นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ Mr.March Czaplicki ผู้บริหารองค์การพันธมิตรธุรกิจยุโรป-อาเซียน (Europe-Asean Business Aliance: EABA) และคณะนักธุรกิจสหภาพยุโรป ว่า องค์การพันธมิตรธุรกิจยุโรป-อาเซียน ได้เข้าหารือและรับทราบนโยบายด้านการเกษตรต่างประเทศของไทย เพื่อมองหาความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมต่างๆ ระหว่างภูมิภาคยุโรปและอาเซียน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้ชี้แจงถึงนโยบายสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งและมีรายได้ที่เหมาะสม โดยใช้วิธีการต่างๆ เช่น ช่วยลดต้นทุน ช่วยเหลือปัจจัยการผลิต ช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย การลดอุปสรรคการส่งออกเพื่อให้เกิดความคล่องตัว เช่น ปรับปรุงมาตรการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าและมาตรฐานการผลิตไร่นา ส่วนด้านการผลิตการเกษตร ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการ เช่น การแบ่งเขตการปลูกพืชแต่ละชนิดให้สอดคล้องกับเขตเศรษฐกิจ การปรับโครงสร้างกระบวนการผลิต รวมทั้งสนับสนุนบทบาทของสถาบันสหกรณ์ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ซื้อ-ขายผลผลิตจนถึงการแปรรูป และส่งออกด้วยในบางกรณี เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในตลาด
นายชวลิต กล่าวต่อไปว่า ในส่วนการจัดโซนนิ่งสินค้าเกษตรซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนที่กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญนั้น เป็นการสร้างความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานของสินค้า โดยส่งเสริมให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในเขตที่มีความเหมาะสมและลดต้นทุนการผลิตเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้มากขึ้น และสามารถรักษาเสถียรภาพราคาและยกระดับรายได้ของเกษตรกร ซึ่งเป็นนโยบายที่ไม่ได้บังคับให้เกษตรกรปฏิบัติตาม แต่ยึดหลักการมีส่วนร่วมและเป็นไปตามความสมัครใจ โดยกระทรวงเกษตรฯ มีแนวทางสนับสนุน เช่น สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นทั้งด้านการผลิตและการตลาด ร่วมมือกับเอกชนในการกำหนดนโยบายและปริมาณการผลิตให้เหมาะสม และการวางแผนการตลาดที่ชัดเจน ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรเกิดความเชื่อมั่นในด้านการตลาดและราคาของสินค้าเกษตรที่อยู่ภายใต้เขต Zoning ทำให้เกษตรกรตัดสินใจเข้าร่วมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายในการทำการเกษตรแบบยั่งยืน ทั้งเรื่องของ Green Agriculture City ซึ่งให้ความสำคัญในการผลิตสินค้าเกษตรให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ โดยเกษตรกรต้องสร้างเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะผลิตสินค้าปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยภาครัฐจะให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีต่อไป
นอกจากนี้ คณะนักธุรกิจสหภาพยุโรป ได้หารือเกี่ยวกับการนำเข้าพืชตัดแต่งพันธุกรรม (GMOs) รวมถึงมาตรการจัดการต่อปัญหาการปลอมแปลงสินค้าเกษตร โดยขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีการอนุญาตให้นำเข้าพืช GMOs ยกเว้นข้าวโพด และถั่วเหลือง ซึ่งต้องเป็นการนำเข้าเพื่อการแปรรูปเท่านั้น รวมทั้งไม่มีการอนุญาตให้ปลูกพืช GMOs ยกเว้นในแปลงทดลอง สำหรับการควบคุมการนำเข้าจากชายแดน กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมวิชาการเกษตร จะทำการตรวจเพื่อรับรองพืชนำเข้า ตามพระราชบัญญัติกักพืช ส่วนมาตรการจัดการต่อปัญหาการปลอมแปลงสินค้าเกษตรนั้น ประเทศไทยได้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะสามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในการสร้างนวัตกรรม หรือนำเข้าเทคโนโลยีใหม่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้
ทั้งนี้ องค์การพันธมิตรธุรกิจยุโรป-อาเซียน และคณะนักธุรกิจสหภาพยุโรป จะนำข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายด้านการเกษตรดังกล่าวไปประกอบการตัดสินใจในการลงทุนภาคการเกษตรในไทยต่อไป
ก.เกษตรฯลงพื้นที่จังหวัดตาก ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ-เสริมแกร่งสหกรณ์-ดันวิสาหกิจชุมชน มุ่งสร้างคุณภาพชีวิต และความมั่นคงให้เกษตรกร
ก.เกษตรฯรุกยกระดับไหมไทย! เดินหน้าเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต-ผู้ประกอบการ พร้อมจับมือ 2 มรภ. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมหม่อนไหมครบวงจร
กรมประมง..ปลดล็อก ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคสู่ตลาดจีน สำเร็จ!! หลังผลักดันพิธีสารกักกันและสุขลักษณะ
ไทย-จีน ลงนาม 2 MOU ด้านการกักกันและสุขลักษณะสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลุยแก้จนจังหวัดยโสธร มอบนวัตกรรมสร้างอาชีพ เล็งขยายผลทั่วประเทศ วว. ร่วมลงพื้นที่นำเสนอนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน โชว์ "4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่"
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมงาน "Thailand: The Land of Tropical Fruits" สนับสนุนเกษตรกรไทย เชื่อมโยงผลไม้คุณภาพสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ
ก.เกษตรฯ เปิดงาน "Thailand : The Land of Tropical Fruits" ยกทัพผลไม้ 4 ภาคสู่ใจกลางกรุง เชื่อมตลาดสหกรณ์สู่ผู้บริโภค
มกอช. ติวเข้มมาตรฐานทุเรียนอีสาน ยกระดับคุณภาพส่งออก คุมเข้มทุเรียนอ่อน สร้างเชื่อมั่นตลาดโลก
กระทรวงเกษตรฯ ผนึกเอกชนรุกตลาดญี่ปุ่น ดันไทยเป็นฐานความมั่นคงอาหาร เร่งเจรจา MAFF ขยายตลาดปศุสัตว์