นางสาวยุพาวดีกล่าวต่อไปว่า สำหรับกองทุนเปิดเคตราสารหนี้ 3 เดือนดีคิว (KFI3MDQ) จะลงทุนในเบื้องต้นประกอบด้วยเงินฝาก China Construction Bank Corporation, สาขาฮ่องกง (A/Fitch), เงินฝาก Bank of China,สาขามาเก๊า (A/Fitch), ตราสารหนี้ บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด,ประเทศไทย (AAA/TRIS), ตราสารหนี้ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน), ประเทศไทย (A+(tha)/Fitch), ตราสารหนี้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ประเทศไทย (AA-(tha)/Fitch) ตามลำดับ ด้านกองทุนเปิดเคตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือนเอวี (KFF6MAV) จะลงทุนในเบื้องต้นประกอบด้วยเงินฝาก China Construction Bank Corporation, สาขาฮ่องกง( A/Fitch), เงินฝาก Bank of China, สาขามาเก๊า (A/Fitch), ตราสารหนี้ Yapi Kredi Bankasi A.S., ประเทศตุรกี (BBB/Fitch), ตราสารหนี้ BTG Investments LP ที่รับประกันโดย BTG Pactual Holding S.A., ประเทศบราซิล (BBB-/Fitch), ตราสารหนี้ Bank of East Asia Ltd., สาขาฮ่องกง(A/S&P) , ตราสารหนี้ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน), ประเทศไทย (A+(tha)/Fitch) โดยทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน
นอกจากนี้ เพื่อตอบรับความต้องการสำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำมากและต้องการลงทุนระยะสั้นกับตราสารหนี้ในประเทศเป็นหลัก ในช่วงเวลาเดียวกัน บลจ.กสิกรไทยจึงเปิดขายกองทุนเปิดเค คุ้มครองเงินต้น ตราสารหนี้ไทย 3 เดือนดีเค (KPPTF3MDK) ซึ่งจะเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย และบางส่วนในเงินฝากประจำ 3 เดือนของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะให้โอกาสรับผลตอบแทนปลอดภาษีสำหรับลูกค้าบุคคลธรรมดาที่ 2.45% ต่อปี
นางยุพาวดีกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับภาพรวมของเศรษฐกิจในช่วงนี้ ยังคงต้องจับตามอง เพราะแรงกดดันจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะปัญหาทางการเมือง และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง บวกกับผลการประชุมของเฟดในวันที่ 18 ธันวาคม นี้ ว่าจะออกมาในทิศทางใดกับมาตรการปรับลด QE ดังนั้นผู้ลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ต่ำควรกระจายความเสี่ยงกับการลงทุนในตราสารหนี้ประเภทกำหนดอายุโครงการ เพื่อพักเงินในระยะสั้นรอดูทิศทางของเศรษฐกิจ และจับจังหวะการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถลงทุนกับกองทุน KPPTF3MDK, กองทุนKFI3MDQ และกองทุน KFF6MAV ได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวนเสนอขายได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือสอบถาม KAsset Contact Center 0 2673 3888
กองทุน SCBVALUEE จาก บลจ. ไทยพาณิชย์ กองทุน e-class หุ้นไทยคุณภาพ วิเคราะห์การลงทุนผ่าน Machine Learning คว้ารางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี จาก Morningstar Awards for Investing Excellence 2026
บลจ.ทิสโก้เปิดกอง TDEFENSE โอกาสสร้างกำไรในอุตสาหกรรมด้านความมั่นคงของโลก
KTAM เจาะโอกาสการลงทุนกลุ่มบริษัทชั้นนำในเวียดนาม IPO กอง KT-VNDIAMOND 4 - 10 มี.ค.นี้
BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 3/26' วันที่ 5-9 มี.ค. 2569
บลจ. ไทยพาณิชย์ ประกาศจ่ายปันผล - ลดทุน 4Q68 กลุ่มกองทุนอสังหาฯ - อินฟราฯ ศักยภาพโดดเด่น POPF - CPNCG - DIF มอบผลตอบแทนท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย
SCBAM ชวนทยอยวางแผนออมเพื่อเกษียณตั้งแต่ต้นปี มอบแคมเปญพิเศษ Fund Back สูงสุด 1,600 บาท(*)
FUTURERT เตรียมจ่ายเงินปันผล ครั้งที่ 5 ในอัตรา 0.122869 บาทต่อหน่วยและเงินลดทุนชำระแล้ว ในอัตรา 0.1471 บาทต่อหน่วย ในวันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้
B-WORK เตรียมจ่ายเงินปันผล ในอัตรา 0.183371 บาทต่อหน่วย วันที่ 25 มี.ค. 2569 นี้
SCBAM เปิดเทรนด์การลงทุนรับมือ 'ระเบียบโลกใหม่' พร้อมเผยกลยุทธ์สร้างความได้เปรียบด้วยนวัตกรรมและความเข้าใจลูกค้า ยืนหยัดการเป็น บลจ. อันดับ 1 ภายใต้แนวคิด Wealth for Everyone