แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยได้เริ่มมีการบังคับใช้เกณฑ์บาเซล 3 ไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2556 แต่การออกหุ้นกู้ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 นั้นยังมีจำนวนไม่มากนักในช่วงแรก โดยเป็นการเสนอขายในวงจำกัด (private placement) และมีมูลค่าค้อนข้างน้อย ดังนั้นแผนการเสนอขายหุ้นกู้ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 ของธนาคารธนชาต (TBANK, อันดับเครดิตภายประเทศ ‘A+(tha)’/แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ) ในวันที่ 19 มิถุนายน จึงจะเป็นการเสนอขายหุ้นกู้ประเภทดังกล่าวครั้งแรกในวงกว้างในประเทศไทย
หลักเกณฑ์ของฟิทช์ในการจัดอันดับเครดิตตราสารที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์บาเซล 3 จะเป็นการปรับลดอันดับเครดิตลงจากอันดับเครดิตที่ใช้อ้างอิง (anchor rating) ซึ่งจะพิจารณาจากระดับความเสี่ยงที่ตราสารดังกล่าวจะไม่สามารถชำระผลตอบแทนได้ตามที่ได้กำหนดไว้ (non-performance risks) และการขาดทุนจากการรับชำระคืนเงินกู้ (loss severity risk) สำหรับประเทศไทยหุ้นกู้ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 ที่ผ่านมาได้มีการระบุถึงปัจจัยที่จะทำให้ผู้ถือตราสารประเภทดังกล่าวต้องรองรับผลขาดทุนไว้เพียงปัจจัยเดียวคือเมื่อธนาคารมีผลการดำเนินงานที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ (at point of non-viability) ทั้งนี้ตราสารประเภทดังกล่าวไม่ได้มีการระบุถึงการรองรับผลขาดทุนในระหว่างดำเนินการ (going-concern loss absorption) ดังนั้นจึงไม่มีการปรับอันดับเครดิตลดลงเพิ่มเติมจากอันดับเคดดิตที่ใช้อ้างอิงสำหรับความเสี่ยงที่ตราสารดังกล่าวจะไม่สามารถชำระผลตอบแทนได้ตามที่กำหนดในระหว่างการดำเนินงาน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของฟิทช์
ปัจจัยที่จะแสดงว่าธนาคารมีผลการดำเนินงานที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้แล้ว คือเมื่อทางการตัดสินใจเข้าให้การช่วยเหลือทางการเงินแก่ธนาคารเพื่อให้ธนาคารสามารถดำเนินกิจการต่อได้ ในกรณีที่ธนาคารมีผลการดำเนินงานที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ตราสารดังกล่าวซึ่งมีคุณสมบัติที่ด้อยสิทธิในโครงสร้างเงินทุนจะมีระดับหนี้สูญที่อาจได้รับคืน (debt recovery) ที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตราสารที่ไม่ด้อยสิทธิ ดังนั้นเพื่อสะท้อนถึงความเสี่ยงของการขาดทุนจากการรับชำระคืนเงินกู้ ในกรณีปรกติฟิทช์จะปรับลดอันดับเครดิตของตราสารที่ด้อยสิทธิลง 1 อันดับจากอันดับเครดิตที่ใช้อ้างอิง และ 2 อันดับในกรณีที่น่าจะเกิดการขาดทุนในระดับสูงมาก (ตัวอย่างเช่น ในกรณีที่มีการระบุอย่างชัดเจนว่าตราสารดังกล่าวจะถูกตัดเป็นหนี้สูญทั้งจำนวนอย่างถาวร)
หุ้นกู้ที่นับเป็นกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 ของธนาคาร ยูโอบี (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ UOBT (‘A-’/แนวโน้มมีเสถียรภาพ) จำนวน 170 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ธนาคารเสนอขายในวงจำกัดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2556 มีการระบุถึงการรองรับผลขาดทุนในลักษณะที่จะถูกตัดเป็นหนี้สูญทั้งจำนวนอย่างถาวรเมื่อธนาคารมีผลการดำเนินงานที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ซึ่งในกรณีนี้อันดับเครดิตของหุ้นกู้ดังกล่าวจะถูกปรับลดอันดับลง 2 อันดับจากอันดับเครดิตที่ใช้อ้างอิง แม้ว่าโดยทั่วไปอันดับเครดิตที่ใช้อ้างอิงคืออันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน หรือ Viability Rating ของผู้ออกหุ้นกู้ แต่ในกรณีของธนาคารที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารแม่ เช่น UOBT ฟิทช์เชื่อว่าธนาคารแม่จะให้ความช่วยเหลือกับธนาคารลูกล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ธนาคารลูกมีผลการดำเนินงานที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ดังนั้นในกรณีนี้อันดับเครดิตที่เหมาะสมในการใช้อ้างอิงจะเป็นอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Issuer Default Rating) ของธนาคาร
หุ้นกู้ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 ที่จะออกโดย TBANK มีคุณสมบัติที่สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ เมื่อธนาคารมีผลการดำเนินงานที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวอันดับเครดิตของหุ้นกู้น่าจะถูกปรับลงจากอันดับเครดิตที่ใช้อ้างอิง 1 อันดับ ซึ่งในกรณีของ TBANK อันดับเครดิตที่ใช้อ้างอิงคืออันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารที่ ‘A+(tha)’ ซึ่งพิจารณาจากความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารเอง (stand-alone)
ณ สิ้นปี 2556 ธนาคารพาณิชย์ไทยทั้งหมดมียอดคงค้างของหุ้นกู้ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ที่ 270 พันล้านบาท โดยเกือบทั้งหมดเป็นหุ้นกู้เดิมตามเกณฑ์บาเซล 2 เนื่องจากหุ้นกู้เหล่านี้ต้องทยอยหมดสิทธิในการนับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 รวมทั้งต้องทยอยไถ่ถอนเมื่อครบกำหนด ฟิทช์คาดว่าหุ้นกู้ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 จะลดลงประมาณ 81 พันล้านบาทในปี 2557 และลดลงต่อเนื่องอีก 53 พันล้านบาทในปี 2558 ซึ่งแสดงว่าธนาคารพาณิชย์ไทยน่าจะมีความจำเป็นที่จะต้องออกหุ้นกู้ที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 เพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคต เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในด้านเงินกองทุน
อย่างไรก็ตามอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (core Tier 1) ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยยังคงอยู่ในระดับที่เพียงพอที่ประมาณ 11.63% ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2557 ซึ่งอาจแสดงว่าแรงกดดันต่อธนาคารพาณิชย์ไทยส่วนใหญ่ในการออกตราสารที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ตามเกณฑ์บาเซล 3 ยังคงมีไม่มากนัก
รายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาอันดับเครดิตของตราสารด้อยสิทธิและตราสารด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนของธนาคาร แสดงไว้ใน “Assessing and Rating Bank Subordinated and Hybrid Securities Criteria” ลงวันที่ 31 มกราคม 2557 ซึ่งสามารถหาได้จาก www.fitchratings.com
ASN Broker ยกระดับบริการ ASN Finance สินเชื่อทะเบียนรถยนต์และประกันรถยนต์ครบวงจร เคียงข้างคนมีรถ 66 จังหวัดทั่วประเทศ
Low Season Privilege สิทธิพิเศษของการเดินทางในช่วงที่หลายคนมองข้าม
KGI คว้ารางวัลบริษัทหลักทรัพย์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ตอกย้ำผู้นำธุรกิจหลักทรัพย์ไทย
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คว้ารางวัล Money & Banking Awards 2026 หมวดธุรกิจการแพทย์ 3 ปีซ้อน สะท้อนความสำเร็จบนพื้นฐานแห่งความไว้วางใจ
ทรู คว้ารางวัล บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ในหมวดเทคโนโลยีและการสื่อสาร จากเวที MONEY & BANKING AWARDS 2026 ตอกย้ำความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากตลาดทุน
เมืองไทยประกันชีวิต คว้ารางวัลเกียรติยศ "บริษัทยอดเยี่ยมด้านประกันชีวิตแห่งปี 2569" จากงาน Money & Banking Awards 2026
บลจ.ทิสโก้คว้ารางวัลกองทุนรวมยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ปลื้มกองทุน TNEXTGEN-A เข้าตาคณะกรรมการ
ธอส. คว้ารางวัล Asian Banking and Finance Retail Banking Awards 2026 สาขา Financial Inclusion Initiative of the Year