กองทุนเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่ารวมตามราคาตลาดของกองทุนฯ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่ากับ 2.43 แสนล้านบาท (หรือเทียบเท่าประมาณ 7.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) ณ สิ้นปี 2556 เพิ่มขึ้นจาก 9.65 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2554 ในขณะที่จำนวนกองทุนฯ เพิ่มขึ้นเป็น 46 กองทุน จาก 33 กองทุน กองทุนที่ลงทุนในอาคารสำนักงานให้เช่ามีสัดส่วนร้อยละ 35 ของมูลค่ารวมตามราคาตลาดของกองทุนฯ ในขณะที่กองทุนที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทพื้นที่ค้าปลีกให้เช่ามีสัดส่วนร้อยละ 32 กองทุนที่ลงทุนในคลังสินค้าและอาคารโรงงานให้เช่ามีสัดส่วนร้อยละ 15 และกองทุนที่ลงทุนในโรงแรมและอาคารที่พักอาศัยให้เช่ามีสัดส่วนร้อยละ 10
ในปี 2557 พื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลน่าจะเพิ่มขี้น 700,000-800,000 ตารางเมตร (ตรม.) หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ถึงร้อยละ 12 จากปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากโครงการที่ก่อสร้างล่าช้ามาจากปีก่อนซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้ โดยในปี 2556 พื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพิ่มขึ้นเพียง 120,000 ตรม. (ในปี 2555 เพิ่มขึ้นประมาณ 500,000 ตรม.) ความต้องการพื้นที่ค้าปลีกน่าจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการชะลอตัวลงเนื่องจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2556 ถึง ไตรมาสที่ 2 ของปี 2557 ก็ตาม ฟิทช์คาดว่าอัตราการเช่าพื้นที่ของอสังหาริมทรัพย์ประเภทพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอาจจะลดลงในปี 2557 แต่น่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าร้อยละ 90
ในปี 2557 ฟิทช์คาดว่าคลังสินค้าและอาคารโรงงานให้เช่ายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ 800,000 ตรม. จากที่เพิ่มขึ้น 860,000 - 870,000 ตรม. ในปี 2556 จำนวนคลังสินค้าและอาคารโรงงานให้เช่าที่เพิ่มขึ้นในตลาด รวมถึงความต้องการเงินทุนของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผ่านการขายสินทรัพย์ให้แก่กองทุน น่าจะยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการของกองทุนฯ โดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้ขายพื้นที่คลังสินค้าและอาคารโรงงานให้เช่าประมาณร้อยละ 40 ถึงร้อยละ 60 ของพื้นที่ให้เช่าที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีให้แก่กองทุนฯ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในปี 2557 ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคลังสินค้าและอาคารโรงงานให้เช่ารายใหญ่ 2 รายมีแผนการขายทรัพย์สินให้แก่กองทุนฯ รวมมูลค่าประมาณหนึ่งหมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2556
กองทุนเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยกำลังมีการพัฒนาไปสู่รูปแบบของ “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” หรือ REIT โดยกฎเกณฑ์ในปัจจุบันไม่อนุญาตให้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ภายใต้โครงสร้างเดิม กล่าวคือในรูปของ “กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์” อีกต่อไป และไม่อนุญาตให้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันทำการเพิ่มทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันมีทางเลือกที่จะแปลงสภาพกองทุนให้เป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT ได้
ภายใต้โครงสร้างตามกฎเกณฑ์ใหม่ REIT สามารถทำการกู้ยืมและก่อภาระผูกพันได้ไม่เกินร้อยละ 35 (หรือไม่เกินร้อยละ 60 หากกองทรัสต์ได้รับการจัดอันดับเครดิตอยู่ในระดับ Investment Grade) ของสินทรัพย์รวมของกองทรัสต์และสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่แล้วเสร็จ (Green-field Project) ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของสินทรัพย์รวมของกองทรัสต์ นอกจากนี้ REIT ยังสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศได้ ในขณะที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ภายใต้โครงสร้างเดิม สามารถทำการกู้ยืมและก่อภาระผูกพันได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนและไม่สามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่แล้วเสร็จหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศได้ หลักเกณฑ์เหล่านี้ทำให้ REIT น่าจะเป็นเครื่องมือในการระดมทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำหรับให้เช่ามากกว่ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เดิม และอาจจะช่วยลดการพึ่งพาการกู้ยืมจากธนาคารของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย REIT กองแรกที่จะจัดตั้งขึ้นตามกฎเกณฑ์ใหม่น่าจะเข้าสู่ตลาดในเดือนกันยายนหรือตุลาคมปีนี้
A5 เดินหน้าธุรกิจใหม่ ตอกย้ำศักยภาพเติบโตเสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน จ่ายหุ้นกู้ตามนัด
KKP มอบรางวัล 16 โครงการอสังหาฯ คาร์บอนต่ำและยั่งยืน ชี้ผลลัพธ์การเปลี่ยนผ่านช่วยลดคาร์บอนเทียบเท่าปลูกต้นไม้ 189,700 ต้น
"ควอลิตี้เฮ้าส์" เปิดตัวโครงการใหม่ "คาซ่า วิลล์ ดอนเมือง-เลียบคลองประปา" เปิดจองครั้งแรก Pre-Sale วันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ. 2569
BCPG จับมือ ORN ศึกษาความเป็นไปได้ลงทุนโครงการโซลาร์-แบตเตอรี่ ยกระดับอสังหาริมทรัพย์สู่ Smart & Sustainable Communities
ณวรางค์ แอสเสท จับมือ โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ลงนาม MOU ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยที่ใส่ใจสุขภาพอย่างครบวงจร ด้วยแนวคิด Digital Wellness & Preventive Care
สโคป ปิดยอดขาย 2568 ทะลุเป้า 2,600 ล้าน บทพิสูจน์ผู้นำที่สุดแห่งอสังหาระดับอัลตร้าลักชัวรี เตรียมเดินหน้าเปิดศักราชใหม่ปี 2569 จัดแคมเปญ "สปีด ดีล" โปรแรงรับปีม้าเร็ว
PROUD ส่งท้ายปี จัด "Wellness District in Hua Hin" สร้างชุมชนสุขภาพดี ขับเคลื่อน ESG ครบทุกมิติ
"TITLE" ร่วมสนับสนุนเทศกาลดนตรีระดับโลก EDC Thailand 2026 พร้อมเนรมิต 'Binary Beach' พื้นที่สุดพิเศษเฉพาะที่ภูเก็ต
อินโดรามา เวนเจอร์ส ร่วมกับสยามพิวรรธน์ และ VINN PATARARIN สร้างสรรค์ "Tree of Tomorrow" ต้นคริสต์มาสแห่งความยั่งยืน ณ NEXTOPIA สยามพารากอน