คนเราจะมีเส้นผมบนศีรษะประมาณ 90,000-140,000 เส้น โดยในหนึ่งตารางเซ็นติเมตรจะมีเส้นผมอยู่ 120-200 เส้น และร่วงไม่เกินวันละ 100 เส้น แต่หากใครที่มีปัญหาผมร่วงเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ควรไปปรึกษาแพทย์ โดยแนวทางการรักษานั้น แพทย์จะให้คำปรึกษาและรักษาด้วยการทายาและรับประทานยาใน 1 ปี แรก หากยังไม่ได้ผลก็จะรักษาด้วยการปลูกถ่ายเส้นผม แต่เดิมการผ่าตัดปลูกผมนั้น ต้องใช้บุคลากรเป็นจำนวนมาก และใช้เวลานานในการผ่าตัด ทำให้มีผู้ป่วยที่รอรับบริการอยู่เป็นจำนวนมาก การปลูกถ่ายเส้นผมถูกพัฒนารูปแบบขึ้นเรื่อย ๆ ที่ใช้กันมีอยู่ 3 วิธี คือ
1. วิธีมาตรฐาน การผ่าตัดปลูกถ่ายเส้นผมแบบ strip surgery (strip harvesting follicular unit transplantation) โดยการตัดหนังศีรษะที่มีเส้นผมบริเวณท้ายทอยออกเป็นแผ่น แล้วนำมาหั่นโดยใช้กล้องจุลทัศน์ขยายเพื่อให้ออกมาเป็นทีละกอผม (follicular unit) แล้วไปปลูกในบริเวณที่มีปัญหา ซึ่งเป็นการปลูกถ่ายผมที่ทำให้เกิดแผล
2. วิธีใช้เครื่องมือทำการเจาะ เรียกว่า FUE (follicular unit extraction) โดยใช้หัวเจาะเล็ก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 มิลลิเมตร เจาะเส้นผมบริเวณท้ายทอย ดึงกอผมออกมาทีละกอ (follicular unit) แล้วไปปลูกในบริเวณที่มีปัญหา ซึ่งเป็นการปลูกถ่ายเส้นผมแบบไร้แผล
3. วิธีใช้หุ่นยนต์ปลูกถ่ายเส้นผมอัตโนมัติ 4 มิติ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ โดยสนับสนุนการทำงานของแพทย์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ในการผ่าตัดปลูกถ่ายรากผมแบบอัตโนมัติ ที่ปลายแขนของหุ่นยนต์จะมีระบบกล้องที่มองเห็นภาพได้เสมือนสายตาคน จึงช่วยวิเคราะห์ตัวแปรต่าง ๆ เช่น ทิศทางการงอกของเส้นผมองศา และความลึกของรากผมทุกเส้นการทำการเจาะรากผม จึงทำให้รากผมที่มีคุณภาพดีเท่ากันทุกเส้น และแม่นยำตลอดการปลูกถ่ายเส้นผม
หุ่นยนต์แขนกล ประกอบด้วย กล้องสแกนองศาของรากผม มีหัวเจาะสำหรับเจาะโดยประมวลผลจากคอมพิวเตอร์ ช่วยให้แขนกลเข้าเจาะที่รากผมได้อย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพกว่าการใช้มือมนุษย์ซึ่งอาจมีโอกาสพลาดได้ 3-20 เปอร์เซ็นต์ (transection rate) เมื่อเทียบกับการใช้หุ่นยนต์เจาะ transection rate โอกาสพลาดจะเหลือประมาณ 2-10 เปอร์เซ็นต์ หมายถึงมีโอกาสตัดขาดน้อย ไม่ทำให้เส้นผมเสีย จากนั้นนำกอผม ซึ่งมีเซลล์ต้นกำเนิดเส้นผม (follicular stem cell) ออกมาทำการปลูกถ่ายบนหนังศีรษะ ซึ่งการเจาะกอผมเพื่อปลูกถ่ายได้เร็วขึ้น จะทำให้การผ่าตัดได้ผลดี เพราะรากผมที่นำออกมาจะมีช่วงอายุไม่เกิน 8 ชั่วโมง หากปลูกถ่ายได้ช้า เซลล์รากผมจะตาย ทำให้ประสิทธิภาพการปลูกถ่ายเส้นผมลดลง
ข้อดีคือ มีความแม่นยำ รวดเร็วในการเจาะกอผมมากขึ้น จึงทำให้ใช้เวลาในการผ่าตัดและจำนวนบุคลากรทางการแพทย์น้อยลง ทั้งมีความปลอดภัย และลดผลแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นตามมา
อย่างไรก็ดี แม้จะมีการนำหุ่นยนต์มาใช้ปลูกผม แต่แพทย์ก็ยังมีหน้าที่ออกแบบวาดรอยผมว่า จะปลูกผมบริเวณใดและควบคุมเครื่องในการเจาะรู เพื่อฝังเส้นผมลงไปบนหนังศีรษะให้กับผู้ป่วย ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้ได้ผลการปลูกที่สวยงาม และหมดปัญหาเรื่องเส้นผมบนหนังศีรษะ หลังการผ่าตัดปลูกผมแล้ว แผลจะหายเอง แต่ควรระวังอย่าให้โดนน้ำ จากนั้นจะมีเส้นผมที่หลุดร่วง และเริ่มเกิดเป็นเส้นผมแบบถาวรในช่วงเวลาประมาณ 3 เดือน และจะงอกเต็มที่ประมาณ 12-18 เดือน
การดูแลเส้นผมก็อาศัยหลักการรักษาสุขภาพทั่วไป คือ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่เครียด นอกจากนั้นยังต้องเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผมเสีย เช่น การทำเคมี ทั้งยืดดัดย้อมผมบ่อยเกินไป ก็ทำให้ผมร่วงก่อนวัยอันควร หมั่นสังเกตสัญญาณเริ่มต้นของอาการผมบางศีรษะล้าน โดยเริ่มจากมีผมร่วงเกินวันละ 100 เส้น และอาจมีอาการอื่นร่วม เช่น อาการอักเสบของหนังศีรษะ หนังศีรษะมัน มีแผล ฝี รังแค เป็นต้น ซึ่งหากเกิดความผิดปกติ ก็ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
รพ.ธนบุรี ทวีวัฒนา ฉลองก้าวสู่ปีที่ 34 ชู "Advanced Care" เปิดอาคารใหม่ขยายศักยภาพ นำร่องหุ่นยนต์ VELYS(TM) และศูนย์ส่องกล้องฯ ตอกย้ำศูนย์การแพทย์ชั้นนำย่านตะวันตก
ไตรมาสแรกของปี 2026 เศรษฐกิจจีนโต 5.0% ช่วงที่เหลือของปี 2026 คาดโตชะลอลง
SMPC ส่ง "หุ่นยนต์ดินสอมินิ" ลงพื้นที่พะเยา ให้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต๋อม และสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ แม่ปืม
ไฮเออร์ ปลดล็อกอนาคตสมาร์ทลิฟวิ่งในงาน AWE 2026 ชู "AI Vision 2.0 - หุ่นยนต์อัจฉริยะ" พร้อมปูทางสู่ยุค "Zero-Labor Home" นิยามใหม่ของการอยู่อาศัยอัจฉริยะ
ECOVACS เปิดตัว DEEBOT T90 PRO OMNI พร้อมเทคโนโลยี OZMO ROLLER 3.0 และ PowerBoost การออกแบบที่เรียบง่าย แต่ทำงานได้อย่างทรงพลัง
'ศิริราช-ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก' ร่วมจัดโครงการ "93 ดวงตา 93 ข้อเทียม รวมพลังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล น้อมถวายพระราชกุศลแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง"