วธ. นำทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นสร้างสรรค์เพิ่มอัตลักษณ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทย มุ่งเน้นชุมชนมีส่วนร่วม

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวภายหลังตรวจเยี่ยม พื้นที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ตนได้หารือนางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการส่งเสริมกิจกรรมด้านวัฒนธรรม เพื่อตอบสนองนโยบายนายกรัฐมนตรีในเรื่องการท่องเที่ยววิถีไทย ซึ่งจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยวมีทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและมีอัตลักษณ์ เช่น ย่านเมืองเก่าภูเก็ต สถาปัตยกรรมชิโน - โปรตุกีส อาหารพื้นเมือง เป็นต้น ที่สำคัญมีผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการทางวัฒนธรรม (Culture Product of Thailand : CPOT) ผ้าบาติก ผลงานของนายจรูญ มุ่งชนะ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นตัวแทนจังหวัดภูเก็ตไปแสดงผลิตภัณฑ์บาติก ณ ประเทศโอมาน ในช่างปลายเดือนมกราคมนี้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีลวดลายโดดเด่นมีสีสัน และมีการสร้างสรรค์นำผ้ามาติกไปทำเป็นโคมไฟ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้และความภาคภูมิใจแก่คนในท้องถิ่นอีกด้วย โดยกระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายสนับสนุนกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมของจังหวัดต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นให้คนในชุมชนและทุกภาคส่วนเข้าเข้ามาร่วมจัดกิจกรรมทำให้เกิดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน 
          ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่จังหวัดภูเก็ตยังมีชุมชนชาวเลราไวย์ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการประมง ขายอาหารทะเล มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ เนื่องจากไม่สามารถทำการประมงได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากพื้นที่มีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น ในเรื่องของเขตอนุรักษ์ ฤดูมรสุมไม่สามรถออกเรือได้ ดังนั้น ตนจึงให้แนวทางว่า ควรที่จะหารายได้เพิ่มจากทางอื่น ๆ เช่น การทำของที่ระลึก และทำเสื้อยึดสกรีนลวดลายที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนชาวเลราไวย์ เช่น ลวดลายทิวทัศน์หาดราไวย์ วิถีชีวิตชาวเรือ หรือ คำขวัญชุมชนชาวเลราไวย์ ซึ่งมีกรรมวิธีผลิตที่ไม่ยุ่งยาก ต้นทุนราคาไม่สูง ทำให้สามารถจำหน่ายได้ราคาไม่แพง นักท่องเที่ยวสามารถจับจ่ายใช้สอยได้สะดวก ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ตดำเนินการโครงการส่งเสริมอาชีพดังกล่าวต่อไป


ข่าวส่งเสริมการท่องเที่ยว+การท่องเที่ยววิถีไทยวันนี้

เขตสัมพันธวงศ์จัดระเบียบหาบเร่-แผงลอยย่านสำเพ็ง สร้างความเป็นระเบียบพื้นที่ทำการค้าและส่งเสริมการท่องเที่ยว

นายธนาเดช จันทร์แก้ว ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบและแก้ไขปัญหากรณีผู้ค้าหาบเร่แผงลอยบนทางเท้าตั้งวางแผงค้ากีดขวางทางเข้า-ออกอาคารพาณิชย์ บริเวณหัวมุมถนนเพาะพานิชตัดกับตรอกโรงพิมพ์ ย่านสำเพ็งว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าจุดดังกล่าวอยู่ในบริเวณนอกพื้นที่ทำการค้าที่ชอบด้วยกฎหมาย (นอกจุดผ่อนผัน) โดยเมื่อปี พ.ศ. 2565 ได้สำรวจและจัดทำบัญชีผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยไว้ก่อนแล้ว ต่อมา กทม. ได้มีนโยบายจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เป็นไปตามประกาศกรุง