นางอังคณา ปิลันธน์โอวาท ไชยมนัส กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกโครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยของข้าราชการ และนำเงินงบประมาณในโครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยของข้าราชการที่กรมบัญชีกลางฝากอยู่ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินตามข่าวที่เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ ธอส. ขอชี้แจงว่า โครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยของข้าราชการ เป็นโครงการให้สินเชื่อแก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ.2535 โดยธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย MRR-3.00 (ปัจจุบัน MRR ธอส. เท่ากับ 6.85 ต่อปี) ทั้งนี้โครงการดังกล่าวได้รับอุดหนุนเงินงบประมาณจากรัฐบาลส่วนหนึ่ง และ ธอส.สมทบอีกส่วนหนึ่ง เพื่อให้เป็นสวัสดิการให้ข้าราชการ ลูกจ้าง มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง อย่างไรก็ตามได้ยุติการปล่อยสินเชื่อใหม่สำหรับโครงการดังกล่าวแล้วตั้งแต่ปี 2545 โดยมีจำนวนของลูกค้าที่เป็นข้าราชการเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 71,559 บัญชี วงเงินประมาณ 27,300 ล้านบาท และ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2558 ยังมีลูกค้าคงเหลือจำนวน 2,670 บัญชี วงเงินประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างหารือกับกรมบัญชีกลางเพื่อหาวิธีปฏิบัติเพื่อไม่ให้ลูกค้าที่ยังอยู่ในโครงการเดิมได้รับผลกระทบ
ขณะเดียวกันแม้จะยุติการดำเนินโครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยของข้าราชการ ในปี 2545 แต่รัฐบาลก็ได้มีนโยบายให้ธนาคารจัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อรองรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐให้สามารถมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการบ้าน ธอส. – กบข. เพื่อที่อยู่อาศัยข้าราชการ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2544 – 2557 ส่วนข้าราชการที่ไม่ใช่สมาชิก กบข. ก็สามารถใช้บริการ โครงการสินเชื่อสำหรับบุคลากรภาครัฐ ได้ โดยยอดสินเชื่อล่าสุด ณ เดือนมีนาคม 2558 มีข้าราชการและบุคลากรภาครัฐได้รับสินเชื่อผ่านโครงการดังกล่าวไปแล้วกว่า 252,000 บัญชี คิดเป็นวงเงินกู้รวมกว่า 184,000 ล้านบาท และขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างเตรียมเปิดตัวโครงการประจำปี 2558 ซึ่งเป็นโครงการบ้าน ธอส. – กบข. ครั้งที่ 11
“ยืนยันว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายให้ ธอส. เดินหน้าสร้างโอกาสให้ลูกค้าประชาชน รวมถึงข้าราชการและบุคลากรภาครัฐได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองต่อเนื่อง ดังนั้น ข้าราชการและบุคลากรภาครัฐที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ยังสามารถใช้บริการสินเชื่อบ้านกับ ธอส. ได้เช่นเดิม โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนยุทธศาสตร์ลดความเหลื่อมล้ำของรัฐบาลของ ธอส. ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีรายได้น้อยถึงปานกลางได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยมุ่งเน้นผู้ที่ยังไม่เคยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาก่อนซึ่งเป็นไปตามพันธกิจหลักของธนาคาร” นางอังคณากล่าว
นางอังคณา กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่มติ ครม. กำหนดให้ ธอส. นำเงินตามโครงการสวัสดิการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยของข้าราชการพร้อมดอกเบี้ยที่เกิดจากโครงการดังกล่าวทั้งหมดคืนให้กรมบัญชีกลาง เพื่อส่งคืนเป็นรายได้แผ่นดินนั้น ธนาคารได้มีการประชุมหารือกับกรมบัญชีกลางมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 โดยล่าสุดมีเงินที่กรมบัญชีกลางฝากไว้กับ ธอส. ตามโครงการดังกล่าว จำนวน 7,600 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างหารือกับกรมบัญชีกลางเพื่อให้เป็นไปตามมติ ครม. ต่อไป ทั้งนี้ การส่งเงินคืนดังกล่าวไม่ได้กระทบกับสภาพคล่องหรือความแข็งแกร่งของธนาคาร เห็นได้จากสถานะเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง หรือ BIS Ratio ณ สิ้นเดือนมีนาคมอยู่ที่ระดับ 16.73% สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งเอาไว้ที่ 8.5%
REIC จับมือ สสช. เชื่อมโยง Big Data ยกระดับฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ เพิ่มความแม่นยำวิเคราะห์ Demand - Supply หนุนตลาดที่อยู่อาศัยเติบโตอย่างยั่งยืน
ธอส. ปล่อยสินเชื่อใหม่ครึ่งปีแรกทะลุ 123,000 ล้านบาท หนุนคนไทยมีบ้านแล้วกว่า 4.8 ล้านครอบครัว
ธอส. เดินหน้ากระตุ้นตลาดบ้านแนวราบ จัดมหกรรมบ้านเดี่ยวออนไลน์ 2569 คัดบ้านคุณภาพดีกว่า 3,000 รายการ ลดราคาสูงสุด 50%
ธอส. ชวนเปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นพลังงานสะอาด ติดตั้ง Solar Rooftop ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,100 บาทในงาน Thailand Smart Money อุบล ครั้งที่ 12
ใครหาบ้านในฝัน ห้ามพลาด! ธอส. ยกขบวนบ้านมือสองทำเลเด่น
ธอส. คว้ารางวัล Asian Banking and Finance Retail Banking Awards 2026 สาขา Financial Inclusion Initiative of the Year
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เปลี่ยนทุกการออมเป็นพลังแห่งการให้ กับ "เงินฝากออมทรัพย์ ESG Plus" ฝากทุก ๆ 10,000 บาท มีส่วนช่วยสร้าง - ซ่อมที่อยู่อาศัยแก่ผู้ด้อยโอกาสไปกับ ธอส.
กคช. MOU ธอส. ใช้ A2S พลิกโฉมงานตรวจสอบภายใน