ณ เดือนสิงหาคม 2556 บริษัทน้ำประปาไทยมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประกอบด้วย บริษัท มิตซุย วอเตอร์ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (26%) บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (20.2%) และบริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) (19%) ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ให้บริการน้ำประปาเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยกำลังการผลิตทั้งสิ้น 876,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน และให้บริการบำบัดน้ำเสียซึ่งมีกำลังการบำบัด 18,000 ลบ.ม./วัน นอกจากนี้ บริษัทยังถือหุ้นในสัดส่วน 25% ใน บริษัท ซี. เค. พาวเวอร์ จำกัด ด้วย โดยบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ถือหุ้น 54.8% ใน บริษัท เซาท์อีส เอเซีย เอนเนอร์จี จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ด้วยกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 615 เมกะวัตต์
บริษัทประกอบกิจการโรงผลิตน้ำประปา 3 โรง และเป็นผู้ให้บริการน้ำประปาในพื้นที่ 3 เขต คือเขตพื้นที่จังหวัดนครปฐม-สมุทรสาคร เขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และเขตนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน บริษัทให้บริการน้ำประปาแก่ กปภ. ภายใต้สัญญาซื้อขายน้ำประปาอายุ 25 ปีซึ่งจะหมดสัญญาในปี 2566 และอายุ 30 ปีซึ่งจะหมดสัญญาในปี 2577 กปภ. มีพันธะในการรับซื้อน้ำประปาจากบริษัทในปริมาณขั้นต่ำจำนวน 660,000 ลบ.ม./วัน ทั้งนี้ สูตรการคำนวณอัตราค่าน้ำจะเป็นไปตามดัชนีราคาผู้บริโภค นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับสิทธิในการดำเนินการผลิต จำหน่าย และให้บริการน้ำประปา รวมทั้งให้บริการบำบัดน้ำเสียในเขตนิคมอุตสาหกรรมบางปะอินระยะเวลา 30 ปีด้วย โดยสิทธิดังกล่าวจะหมดอายุในปี 2582 บริษัทยังคงมีความเสี่ยงจากการมี กปภ. เป็นลูกค้ารายใหญ่เพียงรายเดียวซึ่งสร้างสัดส่วนรายได้ให้แก่บริษัทถึง 98% ของรายได้รวมในปี 2555 กระนั้น สถานะความน่าเชื่อถือของ กปภ. ก็อยู่ในระดับที่รับได้เนื่องจากมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ
ฐานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทได้รับแรงหนุนจากการมีความเสี่ยงจากการดำเนินงานที่อยู่ในระดับต่ำและมีอุปสรรคในการเข้าสู่ธุรกิจในระดับสูง แม้ว่าการผลิตน้ำประปาจะใช้เทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน แต่ธุรกิจผลิตน้ำประปาก็ใช้เงินลงทุนสูงในกรณีที่ต้องสร้างโครงข่ายระบบส่งและจ่ายน้ำประปา บริษัทเป็นเจ้าของท่อน้ำประธานและท่อจ่ายน้ำในพื้นที่ให้บริการบางส่วนซึ่งเป็นอุปสรรคต่อผู้ต้องการเข้ามาเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ในพื้นที่ดังกล่าว แหล่งน้ำที่มีเพียงพอและคุณภาพของน้ำดิบเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตน้ำประปา ทั้งนี้ แหล่งน้ำที่สำคัญในการผลิตน้ำประปาของบริษัทมาจากแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่มีปริมาณน้ำเพียงพอ แม้แหล่งน้ำแต่ละแห่งจะมีคุณภาพน้ำที่แตกต่างกัน แต่บริษัทก็สามารถนำน้ำไปผลิตเป็นน้ำประปาคุณภาพสูงได้เช่นเดียวกัน
บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเนื่องจากการมีโครงสร้างสัญญาซื้อขายน้ำที่ดีกับ กปภ. อีกทั้งยังมีความต้องการน้ำที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2555 ยอดขายน้ำประปาของบริษัทเพิ่มขึ้นเพียง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจากการฟื้นตัวของความต้องการใช้น้ำหลังเหตุอุทกภัยในปลายปี 2554 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดนครปฐม-สมุทรสาคร การเพิ่มขึ้นของปริมาณจำหน่ายน้ำประปาและการปรับราคาน้ำประปาตามดัชนีผู้บริโภคส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็น 4,925 ล้านบาทสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2556 บริษัทมีรายได้รวม 3,872 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากเขตพื้นที่จังหวัดนครปฐม-สมุทรสาครและเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยมีสัดส่วน 64% และ 33% ของรายได้ทั้งหมดตามลำดับ ส่วนรายได้ที่เหลือส่วนใหญ่มาจากเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน
ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะสามารถดำรงสถานะการเงินที่แข็งแกร่งต่อไปได้ในช่วง 3 ปีข้างหน้า อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้จากการขายคาดว่าจะอยู่ในระดับสูงกว่า 77% บริษัทมีเงินทุนจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3,397 ล้านบาทในปี 2555 เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า และอยู่ที่ระดับ 2,596 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2556 หรือเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ภายใต้สมมติฐานของทริสเรทติ้ง คาดว่าบริษัทจะมีเงินทุนจากการดำเนินงานอยู่ที่ 3,000-3,400 ล้านบาทต่อปีในระยะ 3 ปีข้างหน้าซึ่งเพียงพอสำหรับแผนการลงทุนและการจ่ายเงินปันผลของบริษัท โดยบริษัทมีแผนลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 2,300 ล้านบาทในระยะ 3 ปีข้างหน้า โดยแผนการลงทุนส่วนใหญ่จะเป็นการเพิ่มประลิทธิภาพการผลิตและจ่ายน้ำประปาในพื้นที่จังหวัดนครปฐม-สมุทรสาคร ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลประมาณ 2,200-2,400 ล้านบาทต่อปีในระยะ 3 ปีข้างหน้า
ในแง่ของงบดุล บริษัทมีอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมที่ระดับ 55% ณ สิ้นเดือนกันยายน 2556 คาดว่าอัตราส่วนดังกล่าวจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากการชำระคืนหนี้ตามแผนของบริษัท บริษัทยังคงมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจพลังงานสะอาด แต่นอกเหนือจากการลงทุนในบริษัท ซี. เค. พาวเวอร์ แล้ว บริษัทก็ยังไม่มีแผนการที่ชัดเจนในการขยายการลงทุนในระยะอีก 2 ปีข้างหน้า
บริษัท น้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน) (TTW)
อันดับเครดิตองค์กร: AA-
อันดับเครดิตตราสารหนี้:
TTW142A: หุ้นกู้ไม่มีประกัน 1,700 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2557 AA-
TTW162A: หุ้นกู้ไม่มีประกัน 1,800 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2559 AA-
TTW192A: หุ้นกู้ไม่มีประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2562 AA-
TTW222A: หุ้นกู้ไม่มีประกัน 2,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 AA-
แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable
เสนาเสนอขายหุ้นกู้ 2 ชุดใหม่ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.90% และ 5.80% เปิดจองซื้อวันที่ 3 - 5 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ผ่าน 16 สถาบันการเงินชั้นนำ
สิงห์ เอสเตท (S) ประสบความสำเร็จ ปิดการขายหุ้นกู้มูลค่า 1,500 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
ACE ปลื้ม คว้าเรตติ้งหุ้นยั่งยืน ระดับสูงสุด "AAA" สองปีติดต่อกัน
SUPER สตรอง! ทริสฯ คงเครดิตองค์กรระดับ "BBB" ตอกย้ำคุณภาพพอร์ตโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 1.4 GW หนุนกระแสเงินสดมั่นคง เดินหน้าขยายการลงทุน ดันอนาคตเติบโตยั่งยืน
ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร ของ WHA Group ที่ "A-" แนวโน้ม "Stable" สะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
บางจากฯ ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง คงระดับเครดิต A+ จากทริส เรทติ้ง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กร บางจาก ศรีราชา "A+" ต่อเนื่องปีที่ 2 ตอกย้ำศักยภาพองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรมพลังงานไทย
UNIQ เตรียมออกหุ้นกู้อายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 6.50% ต่อปี พร้อมเสนอขายผู้ลงทุนทั่วไป ผ่านสถาบันการเงิน 5 แห่ง คาดเปิดจองซื้อ 10 - 12 พ.ย. 2568
CPFTH เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้ชุดใหม่จำนวน 2 รุ่น อายุ 6 ปีที่ 2.54% ต่อปี และอายุ 12 ปีที่ 3.23% ต่อปี เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่