พพ. รุก หนุนโรงงานอุตสาหกรรม เปลี่ยนใช้เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (Wood pellets) แทนการใช้น้ำมันเตา ชี้ผลประหยัดสูงสุดจากขี้เลื่อยอัดเม็ด ลดค่าใช้จ่ายได้สูงกว่า 2.5 ล้านบาทต่อปี หวังเป็นทางเลือกการใช้พลังงานทดแทนจากเชื้อเพลิงชีวมวลในประเทศ ลดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงให้ธุรกิจเพิ่มขึ้น มั่นใจหลังทดลองในโรงงานนำร่องได้ผลสัมฤทธิ์ เตรียมขยายผลส่งเสริมการลงทุนเปลี่ยนหัวเผาให้อีก 100 โรงงาน
วันนี้ (2กค.) นายธรรมยศ ศรีช่วย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) ได้เป็นประธานในการพาสื่อมวลชนเยี่ยมชม โครงการสาธิตการใช้เชื้อเพลิงอัดเม็ดในหม้อน้ำขนาดเล็กเพื่อทดแทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคอุตสาหกรรม ณ บริษัท แอล.วาย.อินดัสตรีส์ จำกัด ซึ่งถือเป็นโรงงานอุตสาหกรรมต้นแบบที่ พพ. ได้ทำการศึกษา การเปลี่ยนหัวเผาหม้อไอน้ำจากเดิมใช้น้ำมันเตา ให้ปรับมาใช้หัวเผาที่สามารถใช้เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (Wood pellets) แทน เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนสูง และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในประเทศมากยิ่งขึ้น
นายธรรมยศ กล่าวว่า การพาสื่อมวลชนมาเยี่ยมชมโครงการฯ ครั้งนี้ เพื่อให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์จากการส่งเสริมให้โรงงานต้นแบบแห่งนี้ ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (Woodpellets) โดยเบื้องต้นงบประมาณสำหรับการปรับปรุงหม้อไอน้ำไปใช้หัวเผาชีวมวลอัดเม็ด 8.2 ล้านบาท และพพ. ได้ร่วมสนับสนุน 47% ซึ่งจากการศึกษาที่ได้ทดลองใช้เชื้อเพลิงอัดเม็ดจากชีวมวลใน 3 รูปแบบ เพื่อวิเคราะห์ถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม ผลที่ได้รับคือ หากเปลี่ยนมาใช้เป็นเชื้อเพลิงขี้เลื่อยอัดเม็ด จะมีความคุ้มค่าสูงสุด คิดเป็นค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงที่ลดลง 60% หรือเฉลี่ย 2.5 ล้านบาทต่อปี รองลงมาได้แก่ เชื้อเพลิงจากหญ้าเนเปียร์อัดเม็ด คิดเป็นค่าใช้จ่ายที่ลดลง 51% หรือเฉลี่ย 2.2 ล้านบาทต่อปี และเชื้อเพลิงจากแกลบอัดเม็ด คิดเป็นค่าใช้จ่ายที่ลดลง 49% หรือเฉลี่ย 2.1 ล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้ ในส่วนของการขยายผลโครงการศึกษาการเปลี่ยนหัวเผาหม้อไอน้ำเพื่อใช้เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (Wood pellets) ดังกล่าว พพ. พบว่ามีความคุ้มค่าในการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล โดยเฉพาะการใช้ขี้เลื่อยอัดเม็ด ซึ่งพบว่ามีความคุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะมีระยะเวลาคืนทุนเพียง 2.7 ปี ซึ่งในปีงบประมาณ 2559 นี้ พพ. มีแผนการขยายผลสนับสนุนการปลี่ยนหัวเผารูปแบบ Wood pellets นี้ ประมาณ 100 แห่ง และคาดว่าจะมีแพ็คเกจสนับสนุนโครงการ รูปแบบ 30-70 (พพ.ร่วม 30% และผู้ประกอบการ 70%) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป
"พพ.เชื่อว่า เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด หรือ Woodpellets นี้ จะเป็นเชื้อเพลิงซึ่งจะเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม เพราะจะช่วยให้ลดต้นทุนด้านพลังงาน แม้ในช่วงแรกอาจต้องมีการลงทุนปรับเปลี่ยนอุปกรณ์บ้าง แต่จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะจะทำให้เกิดการใช้เชื้อเพลิงจากพลังงานทดแทนที่ได้จากในประเทศเอง ลดการเพิ่มมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการเผาเศษวัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตร และที่สำคัญสามารถลดความเสี่ยงจากการที่ต้องพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ ซึ่งในอนาคตคาดว่ายังมีโอกาสที่ราคาจะผันผวนรุนแรงได้ทุกเมื่อ" นายธรรมยศกล่าว
สำหรับ เชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดหรือ Wood pellets ปัจจุบันประเทศไทยเริ่มมีการผลิตอยู่แล้วผู้ผลิตส่วนใหญ่หันไปทำตลาดส่งออกเกือบทั้งหมด เนื่องจากปริมาณการใช้ในประเทศยังไม่นิยม แต่ปัจจุบันตลาดการส่งออกเริ่มตรึงตัว และคาดว่าจะมีการใช้เพิ่มในประเทศเพิ่มขึ้น โดย Wood pellets ผลิตจากวัตถุดิบที่หาได้ในประเทศไทย เช่น เปลือกไม้ยูคา ขี้เลื่อย ซังข้าวโพด และหญ้าเนเปียร์ เป็นต้น คุณสมบัติเบื้องต้นจะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8-10 มิลลิเมตร และยาว 20-50 มิลลิเมตร มีค่าความร้อน (Heat value) สูงประมาณ 4,000-4,500 kcal/kg (กิโลแคลรอรี่) มีค่าความชื้นต่ำ (Moister content) 8-15% มีขี้เถ้าน้อยเพียง 3-5% ที่สำคัญจะมีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์จึงทำให้การเผาเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดนี้ สามารถช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้อย่างดี นอกจากนี้ยังพบว่ามีราคาน้อยกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ เช่น ก๊าซ LPG หรือ น้ำมันเตา โดยเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด 2-3 กิโลกรัม ให้ค่าความร้อนเท่ากับน้ำมันเตาปริมาณ 1 ลิตร เป็นต้น
LPP ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Property Management ที่ "สร้างผลลัพธ์จริง" หลัง 'อาคารปัน' คว้ารางวัล Thailand Energy Awards 2025 ยืนยันศักยภาพการบริหารอาคารที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และดึงดูดผู้เช่าคุณภาพ
กรังด์ปรีซ์ฯ คว้ารางวัลดีเด่น "อาคารสร้างสรรค์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน" จาก พพ. กระทรวงพลังงาน ในงาน Thailand Energy Awards 2024
เบเยอร์ ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมสีรักษ์โลก อันดับ 1 เป็นบริษัทสีรายแรกและรายเดียวในไทย รับโล่ขอบคุณพันธมิตร "ฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5" จาก พพ. และ กฟผ.
เบเยอร์ ภูมิใจ รับรางวัลด้านพลังงาน ตอกย้ำความเป็นผู้นำสีรักษ์โลก และผู้สร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมด้านพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน
TSE คว้ารางวัลพลังงานยอดเยี่ยม Thailand Energy Award 2 ปีซ้อน เดินหน้าธุรกิจพลังงานหมุนเวียน หนุนเป้าโตยั่งยืน
การเคหะแห่งชาติเสริมความรู้ด้านบริหารจัดการพลังงาน สร้างจิตสำนึกการมีส่วนร่วมให้ทุกคน ลดใช้พลังงานและใส่ใจสิ่งแวดล้อม
สถาพร เอสเตท (SE) กวาด 4 รางวัล จากเวที Thailand Energy Award 2023
ผู้บริหารบางจากฯ ร่วมผลักดันนวัตกรรมด้านพลังงานรุ่นเยาว์ ผ่านเวทีการประกวด The Young Energy Designer 2023