กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีแนวทางการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง โดยการจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมการใช้น้ำ คือ 1) จัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 2) เพื่อรักษาระบบนิเวศในช่วงฤดูแล้ง 3) เพื่อการเกษตรกรรม โดยจัดสรรน้ำเพื่อสำรองไว้สนับสนุนการเพาะปลูกฤดูฝนและจัดสรรน้ำเพื่อการเพาะปลูกฤดูแล้ง และ 4) เพื่อการอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ได้มีมาตรการงดส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง รวมถึงอ่างเก็บน้ำที่มีการบริหารในลักษณะเชิงเดี่ยว ซึ่งมีการวางแผนปรับตัวและบรรเทาผลกระทบในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน มีการสำรวจ ประเมินปริมาณน้ำต้นทุน วิเคราะห์สมดุลน้ำ การมีส่วนร่วมในการปรับลดรอบการผลิต การรักษาสภาพการเจริญเติบโตของไม้ผล ลดความสูญเสียที่เกิดจากการใช้น้ำ และการให้ความรู้การใช้น้ำอย่างประหยัดและมีคุณค่า โดยปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำในกิจกรรมการเกษตรของกลุ่มผู้ใช้น้ำ
นายชวลิต กล่าวต่อไปว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการบรรเทาผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง แบ่งเป็น 1) เร่งรัดการดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2557/58 โดยการจ้างแรงงาน 36,410 คน หรือร้อยละ 82 การส่งเสริมอาชีพโดยสนับสนุนพันธุ์สัตว์ พันธุ์ปลา เมล็ดพันธุ์ พืชตระกูลถั่ว เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด ฝึกอบรมอาชีพภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคมนี้ 2) โครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง (ตำบลละ 1 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่แล้งซ้ำซากให้มีรายได้และสร้างโอกาสให้ชุมชนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตชุมชน จำนวน 3,051 ตำบล ใน 58 จังหวัด ภายในเดือนมีนาคม 3) การพัฒนาปรับปรุงขุดลอกแหล่งน้ำนอกพื้นที่เขตชลประทาน ให้สามารถกักเก็บน้ำได้ 2.3 ล้าน ลบ.ม. 4) การสนธิกำลังเข้าช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมที่ประสบภัยแล้ง มีแผนเตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำ 1,900 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 295 คัน ทั้งนี้ได้ดำเนินการสนับสนุนช่วยเหลือติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 55 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 49 คัน ปริมาณน้ำสะสม 257,560 ลบ.ม. 5) แผนปฏิบัติการฝนหลวง โดยจะเริ่มปฏิบัติการในวันที่ 1 มีนาคม 2558 และ 6) การเผยแพร่ความรู้ ฝึกอบรม รณรงค์ ให้แก่ชุมชน องค์กร สถาบันเกษตรกร เรื่องการปรับตัวและบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้ง โดยได้จัดตั้งโครงการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการรับมือแก้ไขปัญหาภัยแล้งแก่เกษตรกรและประชาชน
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้คำนึงถึงการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า โดยได้มีการจัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า เพื่อเสนอแนะมาตรการและแนวทาง รวมถึงการบูรณาการจัดทำแผนปฏิบัติการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งจะต้องสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรในการงดการเผา ทั้งนี้ การช่วยเหลือในเบื้องต้น จะมีการปฏิบัติการฝนหลวง โดยปัจจุบันได้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงที่จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดเชียงใหม่ และการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเครื่องจักรกล เพื่อให้ความรู้แก่เกษตรกรในการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรอย่างถูกต้อง เป็นต้น
คำบรรยายภาพข่าว
ช่วยภัยแล้ง - นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะอนุกรรมการวางแผน และติดตามการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กทม. ยกระดับแผนปฏิบัติการป้องกันรับมือฝุ่น PM2.5 เข้มตรวจแหล่งกำเนิดฝุ่น ลดผลกระทบสุขภาพประชาชน
SME D Bank ออกมาตรการด่วนช่วยเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบพายุ "บัวลอย" 'พักชำระหนี้-เติมทุนฉุกเฉิน' ลดภาระทางการเงิน ฟื้นฟูธุรกิจกลับมาเดินหน้าเร็ววัน
NT หนุนพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยแห่งชาติ "T-Alert" ยกระดับความปลอดภัยประชาชนทั่วประเทศ
เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา
SAM ห่วงใยลูกหนี้ ออกมาตรการเร่งด่วนครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งผู้ประสบสาธารณภัยพายุ "วิภา" พักเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 3 เดือน ส่วนผู้เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล จัดดอกเบี้ยต่ำ 3-5% ผ่อนยาว 10 ปี เพื่อส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทยเริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับ MOU ร่วมให้ความรู้
NT พร้อมแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast หลังการทดสอบประสบผลสำเร็จ ได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยรวดเร็ว แม่นยำ
ชาวเชียงใหม่ อยุธยา อุดรฯ นครศรีฯ และกรุงเทพฯ เตรียมตัวให้พร้อม!
NT ร่วม ปภ. ทดสอบระบบ Cell Broadcast ในพื้นที่ครั้งแรก แจ้งผลมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ครอบคลุม เสริมความพร้อมระบบเตือนภัยแห่งชาติ