นพ.เอกชัย ภาคสุวรรณ จักษุแพทย์ด้านต้อกระจก โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า ต้อกระจก คือภาวะที่เลนส์ตาเกิดการขุ่นมัว ส่งผลให้การหักเหของแสงที่เดินทางไปยังจอประสาทตาผิดเพี้ยน หรือทำให้แสงผ่านเข้าไปได้น้อยลง ผู้ป่วยจึงเห็นแสงน้อยลงกว่าปกติ มองเห็นได้ไม่ชัดเจน และการรับรู้สีสันเปลี่ยนไป โดยต้อกระจกส่วนใหญ่มีสาเหตุจากความเสื่อมสภาพของร่างกายตามอายุ ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ที่สามารถทำให้เกิดต้อกระจกได้ก็เช่น ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน การใช้ยาบางชนิดเช่นสเตียรอยด์ หรือเลนส์ตาได้รับการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ รวมถึงการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) สะสมในปริมาณมาก
ความแตกต่างของอาการต้อกระจกในแต่ละคนขึ้นอยู่ที่เลนส์ตานั้นขุ่นมัวมากน้อยเพียงใด ระยะแรกผู้เป็นต้อกระจกอาจรู้สึกเพียงแค่มองเห็นไม่ชัด แต่เมื่ออาการมากขึ้นภาพที่เห็นก็จะยิ่งพร่ามัวลง สีสันของสิ่งต่าง ๆ จะทึมเทาไม่สดใส คล้ายการมองผ่านกระจกฝ้า บ้างมองเห็นเป็นภาพซ้อน หรืออาจมองไม่เห็นเลยในที่ที่มีแสงสว่างมาก ๆ จนกระทั่งต้อกระจกสุกเต็มที่แล้ว ภาพที่ผู้ป่วยมองเห็นจะเป็นเพียงฝ้าขาวที่บริเวณกลางรูม่านตา หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาจะทำให้มองไม่เห็นหรือเกิดสภาวะตาบอดชั่วคราว
การรักษาต้อกระจกทำได้โดยผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา ซึ่งจะเปลี่ยนเอาเลนส์ที่ขุ่นมัวออกแล้วใส่เลนส์ตาเทียมเข้าไปแทน วิธีการทั่วไปที่ทำกันได้แก่ Extracapsular cataract extraction คือการผ่าตัดเปิดแผลขนาดราว 10 มิลลิเมตร เพื่อล้างเอาเลนส์ตาที่เสื่อมสภาพออกมาทั้งชิ้น แล้วเปลี่ยนใส่เลนส์ตาเทียมเข้าไปแทน หรืออีกวิธีหนึ่งได้แก่ Phacoemulsification คือ การผ่าตัดแผลเล็ก โดยใช้มีดเปิดแผลที่บริเวณขอบกระจกตาดำประมาณ 1.5 – 3 มิลลิเมตร ของผู้ป่วยแล้วสอดเครื่องมือเข้าไปดูดสลายต้อกระจกด้วยอัลตราซาวนด์ จากนั้นจึงใส่เลนส์ตาเทียมเข้าไปทดแทน
ปัจจุบันมีวิธีการรักษาซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยต้อกระจกโดยใช้ ‘Femtosecond laser' ช่วยในการผ่าตัดหรือที่เรียกว่า การผ่าตัดต้อกระจกและฝังเลนส์เทียมโดยใช้เลเซอร์ โดยนำเลเซอร์เข้ามาช่วยทำให้การเปิดถุงหุ้มเลนส์มีขนาดตามต้องการดีขึ้นและใช้ช่วยในการตัดแบ่งเลนส์ให้เป็นชิ้นเล็กลง ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยในการคำนวณการตัดเนื้อเยื่อ โดยจะทำงานร่วมกับเครื่อง Optical Coherence Tomography ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพดวงตาที่ให้ภาพซึ่งมีความละเอียดสูง โดยเครื่องจะวัดองศาเพื่อวางเลนส์ให้อยู่ตรงตามตำแหน่งที่คำนวณไว้ ก่อนจะใส่เลนส์ตาเทียมเข้าไปแทนที่ของเก่าที่ขุ่นมัว
สิ่งที่คนไข้ต้องพึงระวังในการดูแลตนเองหลังผ่าตัดต้อกระจก คือป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อจากสิ่งสกปรกในช่วง 24 ชั่วโมงแรก โดยเฉพาะจากมือและน้ำ จึงไม่ควรจับหรือขยี้ตา รวมถึงไม่ควรล้างหน้าและสระผมใน 5 วันหลังผ่าตัด ขณะที่กิจกรรมอื่น ๆ สามารถทำได้ตามปกติ
เนื่องจากการเกิดต้อกระจกในแต่ละคนนั้นต่างกัน วิธีป้องกันโรคที่ดีที่สุดจึงได้แก่การตรวจดวงตาตามวาระที่กำหนด โดยเด็กเล็ก ๆ ควรเริ่มตรวจอย่างละเอียดตั้งแต่ช่วงก่อนเข้าโรงเรียน แล้วตรวจอีกครั้งช่วงอายุ 12 - 13 ปี เนื่องจากเป็นวัยที่สายตามีการเปลี่ยนแปลงมาก จนถึงช่วงอายุ 18-40 ปี สายตาจะค่อนข้างคงที่ ควรตรวจ 3 - 5 ปีต่อครั้ง แล้วเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจปีละ 1 ครั้ง และสำหรับผู้ที่ได้รับการตรวจพบว่ามีแนวโน้มของโรคใดโรคหนึ่ง คนไข้ควรได้รับการรักษาจากแพทย์ทันที หรือผู้ที่ตรวจพบว่ามีอาการของโรคมากแล้ว ก็ต้องรับการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางโดยตรง เพื่อให้การรักษาได้ผลดีและปลอดภัยที่สุด
บำรุงราษฎร์เปิดตัวแคมเปญ "Care That Stands Strong" ชูแนวคิดการดูแลสุขภาพที่มั่นคงเป็นรากฐานสำคัญในโลกที่ผันผวน
สถาบันกระดูกสันหลังบำรุงราษฎร์ ร่วมกับ โรงพยาบาลเซนต์แอนนา จัดประชุมผ่าตัดกระดูกสันหลังด้วยเทคนิคการผ่าตัดส่องกล้องเอ็นโดสโคป
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คว้า 3 รางวัล บนเวที 2026 Thailand's Most Admired Brand และ 2025-2026 Thailand's Most Admired Company จาก BrandAge
บำรุงราษฎร์ปฏิวัติการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ชวนคนไทยรู้จัก 'อายุชีวภาพ' และวางแผนสุขภาพเฉพาะบุคคลด้วย AI
บำรุงราษฎร์ ก้าวสู่อันดับ 96 โลก โรงพยาบาลแห่งเดียวจากประเทศไทยที่ติด Top 100 โรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2569 โดย Newsweek
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้รับการยกย่องให้เป็น Asia's Top Private Hospitals and Clinics 2026 จากการจัดอันดับของ Newsweek ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการแพทย์ในระดับภูมิภาค
ไวทัลไลฟ์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพในเครือบำรุงราษฎร์ ผนึกพันธมิตรข้ามอุตสาหกรรม เปิดตัว Longevity Ecosystem
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ชี้ 'โรคอ้วน' วิกฤตสุขภาพคนไทย กระทบเศรษฐกิจชาติมหาศาล! พร้อมเปิดแนวทางจัดการน้ำหนักเพื่อสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คว้ารางวัล Thailand's Best Managed Companies 2025 ในหมวด Healthcare จาก Deloitte ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3