นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บมจ. คาราบาวกรุ๊ป (CBG) จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายใน ตลท. ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 โดย CBG ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding company) ที่เป็นผู้ผลิต ทำการตลาด และบริหารจัดการการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังและเครื่องดื่มอื่นๆ อย่างครบวงจรภายใต้เครื่องหมายการค้า “คาราบาวแดง” หนึ่งในผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศไทยที่มีส่วนแบ่งการตลาดในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2557 เท่ากับ 21.3% นอกจากนี้ ยังผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มเกลือแร่ “สตาร์ทพลัส” ด้วย
CBG มีทุนชำระแล้ว 1,000 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 850 ล้านหุ้นหุ้นสามัญเพิ่มทุน 150 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไป จำนวน 250 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 28 บาท เมื่อวันที่ 12 – 14 พฤศจิกายน 2557 คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 4,200 ล้านบาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. คาราบาวกรุ๊ป (CBG) เปิดเผยว่า บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้น IPO ไปชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน เพื่อขยายกำลังการผลิตเครื่องดื่มโดยติดตั้งสายการผลิตความเร็วสูง Krones ซึ่งมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากประเทศเยอรมัน สร้างโรงงานผลิตขวดแก้วสีชา และลงทุนในที่ดิน อาคารเพื่อใช้เป็นอาคารสำนักงานใหญ่ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านเงินทุน รองรับการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศไทย และกลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม
หลัง IPO ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ CBG 3 ลำดับแรก ได้แก่ กลุ่มนายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ถือหุ้น 34.3% กลุ่มนางสาว ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ ถือหุ้น 26.6 % และกลุ่มคุณยืนยง โอภากุล ถือหุ้น 14.2% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO พิจารณาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนสถาบัน (book building) คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) ที่ 30.3 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ไตรมาส 4/2556 - ไตรมาส 3/2557) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.93 บาท โดย P/E Ratio เฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจคล้ายคลึงกับบริษัทในช่วง 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 ตุลาคม 2557 เท่ากับ 27 เท่า ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่าย
เงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40 % ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินสำรองตามที่กฎหมายกำหนด
ผู้ลงทุนและผู้สนใจ โปรดดูรายละเอียดจากหนังสือชี้ชวนของบริษัทที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ www.sec.or.th และข้อมูลทั่วไปของบริษัทที่ www.carabao.co.th และที่เว็บไซต์ www.set.or.th กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย “สานโอกาสการลงทุน เพื่อคุณ เพื่อธุรกิจ”
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. SET Call Center 0 2229 2222
สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลได้ที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร อารดา กุลตวนิช 0 2229 2796/ อรสิริ บุญแต้ม 0 2229 2799/ กนกวรรณ เข็มมาลัย 0 2229 2048
TISCO เข้าร่วมโครงการ JUMP+ เดินหน้าสู่ธุรกิจยั่งยืน ตอกย้ำพันธกิจสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้มีส่วนได้เสีย
KFENFIX คว้า Morningstar Awards 2026 ตอกย้ำศักยภาพกองทุนตราสารหนี้ของ บลจ.กรุงศรี
SAPPE ร่วมลั่นระฆังงาน Ring the Bell for Gender Equality 2026 เฉลิมฉลองวันสตรีสากล พร้อมขับเคลื่อนความเท่าเทียมสู่ระบบเศรษฐกิจที่ครอบคลุม
A5 เข้าร่วม JUMP+ ยกระดับศักยภาพองค์กร ขยายธุรกิจหลัก-ต่อยอดธุรกิจใหม่ ปักหมุดรายได้เติบโต 30% ในปี 71
"KJL" กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.3 พันลบ. เสริมเครือข่ายขายทั่วประเทศ รุกอุตสาหกรรม Data Center และ พลังงานสะอาด
ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท
ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร
SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว
L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ.