ติดตามพื้นที่นาปรังภาคกลาง สศก.15 พร้อมสำรวจภาวะครัวเรือนเกษตรกร 4 จังหวัด

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 15 เผย พื้นที่นาปรัง 4 จังหวัดภาคกลาง อยุธยา สระบุรี ปทุมธานีและนนทบุรี ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 47.63 จากการประกาศให้งดทำนาปรังของกระทรวงเกษตรฯ ด้าน สศก.15 เตรียมกำลังพลลงสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนเกษตรกรเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด แนะ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และสร้างความโดดเด่นของสินค้า โดยการใช้เครื่องทุ่นแรงและเกษตรอินทรีย์ที่เหมาะสม
          นายสมชาย ครามานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 15 ปทุมธานี (สศก.15) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรอยู่ในช่วงดำเนินการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนเกษตรกร โดยในส่วนของ สศก.15 จะสำรวจในภาคกลางในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานีและนนทบุรี ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์รายได้ รายจ่ายรวมทั้งทรัพย์สินและหนี้สินของเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการทำนาปรังเป็นประจำทุกปี ปีละ 1-2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ในปี 2558 ปัจจุบันไม่สามารถทำนาปรังได้เนื่องจากชลประทานงดปล่อยน้ำสนับสนุนการทำนาปรังเพราะในเขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มีน้ำต้นทุนจำนวนน้อย ทำให้คาดว่าพื้นที่นาปรังใน 4 จังหวัดดังกล่าวจะลดลงจากปีก่อนร้อยละ 47.63 จากที่เคยมีพื้นที่ปลูก 1.52 ล้านไร่ 
          ขณะเดียวกันราคาผลผลิตข้าวจากปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ยกเลิกโครงการรับจำนำข้าวและมีปริมาณข้าวคงเหลือในสต๊อกมีจำนวนมาก มีผลให้ราคาข้าวปัจจุบันเหลือตันละ 6,000-7,000 บาท/ตัน อีกทั้งจากปัญหาภัยธรรมชาติและราคาผลผลิตตกต่ำทำให้เกษตรกรมีรายได้ไม่เพียงพอ ดังนั้น ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจครั้งนี้ ทำให้ทราบฐานะรายได้และปัญหาหนี้สินของเกษตรกรเพื่อนำไปสู่การแก้ไขต่อไป 
          ทั้งนี้ ปัจจุบัน ที่นาในที่ราบลุ่มเจ้าพระยาประมาณ 5.30 ล้านไร่ มีสัดส่วนของผู้เช่าอยู่ร้อยละ 40-70 ทำให้การทำนาในภาคกลางยังขาดการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพของผลผลิต ซึ่งแนวทางแก้ไขนั้น ต้องปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิต เช่น การทำนาแปลงใหญ่ใช้เครื่องทุ่นแรงอย่างมีประสิทธิภาพ หรือถ้าเป็นนาแปลงเล็กก็เน้นเกษตรอินทรีย์ลดการใช้สารเคมี นอกจากนี้ ควรมุ่งปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีการตรวจสอบคุณภาพการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยังปลายน้ำเพื่อสร้างความโดดเด่นด้านคุณภาพในตัวสินค้าของเกษตรกรอีกด้วย


ข่าวสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่+สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรวันนี้

สศก. วิเคราะห์โอกาส "กล้วยหอมทองโคราช" สินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่ตลาดส่งออก ชูโมเดลความสำเร็จ ใช้นวัตกรรม Micro-Nano Bubbles พร้อมแนะบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยเน้นการวิเคราะห์ศักยภาพสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทานเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าที่ยั่งยืน ล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 (สศท.5) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาด "กล้วยหอมทอง" ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจดาวรุ่งที่มีความโดดเด่นทั้งด้านคุณภาพและศักยภาพในการส่งออก โดยเฉพาะการเจาะตลาดประเทศญี่ปุ่น จากการติดตามของ สศท.5 พบว่า ในปี 2568

ยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน 36% สร้างรายได้ 1... สศก. ชูโมเดล "ไร่เตียวิเศษ" เกาะพะงัน ธุรกิจเกษตรอินทรีย์แบบ Demand-led ใช้ Zero Waste — ยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุน 36% สร้างรายได้ 1.28 ล้านบาท/ปี เสริมเสถี...

นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเ... ของดีเมืองสงขลา 'ส้มโอหอมควนลัง' GI เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตส้มโอคุณภาพ ออกตลาด ต.ค. - พ.ย. นี้ — นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9...

นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักง... สศท.5 หนุน 'ผำ' อาหารแห่งอนาคต สู่โปรตีนทางเลือกยุคใหม่ ตามนโยบายเกษตรมูลค่าสูง — นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชส...