เซ็นจูรี่ 21 หวั่นการเมืองส่อแววยืดเยื้อส่งผลฉุดธุรกิจอสังหาฯ ต่ำสุดในรอบ 2 ปี

12 Feb 2014
เซ็นจูรี่ 21 แจง ปัญหาการเมืองส่งผลกระทบธุรกิจอสังหาฯ คาดไตรมาสที่ 1 โครงการบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม เปิดตัวลดลง ขณะที่ราคาที่ดินมีโอกาสปรับตัวลดลงหลังจากช่วงหลายปีมีการปรับขึ้นมาโดยตลอด เผยนักลงทุน หรือผู้พัฒนาโครงการอสังหาฯ เบนเข็มปรับกลยุทธ์หันสู่โครงการแนวราบเพิ่มขึ้นรองรับผลกระทบการเมือง เผยเร่งปรับกลยุทธ์ภายในมุ่งเป้าพัฒนาองค์กรสู่ AEC เล็งเป้าหมายที่ ลาว พม่า กัมพูชา สิงคโปร์ และมาเลเซีย

นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ว่า ปัญหาการเมืองที่ร้อนแรงในขณะนี้ อาจส่งผลต่อนักลงทุน หรือผู้พัฒนาโครงการบ้างเล็กน้อย ดังจะเห็นได้ว่า การเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม หรือบ้านเดี่ยวลดลง ในช่วงไตรมาสที่ 1 ซึ่งน้อยกว่า 10 โครงการ และโครงการที่ เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) บริหาร คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนมีนาคม ก็ชะลอการเปิดโครงการ เปลี่ยนเป็นในช่วงไตรมาสที่ 2 หรือ 3 แทน ซึ่งต้องรอให้ปัญหาทางการเมืองมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการซื้อขายคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้น แต่ผลประกอบการของการซื้อขายคอนโดมิเนียมในช่วงไตรมาสที่ 1 ในปีนี้ มีทิศทางไม่เป็นอย่าง 2 ปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน

ล้านบาท

ยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยคอนโดมิเนียม ปี พ.ศ. 2555-2556 และไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2557

****เปรียบเทียบจากยอดขายโครงการคอนโดมิเนียมของ บริษัท เซ็นจูรี่21 (ประเทศไทย) จำกัด ในขณะเดียวกันด้านการตัดสินใจซื้อที่ดิน เมื่อเกิดปัญหาการเมืองร้อนแรงเช่นนี้ส่งผลให้ Demand หรือความต้องการซื้อที่ดินต่ำลง ประกอบกับช่องทางการขายลดลง อันเป็นการทำให้เกิดการชะลอการตัดสินใจซื้อที่ดินของนักลงทุนมากขึ้น โดยในทำเลที่ราคาที่ดินสูงยังคงเป็น ย่านเพลินจิต วิทยุ หลังสวน ซึ่งจากการสำรวจของเซ็นจูรี่ 21 พบว่า มีการปรับขึ้นราคาเพียง 10% เท่านั้น หากเปรียบเทียบกับปีก่อน มีการปรับขึ้นถึง 18-30% แต่ที่น่าจับตามองคือ ส่วนที่เป็นแนวรถไฟฟ้าชานเมือง และส่วนต่อขยาย เช่น เจริญนคร ตลาดพลู บางหว้า ที่มีการปรับตัวขึ้นของราคามากกว่า 10% เพราะเป็นทำเลใกล้ตัวเมืองสาทร (CBD) แต่อย่างไรก็ไม่ได้เห็นชัดเหมือนปีก่อน ๆ ซึ่งอาจทำให้เห็นได้ว่าผู้ประกอบการเล็งเห็นศักยภาพของทำเลแถบชานเมือง หรือเกาะแนวรถไฟฟ้าชานเมือง และหันไปลงทุนทำคอนโดมิเนียมในทำเลอนาคตเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาที่ดินปรับขึ้น แต่ไม่มาก หรือหนีไปจากปีที่แล้วมากนัก ยกตัวอย่างเช่น เส้นรัตนาธิเบศร์ที่ในอนาคตจะเกิดรถไฟฟ้าสายสีม่วง ส่งผลให้พื้นที่ในแถบนั้น มีราคาที่เพิ่มขึ้น แต่เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเพียงแค่ 10% เท่านั้น

ที่น่าสังเกตอีกประการก็คือ ผู้ประกอบการเริ่มปรับทิศทางของการทำโครงการมาเป็นแนบราบเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่คาดการณ์ว่าตลาดกลุ่มคอนโดมิเนียมน่าจะได้รับผลกระทบทางการเมืองที่สูงกว่า โดยปัจจุบันมีการซื้อขายที่ดินแปลงใหญ่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ราคาที่ดินสำหรับทำโครงการแนวราบในปีนี้มีทิศทางการปรับตัวเพิ่มขึ้นที่น้อยมาก เนื่องจากแนวโน้มการลงทุนในโครงการใหม่ ๆ ลดน้อยลง ซึ่งหากสถานการณ์ทางการเมืองยังคงยืดเยื้อออกไปเป็นระยะเวลานานคาดว่าราคาที่ดินบางทำเลอาจต้องปรับลดลงด้วย ขณะที่ก่อนหน้ามีการปรับราคาขึ้นไปสูงมาก

ทำเล/ ที่ตั้ง

ราคาประเมิน ปี 2555-2558

อัตราส่วนการเพิ่มขึ้นจากราคาประเมินปี 2551-2554 (%)

ราคาขายจริง ในปี พ.ศ. 2556

ราคาขายเสนอขายปัจจุบัน พ.ศ. 2557

สีลม

650,000-850,000

18.18-30.77

800,000 -1,000,000

1,100,000

เพลินจิต

800,000

100

1,500,000

ราคาคงที่ ไม่มีเสนอขาย

ราชดำริ

700,000-800,000

100-128.57

1,500,000

ราคาคงที่ ไม่มีเสนอขาย

วิทยุ

500,000-700,000

42.86-100

1,500,000

ราคาคงที่ ไม่มีเสนอขาย

สาทร

450,000-600,000

12.5-42.86

800,000-1,000,000

1,000,000

พญาไท – ราชเทวี

350,000-400,000

66.67-90.48

700,000-850,000

ราคาคงที่ ไม่มีเสนอขาย

เพชรบุรี

210,000-350,000

40

400,000-450,000

ราคาคงที่ ไม่มีเสนอขาย

รัชดาภิเษก

350,000

29.63

400,000-500,000

500,000 – 550,000

อโศก- สุขุมวิท

150,000-520,000

36.36-48.57

800,000-1,500,000

ราคาคงที่ ไม่มีเสนอขาย

ทองหล่อ-เอกมัย

350,000

75

800,000-1,000,000

ราคาคงที่ ไม่มีเสนอขาย

บางนา-ตราด

140,000-170,000

7.69-30.76

180,000-200,000

ราคาคงที่ ไม่มีเสนอขาย

ทำเล/ ที่ตั้ง

ราคาประเมิน ปี 2555-2558

อัตราส่วนการเพิ่มขึ้นจากราคาประเมินปี 2551-2554 (%)

ราคาขายจริง ในปี พ.ศ. 2556

ราคาขายเสนอขายปัจจุบัน พ.ศ. 2557

กรุงธนบุรี

215,000

115

400,000-500,000

ราคาคงที่ ไม่มีเสนอขาย

เจริญนคร ใกล้ BTS

100,000-165,000

17.64-26.92

300,000-350,000

350,000– 400,000

เพชรเกษมตอนต้น

120,000-150,000

41.18-25

150,000-180,000

180,000– 250,000

สมเด็จพระเจ้าตากสิน ใกล้ BTS

130,000-165,000

30-26.92

180,000-200,000

200,000- 230,000

****จากการสำรวจของบริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) จำกัด

ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด อย่าง พัทยา ชลบุรี หัวหิน ภูเก็ต เชียงใหม่ และอุดรธานี ขอนแก่น ในปีที่แล้วที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สำหรับปีนี้ราคายังคงทรงตัว เนื่องจากเมื่อปีที่แล้ว นักพัฒนาโครงการแห่ลงทุนหลายรายในหลายพื้นที่ ทำให้เกิด Over supply บ้างเล็กน้อย เนื่องจากปัญหาการเมืองซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าทั่วไปและต่างชาติ จึงชะลอการตัดสินใจซื้อโดยฉพาะจังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น ที่ยังมีปัญหาเรื่อง Demand ที่มีอยู่อย่างจำกัด และขนาดตลาดที่เล็ก รวมถึงความเข้าใจในการบริโภค ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ของตลาดซื้อขายคอนโดมิเนียม ทำให้ปีนี้นักพัฒนาโครงการชะลอการตัดสินใจพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ ลดลง

แม้ปัญหาการเมืองที่ยังคงรุมเร้าภายในประเทศ แต่เซ็นจูรี่ 21 เองก็ยังต้องดำเนินธุรกิจกันต่อไป ทำให้เราได้มีโอกาสกลับมามองสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร และการปรับฐาน เพื่อรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าที่เราพูดถึงกันบ่อยครั้งในเรื่องการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC โดยเฉพาะการขยายเครือข่ายแฟรนไชส์

นายเดวิด เดนนิสัน กรรมการฝ่ายธุรกิจแฟรนไชส์ เปิดเผยว่า ได้วางเป้าหมายของการพัฒนาเครือข่ายด้านธุรกิจในปีนี้ว่า จะพัฒนาและขยายเครือข่ายแฟรนไชส์ ให้ได้ตามเป้าหมายคือ 100 สาขา จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 40 สาขา ซึ่งจะมีทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นแล้ว เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) ยังเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคคลากรที่เน้นด้านการบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ให้มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปีหน้า จึงเกิดเป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพด้านการบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แนวคิด AEC Property Agent Trainer โดยการเตรียมความพร้อมด้านบุคคลากรเพื่อรองรับการซื้อขายอสังหาฯ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และในฐานะที่เซ็นจูรี่ 21 มีเครือข่ายทั้งในประเทศ และยังมีเครือข่ายที่ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเราได้ License และจะทำการเปิดร่วมกับนักลงทุนจีนที่มีพื้นฐานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ซึ่งจะเริ่มเปิดที่เวียนเทียน และหลวงพระบาง เป็น 2 เมืองแรก ทำให้เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) ตระหนักว่าการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่แค่เรื่องภายในประเทศอีกต่อไป นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนในไทย ในขณะเดียวกันคนไทยเองก็สามารถไปลงทุนในต่างชาติได้เช่นเดียวกัน เชื่อว่า เซ็นจูรี่21 (ประเทศไทย) จะสามารถตอบโจทย์ให้กับนักลงทุนทั้งรายใหญ่และรายย่อยได้อย่างตรงจุด

นอกจากนั้น AEC Property Agent Trainer ที่กำลังจะก่อตั้งนี้ จะพัฒนาศักยภาพตัวแทนขายอสังหาฯ ให้มีความความรู้ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านองค์ความรู้ของอสังหาริมทรัพย์ ด้านกระบวนการขาย ด้านวัฒนธรรมที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงเรื่องของภาษา ซึ่งคาดว่าหลักสูตร และสถานที่ฝึกอบรมจะแล้วเสร็จเตรียมเปิดรับสมัครในช่วงเดือน เมษายน ปี 2557 นี้