ซีพีเอฟแนะเกษตรกรรับมือวิกฤติแล้ง

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ แนะนำเทคนิคทั้งการเลี้ยงสุกรและไก่ ในภาวะแล้งและร้อนยาวนานดังเช่นปัจจุบัน เพื่อให้เกษตรกรได้ปรับวิธีการเลี้ยงและเสริมเทคนิคให้สอดคล้องกับสภาพอากาศ ให้สัตว์อยู่สุขสบาย 
          นายสมพร เจิมพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายธุรกิจสุกร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ในภาวะร้อนแล้งเช่นนี้ น้ำที่ใช้สำหรับล้างสุกร ล้างพื้น และในส้วมน้ำมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยระบายความร้อนให้กับสุกร จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ โดยเกษตรกรควรจัดเตรียมน้ำกินและน้ำใช้ให้มีปริมาณเพียงพอ โดยคำนวณจากการใช้น้ำของสุกร กรณีฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ที่เลี้ยงในระบบอีแวป จะใช้น้ำทั้งกินและใช้เฉลี่ยวันละ 130 ลิตรต่อตัว ส่วนฟาร์มสุกรขุนกินและใช้น้ำเฉลี่ยวันละ 40 ลิตรต่อตัว 
          "นอกจากปริมาณน้ำที่ต้องเพียงพอแล้ว คุณภาพน้ำก็นับเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยทั่วไปน้ำที่ดีควรเป็นน้ำบาดาล แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้น้ำผิวดินควรปรับคุณภาพน้ำเสียก่อน แต่หากไม่สามารถเจาะบ่อบาดาลหรือใช้น้ำผิวดินได้ แนะนำให้ซื้อน้ำจากแหล่งที่เชื่อถือได้จะดีกว่า อย่างเช่นประปาหมู่บ้านที่มีกระบวนการฆ่าเชื้อโรคในน้ำที่ดีอยู่แล้ว" นายสมพร กล่าว 
          ทั้งนี้ คุณภาพน้ำที่ดีสามารถสังเกตได้จากลักษณะภายนอกคือ สีใส ไม่ขุ่น รสชาติไม่เค็ม ในช่วงนี้ เกษตรกรควรทำการปรับคุณภาพน้ำก่อนใช้ ด้วยการใช้สารส้มเพื่อให้มีการตกตะกอนของน้ำก่อนใช้ โดยใช้สารส้ม 1 กรัมต่อน้ำ 100 ลิตร และใช้คลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อยู่ในน้ำ ในอัตราความเข้มข้น 3 - 5 ppm. (คลอรีน 3-5 ลิตร ต่อน้ำ 1 ล้านลิตร) และในระหว่างวันเกษตรกรอาจขังน้ำในรางอาหารของแม่สุกร หรือเพิ่มรางน้ำให้สุกรขุนได้กินอย่างเพียงพอและสะดวกต่อการกิน ในโรงเรือนที่มีส้วมน้ำด้านท้ายคอกควรขังน้ำให้พอดี ระมัดระวังอย่าให้ขาดน้ำ
          ปัจจุบันปัญหาหลักที่พบคือเรื่องน้ำที่ใช้เลี้ยงสุกร โดยปกติสภาพอากาศที่ร้อนจัดจะส่งผลสุกรกินอาหารลดลง เนื่องจากมีความเครียดจากอากาศที่ร้อน และการกินอาหารของสุกรยังมีความเชื่อมโยงกับการกินน้ำ กล่าวคือ ปกติสุกรจะกินน้ำเป็น 3 เท่าของปริมาณอาหารที่กินในแต่ละวัน ดังนั้นหากขาดแคลนน้ำดื่มจะส่งผลต่อการกินอาหารที่ลดลง ซึ่งย่อมส่งผลให้สุกรเติบโตที่ช้ากว่าปกติ และยังส่งผลต่อการสร้างภูมิคุ้มกันของสุกรอีกด้วย
          ด้าน น.สพ.นรินทร์ ร่มลำดวน รองกรรมการผู้จัดการ สำนักเทคนิคและวิชาการสัตว์บก ซีพีเอฟ กล่าวถึงการเลี้ยงไก่ในช่วงนี้ว่า เกษตรกรต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมน้ำให้เพียงพอเช่นกัน เนื่องจากร่างกายของไก่มีน้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ โดยในลูกไก่อายุ 1 วัน มีน้ำเป็นองค์ประกอบของร่างกายถึงร้อยละ 85 ส่วนไก่ที่โตขึ้น อัตราส่วนของน้ำในร่างกายจะลดลง อย่างแม่ไก่อายุ 42 สัปดาห์ มีน้ำเป็นส่วนประกอบร้อยละ 55 ซึ่งโดยปกติแล้วไก่จะต้องกินน้ำอย่างน้อย 2 เท่า ของปริมาณอาหารที่กินในแต่ละวัน หากไก่ขาดน้ำเกินร้อยละ 20 ไก่จะกินอาหารลดลง เกิดภาวะเครียด อัตราการเจริญเติบโตต่ำ ผลผลิตลด ภูมิคุ้มกันโรคลด ทำให้ไก่มีโอกาสติดเชื้อโรคได้ง่าย 
          สำหรับข้อสังเกตในกรณีที่ไก่ได้รับน้ำไม่เพียงพอว่า ไก่จะมีอาการซึม แข้งไก่มีลักษณะแห้ง เกิดสภาพแห้งน้ำ ถ้าไก่สูญเสียน้ำไปกว่า 1 ใน 10 ส่วนของน้ำที่มีอยู่ในร่างกายจะทำให้ไก่ตายได้ 
          ดังนั้น การจัดการเรื่องน้ำสำหรับการเลี้ยงไก่ในช่วงที่แล้งจัด ในระยะนี้ควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ได้แก่ การจัดเตรียมน้ำให้ไก่ได้กินอย่างเพียงพอ โดยมีแหล่งสำรองน้ำภายในฟาร์ม ซึ่งประมาณการได้จากการกินน้ำของไก่ในแต่ละวัน นอกจากนี้ในกรณีที่เล้าไก่เป็นระบบอีแวป ต้องคำนึงถึงปริมาณน้ำที่จะใช้ในระบบอีแวป เพื่อลดอุณหภูมิภายในเล้าไก่ด้วย ในกรณีที่ปริมาณน้ำที่สำรองใช้ภายในฟาร์มไม่เพียงพอ จะต้องเตรียมหาแหล่งน้ำสะอาดจากภายนอกสำรองไว้ด้วย รวมทั้งควรเพิ่มอุปกรณ์การให้น้ำให้มากขึ้นเพื่อให้ไก่สามารถเข้ากินน้ำได้อย่างทั่วถึง ขณะเดียวกัน ต้องตรวจสอบปริมาณการกินน้ำของไก่ และปริมาณน้ำที่ใช้ในฟาร์มในแต่ละวันอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่าไก่ได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ 
          "คุณภาพน้ำในช่วงที่แล้งจัดเช่นนี้ อาจมีผลต่อคุณภาพน้ำได้ เช่น ปริมาณของเชื้อโรคในน้ำที่สูงขึ้น ปริมาณตะกอน แร่ธาตุในน้ำสูงขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อตัวไก่คือ ทำให้เกิดอาการถ่ายเหลว และท้องเสียขึ้นได้ ดังนั้นกว่งสารส้มและการใช้คลอรีนฆ่าเชื้อโรคในน้ำก่อนนำมาใช้" น.สพ.นรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวเจริญโภคภัณฑ์อาหาร+เจริญโภคภัณฑ์วันนี้

เอส เอฟ จับมือ ซีพี เปิดตัวเมนู "ป๊อปคอร์นรสกะเพราไก่อวกาศ"

แรงบันดาลใจจากอาหารมาตรฐานนักบินอวกาศ ที่โรงภาพยนตร์ทุกสาขาทั่วประเทศ! บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจโรงภาพยนตร์ชั้นนำของประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เปิดตัว "ป๊อปคอร์นรสกะเพราไก่อวกาศ" ส่วนผสมอย่างลงตัวระหว่างป๊อปคอร์น เอส เอฟ ระดับพรีเมียมคลุกเคล้ากับรสกะเพราแบบไทยจัดจ้าน ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเมนู 'อกไก่กะเพรา' ของแบรนด์ CP ที่ผ่านมาตรฐาน Space Food Standard เพื่อเป็นอาหารของนักบินอวกาศ พร้อมจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

พันธมิตรคู่ค้าธุรกิจของบริษัท เจริญโภคภัณ... พันธมิตรคู่ค้า CPF แสดงพลังสร้างอาหารมั่นคง ยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ตลาดโลก — พันธมิตรคู่ค้าธุรกิจของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหา...

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ไ... CPF รับรางวัล BEST CEO และ BEST IR เวที IAA Awards 2025 — บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ได้รับคัดเลือกจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน รับรางวัล IAA...

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และบริษัท เจริญ... เครือซีพี - ซีพีเอฟ เสิร์ฟนวัตกรรมอาหารปลอดภัยมาตรฐานอวกาศที่งาน Thailand-China Cooperation Expo 2025 — เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อ...

เพื่อสนับสนุนการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊... CPF ส่งผลิตภัณฑ์กลุ่มไข่ไก่สด ไข่ต้ม ไข่สมุนไพร และอาหารพร้อมทาน รับฉลากสิ่งแวดล้อม — เพื่อสนับสนุนการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ต...