- ข้อมูลในฐานข้อมูลมิใช่ข้อมูลแบล็กลิสต์ (Blacklist) หรือเป็นข้อมูลที่แสดงความไม่น่าเชื่อถือของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่อย่างใด สิ่งที่จัดเก็บตามที่กฎหมายกำหนดคือประวัติการก่อหนี้และประวัติการชำระหนี้ของบัญชีสินเชื่อที่บุคคลนั้นมีอยู่กับสมาชิกของเครดิตบูโร (ปัจจุบันเครดิตบูโรมีสมาชิกทั้งสิ้น 80 สมาชิก)
- ข้อมูลของการก่อหนี้ประเภทต่างๆ รวมทั้งประวัติการชำระเงินที่ไม่มีค้างชำระหรือประวัติการค้างชำระ (ถ้ามีตามที่เกิดขึ้นจริง) จะมีการจัดเก็บตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เครดิตบูโรไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ลบทิ้งให้ต่างไปจากความเป็นจริงได้ และไม่มีใครไปปลดล็อกอะไรกันได้ตามที่มีการโฆษณาหลอกลวง
- ที่เครดิตบูโรไม่มีการจัดเก็บข้อมูลการชำระ หรือค้างชำระเกี่ยวกับสาธารณูปโภคทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น เบอร์โทรศัพท์ รายการบัญชีเงินฝาก ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า หรือข้อมูลทรัพย์สิน เงินฝากแต่อย่างใด เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้ดำเนินการจัดเก็บ ใครฝ่าฝืนจะมีโทษในทางอาญา
- ข้อมูลจากเครดิตบูโรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการพิจาณาวิเคราะห์สินเชื่อหรือออกบัตรเครดิตให้กับผู้ที่มาขอสินเชื่อ และสถาบันการเงินจะนำเอาข้อมูลนี้ไปรวมพิจารณากับข้อมูลที่แสดงความสามารถในการทำรายได้ เช่น เงินเดือน อาชีพ ภาระในครอบครัว เป็นต้น การพิจารณาให้-ไม่ให้ หรืออนุมัติ-ไม่อนุมัติ เป็นสิทธิและเป็นอำนาจของสถาบันการเงิน เครดิตบูโรไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจแต่อย่างใด เครดิตบูโรขอยืนยันว่าเครดิตบูโรไม่มีอำนาจหน้าที่ในการขึ้นบัญชีดำหรือกำหนดว่าบุคคลใดติดแบล็กลิสต์ เพราะไม่มีอยู่จริงดังนั้น บุคคลหรือหน่วยงานใดที่กล่าวอ้างว่าสามารถแก้ไข หรือปลดแบล็กลิสต์เครดิตบูโรได้นั้น เป็นการกระทำที่เป็นไปไม่ได้และไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
- ซึ่งการจะแก้ไขข้อมูลในเครดิตบูโรสามารถทำได้ในกรณีที่ข้อมูลนั้นไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงเท่านั้น โดยต้องมีหลักฐานชัดเจนที่พิสูจน์ได้ว่าข้อมูลไม่ถูกต้องเช่น เจ้าหนี้-ลูกหนี้ยืนยันว่าไม่ถูกต้อง ศาลมีคำพิพากษา กระบวนการตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลจะมีการยืนยันทั้งจากเจ้าของข้อมูลหรือผู้กู้ และจากสถาบันการเงินหรือผู้ให้กู้แล้วเท่านั้น
โดยสรุป “จากเหตุการณ์ดังกล่าว เครดิตบูโรจึงอยากให้ประชาชนระมัดระวัง และอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด การทำธุรกรรมทางการเงินหรือการขอสินเชื่อนั้น ควรติดต่อสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตโดยตรงจะปลอดภัยที่สุด หากผู้ยื่นขอกู้ "โปร่งใส ตั้งใจจริง ชี้แจงทุกเรื่องที่เกิดกับตัวเองได้ และทำให้มีความเชื่อถือว่าตนเองมีความสามารถในการชำระหนี้ได้แล้ว สถาบันการเงินทุกแห่งก็ต้อนรับครับ" ซึ่งเครดิตบูโรร่วมกับศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมการรณรงค์การให้ความรู้ทางการเงินและสื่อสารเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากใช้บริการ รวมทั้งรู้เท่าทันการหลอกลวงทางการเงินจากกลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อภัยทางการเงินในรูปแบบต่างๆ” นายสุรพล กล่าวเพิ่มเติม
หากประชาชนท่านใดได้รับการโฆษณาชวนเชื่อ หรือได้รับการเสนอบริการในลักษณะดังกล่าวสามารถสอบถามหรือแจ้งข้อมูลได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) หมายเลข 1213 เพิ่มเติมได้ที่ www.1213.or.th หรือกรณีสอบถามปัญหาเรื่องเครดิตบูโรก็สามารถติดต่อได้ที่ Call Center ของเครดิตบูโร หมายเลข 0-2643-1250
ทีทีบี จับมือ NCB นำร่องช่วยเหลือลูกค้าเครดิตดี ให้ได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้น ผ่านสินเชื่อบุคคล "ทีทีบี แคชทูโก" ฉีกกฎดอกเบี้ยเดิมสู่การใช้เครดิตสกอร์
ทีทีบี ฉีกกฎดอกเบี้ยเดิม สู่มาตรฐานใหม่ ผ่านสินเชื่อบุคคล "แคชทูโก" คิดดอกเบี้ยตาม "คะแนนเครดิต" ของ NCB ตอบโจทย์คนผ่อนดี เครดิตดี ดอกยิ่งดี
Funding Societies เข้าร่วมเป็นสมาชิก NCB อย่างเป็นทางการ เสริมศักยภาพการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับ SME
NCB จัดสัมมนา "ข้อมูลเครดิต พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย 2 ทศวรรษ" ตอกย้ำคุณค่าและพลังของข้อมูลเครดิตในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย
NCB หนุนมาตรการรัฐ โครงการ 'ปิดหนี้ไว ไปต่อได้' เสริม 'ข้อมูลเครดิต' รหัสไขประตูแก่ลูกหนี้ AMC สู่โอกาสทางการเงิน
BAM จัดสัมมนา AMC ครั้งประวัติศาสตร์
บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด แต่งตั้ง ดร.ลัษมณ อรรถาพิช เป็นผู้จัดการใหญ่ เดินหน้ายุทธศาสตร์ดิจิทัล เสริมสร้างโอกาสทางการเงินและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
ก.เกษตรฯ โดย กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) ลงนาม MOU
"สหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์" สหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งแรกของภาคตะวันตก ร่วมมือ "เครดิตบูโร" ในโครงการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเปราะบาง