นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นตัวแทนกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ แถลงนโยบายการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนเมือง ตามข้อเสนอของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) และเครือข่ายสลัม ๔ ภาค ณ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ
นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า จากกรณีที่กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(PMOVE) และเครือข่ายสลัม ๔ ภาค ได้ยืนหนังสือต่อรัฐบาล เรื่องขอยื่นข้อเสนอการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน นั้น นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นหน่วยหลักในการดำเนินงานแก้ไขปัญาดังกล่าว ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มีภารกิจหน้าที่ในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชน ทั้งในเมืองและชนบท ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ (พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว) จึงมีนโยบายด้านที่อยู่อาศัยของคนจนเมือง และกำหนดนโยบายเร่งด่วนด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยของชุมชนแออัดและผู้มีรายได้น้อย โดยดำเนินการโครงการบ้านมั่นคง อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดทั่วประเทศ ให้มีความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดี เกิดรูปธรรมความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างประชาชน หน่วยงานวิชาการ ท้องถิ่น สร้างองค์ความรู้ร่วมกันระหว่างประชาชนและหน่วยงาน ให้เกิดการผ่อนปรนกฎหมายและระเบียบที่ไม่เอื้อคนจน ซึ่งกำหนดเป็นแผนปฏิบัติการประจำปี (Action Plan) ที่มีการติดตามประเมินผลทุกๆ ๓ เดือน มีกลไกสนับสนุนทั้งในระดับกระทรวงและระดับชาติ และมีศูนย์ปฏิบัติการติดตามอย่างใกล้ชิด
นายเลิศปัญญา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนปฏิบัติการ มี ๒ ระยะ ดังนี้ ๑)ระยะ ๓ เดือน (ต.ค.-ธ.ค.๕๗) ได้แก่ ๑.ดำเนินการโครงการบ้านมั่นคง ในชุมชนริมคลองสายไหม ชุมชนที่ถูกไล่รื้อเร่งด่วน และกรณีชุมชนพื้นที่ริมทางรถไฟ ๑๔ ชุมชน จำนวน ๒,๖๔๑ ครัวเรือน ๒.ดำเนินการโครงการบ้านมั่นคงทั่วไป สำหรับชุมชนที่มีการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนที่อยู่อาศัยระดับเมือง จำนวน ๑,๐๐๐ ครัวเรือน ๓.ประสานหน่วยงาน เจ้าของที่ดินและผู้เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพฯ กรมธนารักษ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมที่ดิน มาร่วมสนับสนุน ๔.อนุมัติงบประมาณสนับสนุนในการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง จำนวนไม่น้อยกว่า ๓๐๐ ล้านบาท ๕.แต่งตั้งคณะกรรมการไกล่เกลี่ยปัญหาการไล่รื้อชุมชนแออัดระดับกระทรวง โดยมีรัฐมนตรีหรือผู้ที่รัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ และ ๖.พิจารณานำข้อเสนอของเครือข่ายสลัม ๔ ภาค เช่น การพิจารณางบสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านมั่นคง จำนวน ๓,๐๐๐ ล้านบาท งบโครงการชุมชนใหม่คนไร้บ้าน จำนวน ๙๗ ล้านบาท และงบประมาณช่วยเหลือชุมชนประสบปัญหาการไล่รื้อ จำนวน ๓๐ ล้านบาท เข้าเสนอพิจารณาในการประชุมของคณะรัฐมนตรีต่อไป ๒)ระยะ ๖ เดือน (ม.ค.-มี.ค.๕๘) ได้แก่ ๑.ดำเนินการโครงการบ้านมั่นคง ในชุมชนริมคลองเปรมประชากร ชุมชนที่ถูกไล่รื้อเร่งด่วน และชุมชนริมทางรถไฟ ๒๐ ชุมชน จำนวน ๑,๐๐๐ ครัวเรือน ๒.ดำเนินการโครงการบ้านมั่นคงทั่วไป สำหรับชุมชนที่มีการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนที่อยู่อาศัยระดับเมือง จำนวน ๒,๐๐๐ ครัวเรือน ๓.เสนอแผนปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาชุมชนแออัด “โครงการบ้านมั่นคง” ระยะ ๕ ปี (พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๒) ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นแผนแม่บทในการพัฒนาชุมชนแออัด ๔.ทำ MOU กับหน่วยงานเจ้าของที่ดินที่เกี่ยวข้อง และ ๕.อนุมัติงบประมาณสนับสนุนในการดำเนินงานโครงการบ้านมั่นคง จำนวนไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ล้านบาท
หลักสูตรไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์ สู่อาชีพสร้างรายได้ คืนความเท่าเทียมผู้พิการ ความสำเร็จจากโครงการ Heart to Heart โดย อำพลฟูดส์ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
หลักสูตรไลฟ์ขายสินค้าออนไลน์ สู่อาชีพสร้างรายได้ คืนความเท่าเทียมผู้พิการ ความสำเร็จจากโครงการ Heart to Heart โดย อำพลฟูดส์ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
โรงงานน้ำตาลในกลุ่ม KTIS รับโล่รางวัล CSR Award 2025
"ศรีตรังโกลฟส์" เดินหน้าธุรกิจเคียงข้างสังคม คว้ารางวัล CSR Award 2025 จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
การเคหะแห่งชาติส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับกระทรวง พม. หวังช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
กลุ่มบริษัท ยูนิเวนเจอร์ เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณจากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย
"วราวุธ" รมว.พม. ชวนสืบสานภูมิปัญญาชาวเล-มานิ มรดกแห่งชาติพันธุ์
ศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ จุดเปลี่ยนยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยสู่ความยั่งยืน
UNFPA-สสส. ผนึกกำลังภาครัฐ ภาคี 8 หน่วยงาน ปลดล็อกแพลตฟอร์ม SoSafe เดินหน้ายกระดับสุขภาพและความปลอดภัย ผ่านการพัฒนาชีวิตทุกช่วงวัย สำหรับทุกกลุ่ม ทุกเพศและทุกวัย