การศึกษาภาระโรคและการบาดเจ็บของประชาชนไทย พ.ศ. 2552 ของสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ พบว่า การดื่มสุราหรือแอลกอฮอล์มีความสัมพันธ์กับโรคต่างๆที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในอันดับต้นๆ หลายโรค เช่น โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน การติดสุรา โรคเอดส์ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด การเสื่อมสมรรถนะทางเพศ ฯลฯ ที่เห็นผลกระทบชัดเจน คือ กลุ่มโรคทางระบบประสาทส่วนกลางและสมอง เช่น โรคสมองเสื่อม โรควิกลจริต โรคลมชัก นอนไม่หลับ หูแว่ว ประสาทหลอน โรคซึมเศร้า กลัว หวาดระแวง ฯลฯ โดยการดื่มสุราหรือแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความผิดปกติทางจิตสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 56 รองลงมา คือ บาดเจ็บ (ร้อยละ 23) และเป็นโรคตับแข็ง (ร้อยละ 9) ข้อมูลจาก รพ.สวนปรุง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคจิตเวชที่มีปัญหาจากการดื่มสุรา พบว่า ในปี 2556 มีผู้ป่วยทางจิตจากการดื่มสุราเข้ารับการรักษาถึง 4,784 ราย และคาดว่ายังมีผู้มีแนวโน้มติดสุราจนต้องส่งมารักษาอีกเป็นจำนวนมาก หากไม่เข้ารับการรักษาและปล่อยให้อาการรุนแรงจะเป็นเหตุให้ก่อความรุนแรง เช่น เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ทำร้ายร่างกายตนเองและผู้อื่น ก่ออาชญากรรม ทุบตี หรือฆ่าผู้อื่นอย่างโหดร้ายได้ ดังนั้น ช่วงเทศกาลเข้าพรรษาหรือวันงดดื่มสุราแห่งชาติ จึงถือเป็นโอกาสดีที่นักดื่มทุกเพศทุกวัยจะเริ่มต้นหันมางดหรือลดการดื่ม เพื่อสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดีและแข็งแรงของตนเองและคนในครอบครัว อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว
ด้าน นพ.ปริทรรศ ศิลปกิจ รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพ.สวนปรุง กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลการสำรวจระบาดวิทยาโรคจิตเวชของคนไทยที่มีอายุระหว่าง 15 - 59 ปี (ปี 2551) พบ มีผู้เข้าข่ายมีความผิดปกติในพฤติกรรมการดื่มสุราหรือแอลกอฮอล์ (Alcohol Use Disorders) ร้อยละ 10.9 ในจำนวนนี้จัดเป็นกลุ่มใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทางที่ผิด (alcohol abuse) ร้อยละ 4.2 และเข้าข่ายมีภาวะติดสุรา (alcohol dependence) ร้อยละ 6.6 และ ร้อยละ 7.1 มีปัญหาทั้งจากการดื่มสุราและปัญหาสุขภาพจิต เช่น โรคอารมณ์แปรปรวน โรควิตกกังวล โรคจิตเภท ซึมเศร้าเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายและการใช้สารเสพติด เช่น ยาบ้า ยาไอซ์ โดยองค์การอนามัยโลก ได้ระบุว่า หากไม่มีการดื่มแอลกอฮอล์ การเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายสำเร็จจะลดลง ระหว่าง ร้อยละ 16 - 41
สำหรับแนวทางการสังเกตบุคคลในครอบครัวหรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเริ่มติดสุรา รอง ผอ. รพ.สวนปรุง แนะให้สังเกตว่ามีอาการ 3 ใน 7 อย่างนี้หรือไม่ ได้แก่ 1.ต้องเพิ่มปริมาณการดื่มมากขึ้นจึงจะได้ฤทธิ์เท่าเดิม 2. มีอาการร่างกายเมื่อไม่ได้ดื่ม 3.ควบคุมการดื่มไม่ได้ 4. มีความต้องการอยู่เสมอที่จะเลิกดื่มหรือพยายามหลายครั้งแล้วแต่ไม่สำเร็จ 5.หมกมุ่นกับการดื่มหรือการหาสุรา 6.มีความบกพร่องในหน้าที่การงานหรือการพักผ่อนหย่อนใจ และ 7.ยังคงดื่มอยู่ทั้งๆ ที่มีผลเสียเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งหากสังเกตพบได้เร็ว ก็จะยิ่งช่วยผู้ติดสุราให้เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาได้เร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ผู้ที่ติดสุราที่ต้องการหยุดหรือลดปริมาณการดื่มลง จำเป็นต้องมีการจัดการที่ถูกวิธี เพราะหากหยุดหรือลดปริมาณการดื่มลงอย่างกะทันหัน สมองที่เคยถูกกดการทำงานจะปรับไม่ทันหรือเกิดอาการตีกลับ โดยจะมีอาการแสดงที่รุนแรงขึ้นเป็นระยะๆ คือ 6-12 ช.ม. แรก หลังหยุดดื่ม จะมีอาการมือสั่น ตัวสั่น หงุดหงิด อาเจียน ปวดศีรษะ ซึมลง หลัง 24 ช.ม. หรือ 1 วัน จะเริ่มสั่นมากขึ้น กระสับกระส่าย หัวใจเต้นแรง เหงื่อออกมาก ความดันสูง หูแว่ว ประสาทหลอน กลัว หวาดระแวง และ หลัง 48-72 ช.ม. หรือ 2-3 วัน อาจเกิดอาการลงแดง ชักแบบลมบ้าหมู อาเจียน ท้องเสีย มีไข้สูง หูแว่ว หรือเห็นภาพหลอนมากขึ้น มึนงง สับสน บางรายที่มีอาการรุนแรงและมา รพ. ไม่ทัน อาจเสียชีวิตได้ ดังนั้น วิธีลด ละ เลิก สุราที่ปลอดภัย คือ การขอรับบริการปรึกษาในหน่วยงานที่ให้บริการบำบัดรักษาผู้มีปัญหาการดื่มสุรา หรือสายด่วนเลิกเหล้า 1413 หรือโรงพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิตทุกแห่ง หรือ โทรศัพท์ปรึกษาเบื้องต้นได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรี ตลอด 24 ชม.
วางแผนซื้อบ้านอย่างมั่นใจสไตล์คนโสดยุค Solo Economy
ETDA ร่วมกับ สำนักงานสถิติแห่งชาติ เดินหน้า 'EDC Trainer 2026' ลุยสร้างเครือข่ายเทรนเนอร์ดิจิทัลระดับภูมิภาค 10 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งเป้าพัฒนาเทรนเนอร์ดิจิทัลกว่า 2,000 คน
ETDA เตรียมปูพรม 15 จังหวัดทั่วประเทศ ลุยสร้างเครือข่าย EDC Trainer ระดับภูมิภาค เพิ่มอีกกว่า 2,000 คน พร้อมส่งต่อความรู้สู่ชุมชนไม่น้อยกว่า 6 หมื่นคน ในปี 2569
จากสังคมสูงวัยสู่ Longevity Economy เลือกที่อยู่อาศัยอย่างไรเมื่อชีวิตยืนยาว
ชวนตอบแบบสำรวจช่วยชาติ! ไปรษณีย์ไทยส่งพี่ไปรฯ ลุยสำรวจสำมะโนประชากรและเคหะ หนุนภารกิจสำนักงานสถิติแห่งชาติ พร้อมนำข้อมูลสู่การจัดทำนโยบายรัฐ
สคส. จับมือ สนง.สถิติ เก็บข้อมูลประชากรครั้งใหญ่รอบ 10 ปี ย้ำชัด มั่นใจ-ปลอดภัย-พร้อมพัฒนาประเทศ
ทรู จับมือ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมขับเคลื่อนโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ.2568 ย้ำให้ความปลอดภัยกับข้อมูลส่วนบุคคลขั้นสุด
รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ดีอี เป็นประธานเปิดโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 เพราะทุกคนสำคัญ ทุกข้อมูลมีความหมาย ร่วมสร้างอนาคตไทยให้ดีขึ้น Everyone Counts, Everyone Matters
สำนักงานสถิติแห่งชาติ แจ้งกรณีเกิดการส่งต่อข้อความที่สร้างความเข้าใจผิด เกี่ยวกับโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568