ไอบีเอ็มประกาศก้าวย่างสำคัญในการนำวัตสัน (Watson) และเทคโนโลยีค็อกนิทิฟ คอมพิวติ้ง (cognitive computing) ที่ขับเคลื่อนบนคลาวด์ เข้าต่อยอดธุรกิจระดับโลก วัตสันเป็นแพลตฟอร์มที่แสดงถึงเทคโนยีคอมพิวติ้งยุคใหม่อย่างแท้จริง ก้าวล้ำด้วยความสามารถในการปฏิสัมพันธ์เป็นภาษามนุษย์ การประมวลผลข้อมูลบิ๊กดาต้าจำนวนมหาศาลเพื่อแสวงหารูปแบบเฉพาะและมุมมองเชิงลึก รวมถึงความสามารถในการเรียนรู้ได้จากการปฏิสัมพันธ์แต่ละครั้ง
ไอบีเอ็มได้พัฒนาเทคโนโลยีวัตสันมาอย่างต่อเนื่องในทั่วทุกมุมโลก และได้เปิดเผยถึง
- ความร่วมมือในการนำวัตสันไปใช้ใน 6 ทวีป ครอบคลุมกว่า 25 ประเทศ อาทิ แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ไทย แคนาดา และสหรัฐอเมริกา
- การเรียนรู้ภาษาสเปนของวัตสัน ที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือล่าสุดกับไกเชอแบงค์ แห่งประเทศสเปน
- กลุ่มพันธมิตรที่เริ่มใช้วัตสันเป็นกลุ่มแรก ได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่นสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งท่องเที่ยว ค้าปลีก บริการด้านไอที และการดูแลสุขภาพ โดยแอพเหล่านี้ได้รับการพัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยีวัตสัน
- การเปิดสำนักงานใหญ่ระดับโลกของวัตสันที่ซิลิคอนอัลเล่ย์ ในนครนิวยอร์ค พร้อมด้วย Watson Client Experience Center 5 แห่งทั่วโลก
“วัตสันกำลังนำเราเข้าสู่เทคโนโลยีประมวลผลยุคใหม่ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรทั่วโลกสามารถนำเสนอธุรกิจใหม่ๆ กำหนดนิยามใหม่ของตลาด พร้อมทั้งพลิกโฉมอุตสาหกรรมต่างๆ” ไมค์ โรห์ดิน รองประธานอาวุโส ไอบีเอ็ม วัตสัน กรุ๊ป กล่าว "วัตสันกำลังผลักดันให้เกิดตลาดและระบบนิเวศน์ใหม่ๆ ของลูกค้า พันธมิตร นักพัฒนา ผู้ร่วมทุนทางธุรกิจ มหาวิทยาลัย และนักศึกษา นวัตกรรมก้าวล้ำลำดับต่อไปที่กำลังจะเกิดขึ้น จะมาจากกลุ่มคนที่สามารถร่วมมือและเชื่อมต่อกันในแบบที่ผู้อื่นคาดไม่ถึง และวัตสันกำลังทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็นไปได้จริง”
ปัจจุบันลูกค้าหันมาเลือกใช้เทคโนโลยีค็อกนิทิฟเพื่อยกระดับรูปแบบการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า โดยตั้งแต่มีการก่อตั้งไอบีเอ็ม วัตสัน กรุ๊ป (IBM Watson Group) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ลูกค้าใหม่ๆ จากทั่วโลกได้เริ่มใช้วัตสันอย่างต่อเนื่อง
- ANZ โกลบอลเวลท์ (ออสเตรเลีย) -- ทาง ANZ กำลังจะเปิดตัววัตสัน เอ็นเกจเมนท์ แอดไวเซอร์ (Watson Engagement Advisor Tool) ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าที่ศูนย์ให้คำปรึกษาของธนาคารในนครซิดนีย์ พร้อมแนะนำเครื่องมือนี้ต่อไปยังนักวางแผนทางด้านการเงินกว่า 400 คน การเปิดใช้เครื่องมือวัตสันจะช่วยให้ธนาคารสามารถจับสังเกตรูปแบบของคำถามจากทั้งลูกค้าและที่ปรึกษาด้านการเงิน เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดความสามารถและมุมมองเชิงลึกของวัตสันอย่างต่อเนื่องต่อไป โดย ANZ ตั้งเป้าให้วัตสันเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพของทีมให้คำปรึกษาด้านการเงินเพื่อปรับปรุงกระบวนการให้คำปรึกษาให้สั้นขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ร่นเวลาการขอหนังสือคำแนะนำด้านการเงินเหลือเพียงหนึ่งสัปดาห์ จากที่ต้องใช้ระยะเวลาหลายสัปดาห์ในปัจจุบัน โดยในเบื้องต้นได้เริ่มมีการนำวัตสันเข้ามาใช้ในงานด้านประกันภัยและการป้องกัน และจะเริ่มขยายไปสู่งานด้านการบริหารความมั่งคั่งของสินทรัพย์ อันรวมถึงเรื่องเงินพิเศษที่จ่ายให้กองทุนต่างๆ และเรื่องการลงทุนต่างๆ
- โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (ไทย) – โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์วางแผนที่จะนำวัตสันมาช่วยเสริมคุณภาพการรักษามะเร็งที่ศูนย์รักษาโรคในกรุงเทพฯ พร้อมช่วยประเมินอาการเบื้องต้นของผู้ป่วยในสำนักงานตัวแทนใน 16 ประเทศ ที่ตั้งอยู่ใน 4 ทวีป โดยภายใต้ข้อตกลงระยะเวลา 5 ปีนี้ โรงพยาบาลจะใช้ไอบีเอ็มวัตสันสำหรับการรักษามะเร็ง (IBM Watson for Oncology) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยศูนย์การรักษามะเร็งระดับโลกอย่างเมโมเรียล สโลน เคทเทอริ่ง (Memorial Sloan Kettering: MSK) ระบบที่ก้าวล้ำนี้จะช่วยให้แพทย์ของบำรุงราษฎร์สามารถวางแผนการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุด โดยอ้างอิงจากข้อมูลประวัติผู้ป่วย หลักฐานทางการแพทย์ งานวิจัยที่ตีพิมพ์แล้ว และความชำนาญในการรักษาขั้นสูงจาก MSK วัตสันจะวิเคราะห์ข้อมูลที่มีจำนวนมหาศาลเหล่านี้และเสนอข้อสรุปเป็นแนวทางต่างๆ อย่างสอดคล้องกับผู้ป่วยแต่ละกรณี ซึ่งรวมไปถึงทางเลือกในการรักษาที่อ้างอิงตามหลักของเครือข่ายมะเร็งครบวงจรแห่งชาติ (National Comprehensive Cancer Network: NCCN)
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ โดยเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหนึ่งในจุดหมายด้านการรักษาทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยผู้ใช้บริการเกือบครึ่งจากทั้งหมด 1.1 ล้านรายต่อปี มาจาก 190 ประเทศทั่วโลก
- ไกเชอแบงค์ (สเปน) – ไกเชอแบงค์และไอบีเอ็มกำลังร่วมกันพัฒนาระบบค็อกนิทิฟที่สร้างบนเทคโนโลยีวัตสันให้สามารถเข้าใจภาษาสเปนได้ ไกเชอแบงค์เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกธุรกิจการธนาคาร โดยเป็นธนาคารแห่งแรกของโลกที่ติดตั้งเครื่องพีซีของไอบีเอ็มที่สำนักงานสาขา สร้างสรรค์บริการบัตรเอทีเอ็มไร้สัมผัสที่สามารถส่งข้อมูลระยะใกล้ได้ ทั้งยังเป็นธนาคารแห่งแรกที่สร้างแอพสโตร์สำหรับแอพพลิเคชั่นด้านการเงินขึ้น การประกาศความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นอีกก้าวย่างสำคัญของไกเชอแบงค์ ในฐานะองค์กรแห่งแรกของโลกที่ทำงานร่วมกับไอบีเอ็มในการสอนภาษาสเปนให้แก่วัตสัน
- มหาวิทยาลัยเดียคิน (ออสเตรเลีย) – มหาวิทยาลัยเดียคินเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลกที่นำความสามารถของวัตสันเข้าไปพัฒนาการให้คำปรึกษาออนไลน์แก่นักศึกษา แอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะช่วยให้นักศึกษาจำนวน 50,000 คน รวมถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าถึงบริการออนไลน์ได้แบบ 24x7 ผ่านหน้าเว็บไซต์และอุปกรณ์สื่อสารพกพา เพื่อสอบถามทุกข้อสงสัยนับตั้งแต่คำถามที่ง่ายที่สุดไปจนถึงคำถามที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละบุคคล ข้อมูลหลายพันหน้าของมหาวิทยาลัย นับตั้งแต่เอกสาร พรีเซนเทชั่น โบรชัวร์ ไปจนถึงข้อมูลออนไลน์ จะถูกบรรจุลงไปในวัตสัน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานจะได้รับคำตอบที่มีคุณภาพและมาตรฐานในทุกครั้ง โดยที่ผ่านมาคำถามต่างๆ มักครอบคลุมหลากหลายหัวข้อ ตัวอย่างเช่น “ฉันต้องใช้อะไรบ้างในการลงทะเบียน?” “มีกิจกรรมทางสังคมอะไรบ้างที่เดียคิน?” “อาคารชีววิทยาอยู่ที่ไหน?” “คุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ที่จำเป็นต้องมีสำหรับคอร์สเรียนนี้คืออะไรบ้าง?” ทั้งนี้ นักศึกษาที่ถามคำถามวัตสันจะได้รับข้อมูลและคำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงตามข้อมูลประวัติของแต่ละคน
- เมโทรโพลิแทนเฮลท์ (แอฟริกาใต้) – เมโทรโพลิแทนเฮลท์วางแผนที่จะนำวัตสันเข้ามาช่วยในการพลิกรูปแบบบริการให้คำปรึกษาทางการแพทย์สำหรับลูกค้า 3 ล้านราย โดยถือเป็นการนำวัตสันไปใช้เชิงพาณิชย์เป็นแห่งแรกของทวีปแอฟริกา ทั้งนี้ เมโทรโพลิแทนเฮลท์คาดหวังที่จะสามารถส่งมอบบริการด้านสุขภาพที่เจาะจงสำหรับแต่ละบุคคลและมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์เป็นหลักแก่ประชาชนทั่วทั้งแอฟริกาใต้ โดยเทคโนโลยีค็อกนิทิฟของวัตสัน เอ็นเกจเมนท์ แอดไวเซอร์ (Watson Engagement Advisor) จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าสามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลที่มีความซับซ้อนและจัดเก็บในรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างข้อมูลผลิตภัณฑ์และประวัติสมาชิกได้ ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตีความความเชื่อมโยงระหว่างความต้องการของลูกค้าและองค์ความรู้ด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยวัตสันจะช่วยเจ้าหน้าที่ชั่งน้ำหนักทางเลือกต่างๆ ที่เป็นไปได้สำหรับสมาชิก ทำให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่ดีกว่า
ในโอกาสเดียวกันนี้ ระบบนิเวศน์ทางพันธมิตรของไอบีเอ็ม (IBM Ecosystem Partners) ยังได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่นที่ได้รับการพัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยีวัตสัน ที่มุ่งพลิกโฉมแนวทางการปฏิสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและผู้บริโภค จากเดิมที่เป็นไปในลักษณะการบริหารสุขภาพและเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า เป็นการต่อยอดไปสู่การวิจัยและการเรียนรู้ใหม่ๆ
- นายเทอร์รี่ โจนส์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งทราเวโลซิตี้และ Kayak.com กำลังจะเปิดตัวเวย์เบลเซอร์ (WayBlazer) บริษัทท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่จะใช้เทคโนโลยีวัตสันในการบริการ เรียนรู้ และแนะนำผู้ใช้ผ่านภาษามนุษย์และภาษาภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีที่สุด โดยปัจจุบันสำนักงานการสัมมนาและผู้มาเยือนแห่งออสติน (Austin Convention & Visitors Bureau) ได้เริ่มใช้เวอร์ชั่นต้นแบบของแอพเวลล์เบลเซอร์เพื่อจองงานสัมมนา เพิ่มอัตราการจองโรงแรมต่างๆ และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากพันธมิตรและโอกาสทางการตลาดที่เกี่ยวข้องแล้ว
- เรดแอนท์ (สหราชอาณาจักร) นำเสนอโมบายล์แอพสำหรับฝึกสอนพนักงานขาย เพื่อเป็นตัวช่วยให้พนักงานในร้านสามารถเข้าใจความชอบของลูกค้าแต่ละรายได้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ประวัติการซื้อ และสินค้าที่หมายตาไว้ รวมไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูลผลิตภัณฑ์ ราคาขาย รีวิวของลูกค้า และคุณสมบัติทางด้านเทคโนโลยี โดยเป็นการป้อนเสียงหรือข้อความเพื่อแลกเปลี่ยนถามตอบที่อาศัยข้อมูลจำนวนมหาศาลของอุตสาหกรรมค้าปลีก อันได้แก่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ คู่มือ รีวิวของลูกค้า และอื่นๆ
- รีเฟลกซิส (แมสซาชูเซตส์) นำมุมมองเชิงลึกจากวัตสันไปใช้เพื่อแจ้งเตือนผู้จัดการในสำนักงาน หน่วยงานภูมิภาค และร้านค้า ถึงงานและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดโดยเรียงตามลำดับความสำคัญ โดยอ้างอิงจากข้อมูลกิจกรรม ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า
- เซลพอยท์ส (แคลิฟอร์เนีย) สามารถเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคำถามของผู้บริโภคและตัวผลิตภัณฑ์ได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ซื้อค้นหาผลิตภัณฑ์โดยใช้ภาษาพูด สัมผัส สัญลักษณ์ หรือเขียน แอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่าแนเชอรัล ซีเล็คชั่น (Natural Selection) ของเซลพอยท์สจะแสดงผลการค้นหาตามลำดับที่สัมพันธ์กับลูกค้าคนนั้นๆ มากที่สุดทันที
- ไลฟ์เลิร์น (แคนาดา) ช่วยให้สัตวแพทย์สามารถค้นหาแนวทางการรักษาสัตว์ที่ดีกว่าได้ผ่านทางโมบายล์แอพ โดยแอพนี้จะคราวด์ซอร์สข้อมูลด้วยคำถามคำตอบแบบง่ายๆ เพื่อกลั่นกรองออกมาเป็นทางเลือกในการรักษาที่ดีกว่า
- จีนี่เอ็มดี (แคลิฟอร์เนีย) เป็นโมบายล์แพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและยาที่ใช้รักษาได้ ด้วยภาษาธรรมชาติในรูปแบบการสนทนา โดยวัตสันจะสามารถเข้าใจและเรียนรู้คำถามคำตอบเหล่านี้ได้ พร้อมสามารถนำเสนอแหล่งข้อมูลสุขภาพที่เหมาะสำหรับคนไข้ได้ต่อไป
- เวลล์ท็อค (โคโลราโด) พัฒนาแอพคาเฟเวลล์ คอนเซียร์จ (CaféWell Concierge) ที่ทำหน้าที่ประมวลข้อมูลสุขภาพจำนวนมหาศาลและรูปแบบเนื้อหาที่ควรใช้สำหรับการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้บริโภค เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคลแก่ผู้ใช้งาน
- @พอยท์ออฟแคร์ (นิวเจอร์ซีย์) เป็นโมบายล์แอพที่นำเทคโนโลยีค็อกนิทิฟคอมพิวติ้งของวัตสันมาช่วยให้สามารถเข้าใจคำถามที่เป็นภาษามนุษย์ได้สำเร็จ พร้อมทั้งสามารถแสดงข้อมูลการรักษาที่เชื่อมโยงจากห้องสมุดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีความถูกต้องสูง
- สปาร์คค็อกนิชั่น (เท็กซัส) เป็นองค์กรด้านการรักษาความปลอดภัยที่นำวัตสันเข้าไปช่วยสร้างมุมมองและรูปแบบการคิดแบบผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับหน่วยงานภายในองค์กร การค้นหาข้อมูลจากแหล่งบิ๊กดาต้าภายในองค์กรช่วยห้องค์กรสามารถค้นพบเหตุร้ายที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้
- ชิพส์ เทคโนโลยี กรุ๊ป (นิวยอร์ค) นำเทคโนโลยีวัตสันไปใช้ในการประมวลผลข้อมูลที่กระจัดกระจายจากแหล่งข้อมูลไอทีที่หลากหลาย อาทิ บทความ ไวท์เปเปอร์ และคู่มือต่างๆ เพื่อกลั่นกรองเป็นมุมมองเชิงลึกและส่งมอบบริการเสริมด้านเทคโนโลยีที่ถูกต้องแก่ผู้ใช้งานได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ติดต่อเข้ามา
ในโอกาสนี้ ไอบีเอ็มยังได้ประกาศเปิดสำนักงานใหญ่ของวัตสันกรุ๊ปอย่างเป็นทางการ ที่เลขที่ 51 แอสเตอร์เพลส ซิลิคอนอัลเล่ย์ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนอกจากพนักงานไอบีเอ็มวัตสันจำนวน 600 คนจากทั้งหมด 2,000 คนทั่วโลกจะประจำที่สำนักงานแห่งนี้แล้ว ยังจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นและผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ที่สำนักงานแห่งนี้อีกด้วย วัตสันกรุ๊ปจะให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี เครื่องมือ และผู้เชี่ยวชาญแก่ผู้ประกอบการธุรกิจ เพื่อการสร้างสรรค์พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ โดยใช้เทคโนโลยีวัตสันที่ทำงานบนคลาวด์ นอกจากนี้ ไอบีเอ็มยังประกาศเปิด Watson Client Experience Center อีก 5 แห่งที่ดับลิน ลอนดอน เมลเบิร์น เซาเปาโล และสิงคโปร์ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับเทคโนโลยีวัตสันและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้
ไอบีเอ็มวัตสันรองรับเทคโนโลยีประมวลผลยุคใหม่ (new era of computing) โดยแอพพลิเคชั่นและระบบต่างๆ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยีวัตสันจะสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ทั้งยังมีการยกระดับองค์ความรู้โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกที่กลั่นกรองจากข้อมูลจำนวนมหาศาลหรือบิ๊กดาต้า (Big Data) เสริมพร้อมด้วยความสามารถในการเรียนรู้เพื่อปรับปรุงการทำงานให้ตอบสนองและช่วยเหลือผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น โดยปัจจุบันมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายบนแพลตฟอร์มคลาวด์ให้แก่ลูกค้าในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ธนาคาร การแพทย์ ประกันภัย ค้าปลีก และการศึกษา
เมื่อเดือนมกราคม 2557 ไอบีเอ็มได้เปิดตัวกลุ่มธุรกิจใหม่ในชื่อไอบีเอ็ม วัตสัน กรุ๊ป (IBM Watson Group) พร้อมลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อมุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาแอพพลิเคชั่นและบริการค็อกนิทิฟที่ทำงานบนคลาวด์ออกสู่ตลาด รวมไปถึงการลงทุน 100 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนระบบนิเวศน์ของไอบีเอ็ม อันประกอบด้วยสตาร์ทอัพและองค์กรธุรกิจต่างๆ ในการสร้างแอพพลิเคชั่นขึ้นบนเทคโนโลยีวัตสัน
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ibmwatson.com และ www.facebook.com/IBMThailand
นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2026 มาพร้อมมาตรฐานยูโร 6 ดีไซน์ที่สปอร์ตยิ่งขึ้น เพิ่มระบบความปลอดภัย ในช่วงราคาเดิม
การ์ทเนอร์คาดปี 69 ยอดใช้จ่าย AI ทั่วโลกพุ่งแตะ 2.5 ล้านล้านดอลลาร์
ซีพี แอ็กซ์ตร้า จับมือ Mowi ยกระดับซัพพลายเชนแซลมอนพรีเมียม ครบวงจรแห่งแรกของไทย
CPW ปักหมุดเปิดช็อปใหม่ใจกลางเมือง HUAWEI Authorized Store สาขา One Bangkok เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัลให้เป็นหนึ่งเดียว
นักศึกษาสาขาเทคโนโลยีสื่อดิจิทัลและสื่อสารมวลชน มทร.กรุงเทพ เจ๋งคว้ารางวัลชนะเลิศการผลิตคลิปสั้น
วว. จับมือ สถาบันอาหาร ยกระดับงานวิจัย วทน. เสริมแกร่งภาคอุตสาหกรรมอาหารไทย สู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารระดับภูมิภาคเอเชีย
GGC -THAICOM และ TGO ลงนามบันทึกความร่วมมือ การพัฒนาคาร์บอนเครดิตจากการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืน
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มั่นใจเลือกใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ “ไอบีเอ็มวัตสัน” เพื่อพัฒนาการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง