นายเชนท์ สุวัณณพัน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อัยเซ็น กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า “อัยเซ็น กรุ๊ป” เป็นบริษัทขายตรงของคนไทยที่ได้ลิขสิทธิ์การทำตลาดในภูมิภาคอาเซียนแต่เพียงผู้เดียวจาก บริษัท โคโยซะ จำกัด บริษัทขายตรงที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของประเทศญี่ปุ่น และเป็นอันดับ 43 ของโลก ที่ก่อตั้งมายาวนานและได้รับความเชื่อถือมากว่า 42 ปี โดยมียอดขายสูงสุดถึง 9,000 ล้านบาท ภายใต้การดำเนินงานของทั้ง 2 บริษัทที่สอดคล้องกันโดยมุ่งเน้นแนวคิดการรักษาสมดุลร่างกาย และการคัดสรรส่วนผสมคุณภาพจากธรรมชาติ
สำหรับผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ และความงามที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในระบบเครือข่ายของบริษัทฯ จะมีทั้งหมด 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ 1.กลุ่มเครื่องสำอางและครีมต่างๆ (Skin Care) 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน (Life Care) 3. กลุ่มอาหารเสริม (Food Supplement) 4. กลุ่มเครื่องมืออุปกรณ์ด้านดูแลสุขภาพ (Appliance) โดยในเบื้องต้นมีสินค้าจำหน่ายแล้วใน 2 กลุ่มแรก คือ สกินแคร์ และไลฟ์แคร์ ซึ่ง บริษัท โคโยซะ จำกัด มีผลิตภัณฑ์จำหน่ายอยู่กว่า 70 รายการ ซึ่งในช่วงแรกบริษัทฯ จะคัดเลือกมาเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมและเหมาะสมกับคนไทยจำนวน 8-10 รายการ เพื่อแนะนำในช่วงแรก ก่อนจะขยายไลน์ของผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมมากขึ้นในระยะต่อไป พร้อมตั้งเป้าหมายในปีแรกจะมีสมาชิกจำนวน 1,000 ราย และยอดจำหน่าย 100 ล้านบาท พร้อมกันนี้เตรียมทุ่มงบประมาณอีก 1,000 ล้านบาท สร้าง “อัยเซ็น ทาวน์” เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์สุขภาพครบวงจร ใจกลางราชเทวี บนเนื้อที่กว่า 13 ไร่
สำหรับแผนธุรกิจของบริษัทจะใช้ระบบ “ไบนารี่” มีตำแหน่ง 8 ชั้นที่เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน ไม่ต้องเสียค่าสมัครสมาชิก เพียงซื้อสินค้าที่มีมูลค่า 500 บาทขึ้นไปก็สามารถเป็นสมาชิกอัตโนมัติตลอดชีพ และได้รับ Gift Voucher มูลค่า 600 บาท เพื่อทดลองผลิตภัณฑ์ทุกรายการได้ฟรี ณ ศูนย์บริการอัยเซ็น ราชเทวี นอกจากนั้นสมาชิกจะได้รับความสะดวกสบายจากระบบการสั่งซื้อออนไลน์อีกด้วย
สำหรับการขยายสาขาและศูนย์บริการในอนาคต บริษัทฯ มีแผนงานในการขยายออกเป็น 2 แบบ คือ การขยายศูนย์ทางด้านบุคคลโดยมองหาคนที่มีศักยภาพมาร่วมขยายฐานโดยเป็นผู้ร่วมธุรกิจของบริษัทในระดับมาสเตอร์ ดิสทริบิวเตอร์ (Master Distributer) เป็นผู้ขยายศูนย์ไปยังร้านค้ากระจายสินค้าต่างๆ ส่วนที่ 2 คือ จะขยายไปยังต่างประเทศโดยหาพันธมิตรร่วมทุนตั้งบริษัทในประเทศที่บริษัทฯ ได้สิทธิ์ในการจำหน่ายสินค้า ของ โคโยซะ อยู่ทั้ง 10 ประเทศ โดยบริษัทจะเป็นผู้ถือหุ้นครึ่งหนึ่ง
พร้อมกันนี้ เชนท์ ยังได้กล่าวถึงแนวโน้มของธุรกิจเครือข่ายในประเทศไทยว่า ยังมีแนวโน้มที่สดใส โดยถึงแม้จะเป็นบริษัทน้องใหม่ในวงการนี้ ด้วยจุดเด่นทั้งในด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่นและทั่วทุกมุมโลก โดดเด่นด้วยวัตถุดิบธรรมชาติมั่นใจได้ด้วยสิทธิบัตร และผลงานวิจัยรองรับ รวมทั้งระบบการส่งต่อสุขภาพ และความงามที่ ง่าย โปร่งใส และไม่ซับซ้อน พร้อมระบบออนไลน์ที่ช่วยสนับสนุนการให้บริการที่สะดวกสบายขึ้น
“ธุรกิจเครือข่ายมีอัตราการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว โดยในปี 2012 ไทยอยู่ในอันดับที่ 15 ของโลก ยอดขายอยู่ที่ 2.8 พันล้านเหรียญ และในปี 2013 เติบโตมาอยู่ที่ 2.9 พันล้านเหรียญ ถึงแม้จะเป็นปีที่มีวิกฤติทางเศรษฐกิจ ธุรกิจนี้ก็ยังมีอัตราการเติบโตถึง 7% และเชื่อว่าจะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีอนาคตที่สดใส จากปัจจัยบวกในหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”
สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด ทดลอง และสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ ศูนย์บริการอัยเซ็น ราชเทวี โทรศัพท์ 02 611 3330 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.aizenconnect.com
ส่องเทรนด์สิทธิบัตร "อุตสาหกรรมภาพยนตร์และสื่อบันเทิง" ในรอบ 20 ปี ชี้โอกาสไทยพลิกเกม จากผู้บริโภคคอนเทนต์ สู่ผู้สร้างนวัตกรรมระดับภูมิภาค
XSpring AM ประเมินตลาดหุ้นทั่วโลกปี 2026 ธีม AI นำตลาด สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้-ออสเตรเลียได้ไปต่อ เวียดนาม-จีน-ไทยเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง
สถาบัน ITD เปิดรายงาน UNCTAD ชี้ชัด "ไทยครองแชมป์ความหลากหลายสินค้า"
แคสเปอร์สกี้บล็อกภัยคุกคามบนเว็บพุ่งเป้าผู้ใช้ในไทยมากกว่า 24,000 รายการต่อวัน
CH งบ 9 เดือน ปี 68 กวาดรายได้ 1,258.31 ลบ. ทิศทาง Q4/68 ฟื้นตัว
แคสเปอร์สกี้แนะวิธีรับมือฟิชชิงดีสุดคือ 'รายงาน บล็อก และลบ'