นางสาวยุพาวดี ตู้จินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ในวันที่ 8-14 กรกฎาคม 2557 บลจ.กสิกรไทย จะเสนอขายกองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน เอบี (KEFF6MAB) ประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 2.70% ต่อปี และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน อีเค (KFI3MEK) ประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 2.40% ต่อปี โดยกองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน และสำหรับผู้ลงทุนบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี
นางสาวยุพาวดีเปิดเผยว่า “ปัจจุบันกลุ่มผู้ลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำ ยังคงให้ความสนใจลงทุนกับกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าการลงทุนภายในประเทศเพียงอย่างเดียว และเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบัน ท่ามกลางแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้โดยเฉพาะกองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ต่างประเทศ ของบลจ.กสิกรไทย ซึ่งเป็นกองทุนที่เน้นให้ผลตอบแทนสูง (ไฮยิลด์บอนด์) ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีและได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดย บลจ.กสิกรไทย ยังคงมุ่งเน้นการคัดเลือกตราสารที่มีคุณภาพ พร้อมกับการปรับจังหวะการออกกองทุนใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น ด้านสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน แม้เศรษฐกิจภายในประเทศกำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว แต่ก็ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากตัวเลขการส่งออก รวมถึงตัวเลขการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งจะผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังต่อไป ทั้งนี้จะต้องจับตามองท่าทีของต่างประเทศเกี่ยวกับการทำรัฐประหารของ คสช. ซึ่งอาจจะมีมาตรการกีดกันทางการค้า และอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยต่อไปได้”
นางสาวยุพาวดีกล่าวต่อไปว่า สำหรับตราสารหนี้ที่กองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ ตราสารหนี้ต่างประเทศ 6 เดือน เอบี (KEFF6MAB) จะเข้าไปลงทุนในเบื้องต้นประกอบด้วยเงินฝาก China Construction Bank Corporation เงินฝาก Bank of China ร่วมด้วยตราสารหนี้ Agricultural Bank of China ตราสารหนี้ VakifBank, ประเทศตุรกี และตราสารหนี้ BTG Investments LP ที่ค้ำประกันโดย BTG Pactual Holding S.A., ประเทศบราซิล โดยกองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน และเป็นกองทุนที่เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่มีสินทรัพย์ในการลงทุนสูงและสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน โดยผู้ลงทุนต้องลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำ 1,000,000 บาท
อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนทั่วไปที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำ แต่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าการลงทุนกับตราสารหนี้ภายในประเทศเพียงอย่างเดียว บลจ.กสิกรไทย ขอแนะนำกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน อีเค (KFI3MEK) โดยกองทุนดังกล่าวเบื้องต้นคาดว่าจะลงทุนในเงินฝาก China Construction Bank Corporation เงินฝาก Bank of China นอกจากนี้ยังลงทุนในตราสารหนี้ประเทศไทยของธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) โดยตราสารที่กล่าวมามีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และกองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท
ผู้ที่สนใจลงทุนกับกองทุน KEFF6MAB และกองทุน KFI3MEK สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวนเสนอขายได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือสอบถาม KAsset Contact Center 0 2673 3888 หรือที่ www.kasikornasset.com
KTAM เปิดขาย "KTWC Series-ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ RG" ชูจุดเด่นโอกาสสร้างกระแสเงินสด
บลจ.ทิสโก้เปิดกองทุน TGOLD - UH เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากราคาทองคำโลก
BBLAM เสนอขาย IPO 'BP2/26(AI)' วันที่ 28-30 ม.ค. 2569
บลจ.กสิกรไทย เปิดศักราชความร่วมมือครั้งสำคัญ จับมือ 5 มหาวิทยาลัยปั้นเจนใหม่สู่ Global Investor
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผลกองหุ้นไทย "ES-EQDIV" 0.94 บาทต่อหน่วย รวมมูลค่ากว่า 43 ล้านบาท
บลจ.เกียรตินาคินภัทร ปั้น 2 กองทุนหุ้นยุโรป KKP EUROPE-H และ KKP EUROPE-UH คัดหุ้นคุณภาพพร้อมโอกาสเติบโตไปกับเศรษฐกิจยุโรป IPO วันที่ 21 - 29 มกราคมนี้
บลจ.ทิสโก้เพิ่มทุน TEMxCH เป็น 3,000 ล้านบาท ชี้ตลาดเกิดใหม่ไม่รวมจีนกำไรโตแกร่ง ราคาน่าสนใจ
บลจ. ไทยพาณิชย์ สานต่อความสำเร็จ เปิดกองทุนใหม่ SCBCR1YAE กับกลยุทธ์ลดความเสี่ยงขาดทุนเงินต้น
InnovestX จับมือ ChinaAMC เปิดตัว DR23 ใหม่ 2 หลักทรัพย์ "CN23" และ"CNSTAR5023" เสริมพอร์ตลงทุนจีน ครบทั้งเศรษฐกิจรากฐานและเทคโนโลยีแห่งอนาคต ในจังหวะมูลค่าน่าสนใจ