นางสาวปวีณา ศรีโพธิ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใน ตลท. จำนวน 482 บริษัท หรือ 92.87% จากทั้งหมด 519 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และบริษัทที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด หรือ NPG) ได้นำส่งผลการดำเนินงานงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2557 แล้ว โดยงวดไตรมาส 2 มี บจ. ที่มีกำไรสุทธิ 392 บริษัท หรือคิดเป็น 81.32% ของ บจ. ที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด โดยไตรมาส 2 ปีนี้มียอดขายรวมอยู่ที่ 2,849,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.69% และมีกำไรสุทธิ 203,710 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.62% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2557 มียอดขาย 5,635,018 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.00% และกำไรสุทธิรวม 426,482 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.88% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
“ในไตรมาส 2 บจ. ได้รับปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะ บจ. ในหมวดพลังงานและสาธารณูปโภคที่ได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน บจ. ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในต่างประเทศและการส่งออก เช่น อาหาร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และวัสดุก่อสร้าง มียอดขายเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาสที่แล้วตามความต้องการของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมหลักที่เริ่มขยายตัว ในขณะที่การชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศ มีการเติบโตของรายได้ที่ชะลอตัวลง อย่างไรก็ตามภาพรวม บจ. ยังคงรักษาความสามารถในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นใน ไตรมาส 2 อยู่ที่ 18.82% ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีที่แล้ว และมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.15% เพิ่มขึ้นจาก 6.38% ในงวดเดียวกันของปีที่แล้ว” นางสาวปวีณากล่าว
“แม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองมีความชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของไตรมาส 2 แต่ยอดขายของ บจ. ยังคงทรงตัวและมีกำไรสุทธิที่ไม่นับรวมรายการพิเศษลดลง 6.00% จากไตรมาสก่อนหน้า โดย บจ. สามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้นแต่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสูงขึ้น ทั้งนี้ธุรกิจที่ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่องได้แก่ กลุ่มขนส่ง กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ ในขณะที่กลุ่มธุรกิจอื่นๆ มีการปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ 1” นางสาวปวีณากล่าวเสริม
สำหรับหมวดธุรกิจที่มียอดขายและกำไรเพิ่มขึ้นทั้งงวดไตรมาส 2 และ 6 เดือนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วได้แก่ พลังงานและสาธารณูปโภค ธนาคาร พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยทั้ง 3 หมวดมีกำไรสุทธิงวด 6 เดือนรวม 244,437 ล้านบาท คิดเป็น 57.32% ของกำไรสุทธิรวมทั้งหมด
ทั้งนี้ บจ. ที่มีกำไรงวดสะสม 6 เดือนสูงสุด 5 อันดับแรก คือ บมจ. ปตท. (PTT) บมจ. ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บมจ. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บมจ. ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และ ธนาคารกรุงเทพ (BBL)
โดยในงวด 6 เดือนกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 3 อันดับแรกคือ กลุ่มทรัพยากร กลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มเทคโนโลยี
ก.ล.ต. ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคตลาดทุนเดินหน้าชุดมาตรการสร้างเสน่ห์ตลาดทุนไทย พร้อมตั้งคณะทำงาน Taskforce ตลาดตราสารหนี้
บลจ.อีสท์สปริง แนะจังหวะลงหุ้นไทยคุณภาพผ่านกองทุน ES-THAICG มองหุ้นธรรมาภิบาลแข็งแกร่ง รับประโยชน์จาก Thailand Value-Up และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
ก.ล.ต. ธปท. คปภ. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ ฯ เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมโครงการ Money Story for Influencer เล่าเรื่องการเงินอย่างรับผิดชอบ
AGE โชว์กำไร Q1/69 โต 139.5% พร้อมรุก Green Business ต่อเนื่อง
PRAPAT เดินหน้า Q2 สินค้าเครื่องจักร-ธุรกิจสระว่ายน้ำ หนุนการเติบโตต่อเนื่อง
"Krungsri Finnovate" ผนึกกำลัง "Thai Startup" จัดเวที "Opportunity Stage" ในงาน TSD 2026 เปิดพื้นที่สตาร์ทอัพไทยโชว์ศักยภาพสู่สายตานักลงทุน พร้อมเชื่อมโอกาสธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค
Pi ร่วม TFEX ยกระดับการลงทุนทองคำออนไลน์ ผ่าน "Mini Gold Online Futures" เทรดได้แล้ววันนี้
SYNEX มั่นใจแนวโน้มครึ่งปีเติบโตต่อเนื่อง ในงาน Opp Day ชู Product Mix มาร์จิ้นสูง รับดีมานด์ AI-Data Center ขยายตัว
TEKA โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 ในงาน Opportunity Day กำไรพุ่ง 294%