้าหมายของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
ASEAN SHINE เป็นโครงการที่มีระยะเวลา 4 ปีได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป(EU) และบริหารจัดการโดย ICASEAโดยสหภาพยุโรปได้สนับสนุนเงินทุนจำนวน 1,749,000 ยูโร หรือประมาณ 72 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 80 ของงบประมาณทั้งหมดในโครงการนี้ โครงการ ASEAN SHINE มีความสอดคล้องกับเป้าหมายของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในการปรับเปลี่ยนอาเซียนให้เข้าสู่ชุมชนการค้า เกิดการค้าเสรีในกลุ่มประเทศสมาชิก และสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งในการถ่ายโอนความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพทางพลังงาน
ที่ผ่านมา มาตรฐานที่กำกับประสิทธิภาพทางด้านพลังงานของเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นนั้นแตกต่างกันในแต่ละประเทศในอาเซียน โดยมาตรฐานต่างๆ นั้นเป็นสิ่งสำคัญในการชี้แนวทางให้แก่การจัดการโซ่อุปทานไปจนถึงการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AECมุ่งมั่นให้การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเกิดขึ้นอย่างมีพลวัตและสามารถแข่งขันกับตลาดอื่นๆ ได้ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ความมั่นใจในคุณภาพ การรับรองและการตรวจวัดที่เชื่อถือได้ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการส่งเสริมประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน และการสร้างมาตรฐานหนึ่งเดียวนี้จะกลายเป็นตัวแปรเสริมในการช่วยยกประสิทธิภาพด้านพลังงานให้แก่เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ทั่วทั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
มูลค่าตลาดคาดเพิ่มขึ้น 4.55% ต่อปี
ดร. ฮาร์ดีฟแฮร์ริส สิตูเมิง ผู้อำนวยการบริหาร ศูนย์พลังงานอาเซียน(ASEAN Centre for Energy) กล่าวว่า “จากการศึกษาพบว่า ความสำเร็จในการทำมาตรฐานประสิทธิภาพด้านพลังงานทั่วทั้งภูมิภาคให้เป็นหนึ่งเดียว จะส่งผลเชิงบวกในการกระตุ้นการค้าระหว่างภูมิภาคได้มากถึงร้อยละ 4.55”
“การทดสอบและการติดฉลากมาตรฐานเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาและสามารถใช้ได้กับหลากหลายประเทศ ทั้งยังช่วยในเรื่องใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิผลสำหรับกลุ่มผู้ผลิตในทางกลับกัน ผู้บริโภคเองก็จะได้รับประโยชน์จากการทำมาตรฐานให้เป็นหนึ่งเดียวนี้เนื่องจากไม่ต้องสับสนกับฉลากมาตรฐานที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศในภูมิภาคอีกต่อไป” ดร.ฮาร์ดีฟกล่าวเสริม
เช่นเดียวกับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่ตระหนักถึงศักยภาพจากการสร้างมาตรฐานให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการค้าขายในภูมิภาค โดยผู้ผลิตจะเข้าถึงตลาดได้กว้างขวางมากขึ้นอันเนื่องมาจากการประเมินมาตรฐานด้านพลังงานนั้นจะไม่เป็นอุปสรรคและข้อจำกัดทางการค้าอีกต่อไป
ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานถึง 716.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี
จากการวิจัยทางการตลาดพบว่าการสร้างมาตรฐานหนึ่งเดียวด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภูมิภาคอาเซียนนี้ จะสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างมหาศาล
ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน (ประเทศไทย) กล่าวว่า “การนำมาตรฐานเดียวกันมาใช้ในประเทศภูมิภาคอาเซียนคาดว่าจะช่วยประหยัดการใช้พลังงานต่อปีได้ถึง 5,373 กิกะวัตต์ ชั่วโมง คิดเป็นเงินมูลค่า 21,500 ล้านบาท หรือ 716.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯซึ่งเป็นมูลค่าที่สามารถช่วยคลายปัญหาต่างๆ ด้านพลังงานในตลาดที่กำลังเติบโตอย่างประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซียได้”
“การประสานมาตรฐานด้านพลังงานเป็นหนึ่งเดียวนี้จะนำไปสู่การประหยัดอย่างมหาศาลและช่วยลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สำหรับสหภาพยุโรปนั้น เครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพทางพลังงานอยู่ในอัตราส่วน 3.2 หรือมากกว่านั้น จะถือว่ามีประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานมากที่สุด ยิ่งอัตราส่วนมากขึ้นเท่าใด อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็จะน้อยลงเท่านั้น เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายที่น้อยลงในการใช้งานอุปกรณ์ระยะยาวด้วย” ดร. ทวารัฐ กล่าวเสริม
แอลจีชวนท้าประลองฝีมือ เนรมิตจานเด็ด ในแคมเปญ LG Seoul-ful Kitchen
ไฮเออร์ พลิกเกมแอร์สู้อากาศร้อนจัด ดันเครื่องปรับอากาศ 2 รุ่นฮีโร่ "UV Cool Voice Series" ฟีเจอร์ BLACK FIN ทนเหนือระดับถึง 40 เท่า
ค่าไฟขาขึ้น เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค จาก "ซื้อถูก" สู่ "ลงทุนคุ้ม" ดันบ้านประหยัดพลังงานเติบโต
มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ลดคาร์บอนเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 26,300 ต้น
เพาเวอร์บาย จัดใหญ่ "Power Buy Expo 2026" กระตุ้นตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าช่วงซัมเมอร์ และรับบอลโลก อัดโปรแรงลดสูงสุด 80% พร้อมเทรนด์พลังงาน-เกมมิ่งครบจบในงานเดียว
ภาพข่าว: กดปุ่มเปิด ‘ASEAN SHINE’ โครงการริเริ่มทำมาตรฐาน ประสิทธิภาพพลังงานเครื่องปรับอากาศให้เป็นหนึ่งเดียวในอาเซียน