ธ.ก.ส.เดินหน้าประกันภัยข้าวนาปี 58 ทุ่มงบ 476 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย 1.5 ล้านไร่

15 May 2015
ธ.ก.ส.ดีเดย์โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2558 ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั่วประเทศกว่า 1.5 ล้านไร่ อัตราเบี้ยประกันเริ่มต้นที่ 60 – 100 บาทต่อไร่ รัฐบาลพร้อมอุดหนุนส่วนต่างใช้งบประมาณรวม 476 ล้านบาท พิเศษลูกค้า ธ.ก.ส.รับเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกัน 10 บาทต่อไร่ เพิ่มแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาประกันความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2558 ให้ ธ.ก.ส.ดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2558 ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากปีการผลิตข้าว 2554 – 2557 โดยให้ ธ.ก.ส.ทำหน้าที่ผู้บริหารโครงการและเป็นตัวกลางระหว่างเกษตรกรผู้เอาประกันภัยกับผู้รับประกันภัยเอกชน และให้ ธ.ก.ส.ทดรองจ่ายเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยแทนรัฐบาลไปก่อน โดยรัฐบาลจะตั้งงบประมาณจ่ายในส่วนเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยดังกล่าวตามที่จ่ายจริง พร้อมด้วยค่าชดเชยต้นทุนเงินให้กับ ธ.ก.ส.ในปีงบประมาณถัดไป

สำหรับโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2558 เพื่อดำเนินการให้ความคุ้มครองแก่เกษตรกรลูกค้าผู้เอาประกันภัย ครอบคลุมภัยธรรมชาติ 7 ประเภท โดยมีหลักการสำคัญดังนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นผู้เอาประกันภัยได้รับความคุ้มครองจากภัยธรรมชาติ ได้แก่ อุทกภัย ฝนทิ้งช่วง ลมพายุ อากาศหนาว ลูกเห็บ และอัคคีภัย รวมทั้งภัยศัตรูพืชและโรคระบาด มีการแบ่งพื้นที่การรับประกันภัยออกเป็น 5 พื้นที่ตามระดับความเสี่ยง เพื่อจัดเก็บเบี้ยประกันภัยในอัตราที่แตกต่างกันตามระดับความเสี่ยงของพื้นที่ ตั้งแต่ 124.12 บาท ถึง 483.64 บาท โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ รับภาระค่าเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 60 - 100 บาทต่อไร่ และรัฐอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยในส่วนที่เหลือ 64.12 – 383.64 บาทต่อไร่

ทั้งนี้ ภาคเอกชนเป็นผู้รับประกันภัย วงเงินความคุ้มครอง 1,111 บาท ต่อไร่ ตลอดช่วงการเพาะปลูกสำหรับภัยธรรมชาติ 6 ประเภทดังกล่าวและวงเงินความคุ้มครอง 555 บาทต่อไร่ สำหรับภัยศัตรูพืชและโรคระบาด โดยการจ่ายค่าสินไหมทดแทนใช้เกณฑ์การประเมินความเสียหายที่ภาครัฐดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เช่นเดียวกับการดำเนินโครงการปี 2554 – 2557 กำหนดจำนวนพื้นที่เป้าหมายการเอาประกันภัยทั่วประเทศเป็นจำนวน 1.5 ล้านไร่ สำหรับระยะเวลาในการดำเนินโครงการฯ เริ่มขายกรมธรรม์ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม – 14 สิงหาคม 2558 สำหรับทุกภาคยกเว้นภาคใต้สิ้นสุดการรับทำประกันภัยวันที่ 11 ธันวาคม 2558 ทั้งนี้ในปีการผลิต 2558 นี้ รัฐบาลได้เริ่มโครงการเร็วขึ้นกว่าปีที่ผ่านๆ มา ทำให้เกษตรกรมีโอกาสในการเข้าร่วมและได้ประโยชน์จากโครงการมากขึ้น

"ธ.ก.ส.จะทำหน้าที่บริหารโครงการประกันภัยข้าวนาปีและเป็นตัวกลางระหว่างเกษตรกรลูกค้าผู้เอาประกันภัยกับผู้รับประกันภัย รวมทั้งทดรองจ่ายเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยแทนรัฐบาลโดยจะขอชดเชยเงินจากรัฐบาลในส่วนของเงินอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยตามจำนวนที่จ่ายจริง วงเงินไม่เกิน 476 ล้านบาท พร้อมเห็นชอบให้ ธ.ก.ส.สมทบค่าเบี้ยประกันภัยสำหรับเกษตรกรลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการในอัตราไร่ละ 10 บาท โดยใช้จ่ายจากเงินกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติ ซึ่ง ธ.ก.ส.พร้อมดำเนินการให้ทันฤดูกาลเพาะปลูกในเดือนพฤษภาคมนี้" นายสมหมายกล่าว

สำหรับกิจกรรมวันเปิดตัวโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2558 ในวันนี้ จัดขึ้น ณ โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นความร่วมมือของส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กรมส่งเสริมการเกษตร สมาคมประกันวินาศภัยไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ) ธ.ก.ส.ในฐานะผู้บริหารโครงการ พร้อมด้วยบริษัทผู้รับประกันภัย 7 บริษัทคือ กรุงเทพประกันภัยจำกัด (มหาชน) เจ้าพระยาประกันภัยจำกัด (มหาชน) ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน) ทูนประกันภัย จำกัด(มหาชน) นวกิจประกันภัย จำกัด(มหาชน) ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด(มหาชน) วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) เพื่อให้การดำเนินโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2558 เป็นที่รับรู้รับทราบในวงกว้างมากยิ่งขึ้น