“ปีติพงศ์” ย้ำในโอกาสครบรอบ 43 ปีวันก่อตั้งกลุ่มเกษตร เกษตรกรควรรวมกลุ่มขนาดใหญ่เอื้อให้ภาครัฐยื่นความช่วยเหลือครอบคลุม พร้อมดึงเข้าร่วมตลาดเกษตรกรหวังเข้าถึงความต้องการผู้บริโภค

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนา “43 ปีวันก่อตั้งกลุ่มเกษตรกร” ว่า ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรในทุกจังหวัดทั่วประเทศจำนวน 5,282 กลุ่ม ดำเนินธุรกิจ 4,296 กลุ่ม มีสมาชิก 6.1 แสนคน ทุนดำเนินงานกว่า 1,600 ล้านบาท และมีปริมาณธุรกิจกว่า 13,000 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของกรมส่งเสริมสหกรณ์คิดเป็นร้อยละ 86.18 ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งในการพัฒนากลุ่มเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง และมีศักยภาพในการดำเนินงาน แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การขับเคลื่อนทิศทางในการพัฒนากลุ่มเกษตรกรสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญอย่างมากกับการร่วมกลุ่มของเกษตรกร และยกระดับไปถึงการเป็นสถาบันเกษตรกรเพื่อสร้างอำนาจการต่อรองในด้านการแข่งขันสินค้าเกษตร รวมถึงการเข้าถึงแผนงาน โครงการนโยบายในการช่วยเหลือของภาครัฐ ในโอกาสนี้จึงได้ฝากประเด็นสำคัญใน 4 เรื่องให้กลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญ ประกอบด้วย 1. การรวมกลุ่มเกษตรกรในขนาดที่เหมาะสม ไม่ใช่เป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ที่อาจจะยากกับการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐผ่านโครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเริ่มย่างเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูกในปีนี้ที่ใกล้จะมาถึง หากเกษตรกรมีการรวมกลุ่มขนาดที่ใหญ่ขึ้นและเป็นประเภทการเพาะปลูกที่ใกล้เคียงกันมาทำการเกษตรกรในระบบแปลงใหญ่ก็จะช่วยให้เครื่องมือหรือกลไกต่างๆที่ภาครัฐเข้าไปสนับสนุนดูแลเกิดความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์และปัจจัยการผลิต เป็นต้น
          2. การมีส่วนร่วมในโครงการตลาดเกษตรกรที่พบว่าสินค้าเกษตรโดยส่วนใหญ่ยังไม่ใช่สินค้าในกลุ่มพรีเมี่ยมหรือได้รับการรับรองมาตรฐาน Q มากนัก ดังนั้น กลุ่มเกษตรกรที่มีการรวมกลุ่มและผลิตสินค้าที่มีคุณภาพอยู่แล้วก็สามารถที่จะเข้ามาร่วมดำเนินการในโครงการนี้ได้ ซึ่งนอกจากจะเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรไปยังผู้บริโภคกลุ่มรายได้ปานกลางถึงสูงแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะทำให้กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรได้รับทราบถึงความต้องการของผู้บริโภคได้โดยตรงว่าต้องการสินค้าประเภทใด ควรจะปรับปรุงรูปแบบสินค้าไปในทิศทางไหนเพื่อให้การผลิตสินค้าตรงตามความต้องการของตลาดได้
          3. การให้ข้อมูลเกษตรกรที่ควรจะได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างแท้จริง ซึ่งคาดว่าในอีกประมาณ 2 – 3 เดือนข้างหน้านี้จะได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมส่งเสริมการเกษตรจะลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเกษตรกรที่ยากจนจริงๆ และยังไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐผ่านโครงการต่างๆ ที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว เช่น ช่วยเหลือชาวนา และชาวสวนยางไร่ละ 1 พันบาท หรือโครงการสร้างรายได้และ พัฒนาการเกษตรแก่ชุมชน เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งระดับจังหวัด หรือโครงการเกษตรแก้ภัยแล้งตำบลละล้านบาท ที่พบว่าโดยส่วนใหญ่เป็นในเรื่องโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งกลุ่มเกษตรกรในหลายๆ กลุ่มได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว แต่ก็ได้เน้นย้ำแนวคิดในการนำเสนอโครงการหากภาครัฐมีโครงการช่วยเหลือดังกล่าวในอนาคตอีกว่า ควรจะเป็นโครงการที่สร้างประโยชน์ในหลายระดับไม่เพียงแค่การจ้างงานและเก็บเกี่ยวผลผลิตเท่านั้น แต่น่าจะช่วยเพิ่มรายได้และลดต้นทุนไปควบคู่กันด้วย
          “รัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญกับการรวมกลุ่มเกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นรากฐานในการพัฒนาการเกษตร และเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ไปถึงหน่วยงานภาครัฐ และการเข้าถึงมาตรการโครงการช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งหลายโครงการที่จะดำเนินการต่อไปนั้นขณะนี้อยู่ในระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรี เช่น การจัดตั้งศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เพียงพอต่อความต้องการในการผลิตแต่ละปี หากผ่านมติครม.แล้วก็จะมีการประกาศแนวทางการให้ความช่วยเหลือที่ชัดเจนต่อไป แต่ทั้งนี้ เกษตรกรต้องร่วมกลุ่มกันในขนาดที่พอเหมาะไม่ใช่เพียงแค่ 10 – 20 คน เพื่อให้การเข้าถึงมาตรการต่างๆ ได้ประโยชน์ถึงเกษตรกรรายย่อยอย่างแท้จริง” นายปีติพงศ์ กล่าว
 
 
 

ข่าวการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์+กระทรวงเกษตรและสหกรณ์วันนี้

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน "เทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2569"

ภายใต้แนวคิด "The New ERA โคนมไทย จากวิกฤติสู่โอกาส Dairy Thailand From Crisis To Opportunity" สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเป็นองค์ประธานเปิด "งานเทศกาลโคนมแห่งชาติ" ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด "The New ERA โคนมไทย จากวิกฤติสู่โอกาส Dairy Thailand From Crisis To Opportunity" โดยมี นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาววัชรี วรรณศรี

นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการก... "รมช.นเรศ" เปิดโครงการทำหมัน ฉีดวัคซีนสุนัข-แมว ควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานฯ จ.เชียงใหม่ — นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสห...

สั่งเร่งซ่อมสะพานแม่ปูนล่าง ฟื้นดินฟื้นนา... "รมช.นเรศ" ลงพื้นที่เวียงป่าเป้า ตรวจแผนฟื้นฟูพื้นที่เกษตรเสียหายจากพายุยางิ — สั่งเร่งซ่อมสะพานแม่ปูนล่าง ฟื้นดินฟื้นนา 350 ไร่ ดันโครงการอ่างเก็บน้ำ เกษ...

มกอช. หนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ขอนแก่น ใช้... มกอช. หนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ขอนแก่น — มกอช. หนุนกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ขอนแก่น ใช้เครื่องหมาย Q ผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน พร้อมต่อยอด...