ตลท. ร่วมกับสถาบันพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน เดินหน้าพัฒนา บจ. ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยคำนึงถึงองค์ประกอบ 3 มิติ นั่นคือ สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) มุ่งเน้นการยกระดับ บจ. ให้ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการจัดอบรม 9 หลักสูตรตลอดปี 2558
นายบดินทร์ อูนากูล รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า “ในปี 2558 ที่ ตลท. ครบรอบ 40 ปี การดำเนินงาน ตลท. ได้วางทิศทางองค์กรเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนโดยมุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ให้ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และมีบรรษัทภิบาล (ESG) ซึ่ง บจ.ไทยได้ให้ความสำคัญและมีพัฒนาการที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง โดยการวางแนวทางการพัฒนา บจ. ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมได้คำนึงถึงความพร้อมของ บจ. แต่ละรายทั้งในระดับเริ่มต้นที่จะเน้นการปูพื้นฐานความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนและส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลผ่านรายงานแห่งความยั่งยืน สำหรับ บจ. ที่มีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจแล้ว จะเน้นที่การนำความรู้ดังกล่าวไปพัฒนาต่อยอดเป็นกลยุทธ์องค์กรและเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำธุรกิจหลักให้คำนึงถึง ESG ส่วน บจ. ในระดับที่มีศักยภาพที่จะเข้าสู่ตัวชี้วัดความยั่งยืนในระดับสากล ตลท. จะจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมการประเมินความยั่งยืนของ DJSI (Dow Jones Sustainability Indices) ทั้งในระดับ CEO และในระดับปฏิบัติการ การดำเนินงานดังกล่าวข้างต้นสอดคล้องการแนวทางการพัฒนา ตลท. ให้เป็น Sustainable Stock Exchange (SSE) อันเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาความยั่งยืนของตลาดทุน และเป็นการสร้างคุณค่าให้กับตลาดทุน”
“ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2555-2557) ตลท. จัดหลักสูตรอบรม บจ. ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเข้มข้น โดยมี บจ. เข้าร่วมแล้วถึง 427 บริษัท คิดเป็น 70% ของ บจ.ทั้งหมด และมีผู้เข้าร่วมอบรมประมาณ 1,350 คน ในปีนี้จะจัดอบรมให้ความรู้ถึง 9 หลักสูตร และมุ่งเน้นให้ บจ. ที่เข้าร่วมโครงการอบรมมีความรู้ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ตลท. ยังเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยล่าสุดได้ความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรจัดทำ “Thailand Sustainable Investment” ซึ่งรวบรวมรายชื่อ บจ.ที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึง ESG และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาลงทุน” นายบดินทร์กล่าว
นายอนันตชัย ยูรประถม ผู้อำนวยการสถาบันธุรกิจอย่างยั่งยืน ในฐานะวิทยากรโครงการอบรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของ ตลท. กล่าวว่า “ทิศทางการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมยังคงมุ่งเน้นในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างคุณค่าในระดับองค์กรและสร้างคุณค่าในระดับสังคม นอกจากนี้ การเรียนรู้เรื่องการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตจะไม่ใช่ความรู้ในมุมกว้างอีกต่อไป แต่จะเจาะเป็นประเด็นเฉพาะทาง อาทิ การส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมในห่วงโซ่อุปทาน (Responsible Supply Chain Management) การเคารพสิทธิมนุษยชน (Human Rights) การวิเคราะห์ความเสี่ยงและประเด็นสำคัญของความยั่งยืน (Sustainability Risk and Materiality Analysis) และการสื่อสารด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective CSR Communication) รวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติงานและการจัดการความรู้ (CSR Evaluation and Knowledge Management) ให้สอดคล้องกับแนวทางและมาตรฐานการประเมินในระดับสากล เพื่อแสดงให้ผู้มีส่วนได้เสียรับทราบอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแปลงคุณค่าทางสังคมให้เป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจ หรือมูลค่าที่เป็นตัวเงิน”
บจ. ที่สนใจเข้าร่วมโครงการอบรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของ ตลท. ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ ตลท. www.set.or.th ที่เมนู “ความรับผิดชอบต่อสังคม”
กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย “สานโอกาสการลงทุน เพื่อคุณ เพื่อธุรกิจ”
"KJL" กางแผนปี 69 ตั้งเป้ารายได้แตะ 1.3 พันลบ. เสริมเครือข่ายขายทั่วประเทศ รุกอุตสาหกรรม Data Center และ พลังงานสะอาด
ONEE โชว์ศักยภาพงาน Oppday เผยผลประกอบการปี 68 รายได้พุ่งทะลุ 7,316 ล้านบาท กำไร 448 ล้านบาท
ORN ขานรับโครงการ JUMP+ ยกระดับมาตรฐานองค์กร
SMO โชว์ศักยภาพในงาน Opportunity Day Year End 2025 กางแผนขยายกำลังผลิต ดันศักยภาพเติบโตระยะยาว
L&E นำเสนอผลประกอบการปี 2568 เปิดแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้าโต 15-20% ตุน Backlog กว่า 1.3 พันลบ.
"MEDEZE" โชว์ผลงานใน Opportunity Day Year End 2025 มุ่งสร้าง New S-Curve จาก ATMPs
กรุงไทยเดินหน้าขยายโอกาสลงทุนต่างประเทศเตรียมเปิดขาย 12 DR ตัวใหม่ อ้างอิงหุ้นจีน A-Shares และหุ้นเมกะเทรนด์ชั้นนำ ดีเดย์ 11 มี.ค.นี้
ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) นำเสนอข้อมูลบริษัทต่อ ก.ล.ต. และ ตลท. เดินหน้า IPO 32 ล้านหุ้น ในตลาด mai ชูธง Digital Transformation Partner ครบวงจร
ทีทีบี เดินหน้าโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 วงเงิน 9,614 ล้านบาท และเตรียมขออนุมัติจาก AGM เพื่อขยายโครงการซื้อหุ้นคืน โดยเพิ่มเพดานวงเงินรวมขึ้นเป็น 35,000 ล้านบาท และทำต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571