ดร. วรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า งานสัมมนา SEC Working Papers Forum ครั้งที่ 1 ได้เผยแพร่ผลงานวิจัยของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในประเด็น “การออมเพื่อการเกษียณอายุ” ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันเตรียมความพร้อม ทั้งการกำหนดนโยบาย การออกผลิตภัณฑ์ การสนับสนุนให้ประชาชนเห็นความสำคัญ โดยผลการศึกษานี้ ชี้แนะแนวทางเพื่อนำไปประยุกต์กับการพัฒนากลยุทธ์การสร้างแรงจูงใจให้ผู้ออมเพิ่มเงินออมมากกว่าที่กำหนด และเลือกลงทุนสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น เพื่อให้ได้รับประสิทธิผลจากเงินออมที่ดีขึ้น และเพียงพอสำหรับชีวิตวัยเกษียณ รวมทั้งส่งเสริมการให้ความรู้เรื่องผลตอบแทนการลงทุนและความเสี่ยงในสินทรัพย์ความเสี่ยงสูง เพื่อเตรียมพร้อมประเทศไทยในการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย
ดร. พรอนงค์ บุษราตระกูล หัวหน้าทีมผู้วิจัย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การศึกษาได้จำลองสถานการณ์การออมและการลงทุนของกลุ่มตัวอย่างที่เป็นข้าราชการและมีการออมเพื่อเกษียณอายุแบบบังคับ ผ่านการบริหารจัดการโดยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพื่อตอบคำถามงานวิจัยสองประเด็นหลักได้แก่ ผลกระทบเมื่อมีการปรับเปลี่ยนให้สัดส่วนเงินออมที่กำหนด จากร้อยละของเงินเดือนในอัตราคงที่ตลอดเวลาของการออม เปลี่ยนเป็นค่าที่ผันแปรได้โดยให้ผกผันกับอายุ กล่าวคืออายุน้อยสัดส่วนร้อยละของการออมต่อเงินเดือนสูงและปรับลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ประเด็นที่สองคือ ผลกระทบเมื่อมีการปรับเปลี่ยนน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงโดยให้ผกผันกับอายุ กล่าวคืออายุน้อยสัดส่วนร้อยละของการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงและปรับลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น
จากผลการศึกษาพบว่า การปรับแผนการลงทุนที่มีลักษณะอนุรักษ์นิยมให้เป็นเชิงรุกมากขึ้นจะส่งผลต่อความเพียงพอในวัยเกษียณมากขึ้น โดยเฉพาะการเริ่มออมตั้งแต่อายุน้อยพร้อมกับการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงสูง เช่น หุ้น ให้มีระยะเวลาการลงทุนนานขึ้น จากการศึกษายังพบว่าแผนการลงทุนที่ปรับสัดส่วนการลงทุนตามอายุโดยอัตโนมัติเหมาะกับผู้ออมที่ขาดความรู้ทางการเงินและมีพฤติกรรมเฉื่อยชาไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างชัดเจนในกลุ่มผู้มีอายุน้อย และอายุมากใกล้เกษียณจะมีความเสี่ยงลดลง
ทีมวิจัยมีข้อเสนอแนะว่า ผู้กำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการออมเพื่อเกษียณอายุควรกำหนดกรอบ และคุณสมบัติของแผนลงทุนหลักที่มีความยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ สามารถสะท้อนถึงทัศนคติ และการยอมรับความเสี่ยงได้ของสมาชิกแต่ละราย และหรือครอบคลุมสมาชิกโดยส่วนใหญ่ได้ ซึ่งผลการวิจัยที่ได้น่าจะเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดการออมและการลงทุนเพื่อการเกษียณอายุได้ดีขึ้น
หมายเหตุ: การเผยแพร่งานวิจัยเป็นการดำเนินงานตามบันทึกความร่วมมือระหว่าง ก.ล.ต. กับสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ 4 แห่ง ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัย แลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างภาควิชาการกับผู้บริหารในตลาดทุน และนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตลาดทุน
กลุ่ม STI ร่วมจุฬาฯ พัฒนาหลักสูตร LDP ยกระดับศักยภาพผู้นำยุคใหม่ เปิดเวทีเรียนรู้ภาควิศวกรรมการก่อสร้าง
ttb reserve มุ่งพัฒนาผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ อัปเดตองค์ความรู้ด้านการตลาดรับโลกธุรกิจยุคดิจิทัล ผ่านหลักสูตร Wealth Empowerment Program
ผู้บริหารไทยเผยสูตรเติบโตแบบ ZEN Marketing พลิก "ความใส่ใจ" สู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจ พร้อมเปิดไฮไลต์หลักสูตร ZEN Marketing Executive Program 2026 รุ่น 2
SE Life อาคเนย์ประกันชีวิต ร่วมกับจุฬาฯ พัฒนาศักยภาพตัวแทน ยกระดับที่ปรึกษาทางการเงินมืออาชีพ
ซีอีโอ ไทยประกันชีวิต รับรางวัล "THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2026"
ซีอีโอ โออาร์ รับรางวัล Thailand Top CEO of the Year 2026 สาขาค้าปลีกค้าส่ง ชูแนวคิด "โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี" ขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่การสร้างคุณค่าแก่สังคม
BUSINESS+ จับมือคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. มอบรางวัล "THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2026" เชิดชูผู้นำธุรกิจสร้างการเติบโตในยุค AI "
4 ปีซ้อน "ผยง ศรีวณิช" คว้ารางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2026 ตอกย้ำผู้นำแห่งอนาคต
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ผนึกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และพันธมิตร ชูเทรนด์โลก"การตลาดเชิงฟื้นฟู" (Regenerative Marketing)