กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสาน 37 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตรียมรับมือสภาพอากาศหนาวเย็น ช่วงวันที่ 25 – 29 พฤศจิกายน 2558 โดยสำรวจความต้องการเครื่องกันหนาว จัดหา วางแผน จัดสรรเครื่องกันหนาวให้สอดคล้องกับสภาพความเดือดร้อน รวมถึงวางมาตรการเชิงรุกในการป้องกันภัยที่มักเกิดในช่วงฤดูหนาว เน้นการประชาสัมพันธ์ข้อมูลสภาพอากาศและภาวะความเสี่ยงภัยในช่วงฤดูหนาว เพื่อให้ประชาชนสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมถึงดำเนินชีวิตในช่วงฤดูหนาวได้อย่างปลอดภัย
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ระหว่างวันที่ 25 – 29 พฤศจิกายน 2558 มวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นลง อุณหภูมิลดลง 6 – 8 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะบริเวณยอดดอยและยอดภู จะมีอากาศหนาวจัด โดยระยะแรกจะมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรง เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคอื่นๆจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสาน 37 จังหวัดภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เตรียมรับมือสภาพอากาศหนาวเย็นและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ สำรวจความต้องการเครื่องกันหนาว และจัดทำบัญชีผู้ประสบภัยหนาว พร้อมกำหนดแนวทางการช่วยเหลือ และวางแผนจัดสรรเครื่องกันหนาวตามลำดับความสำคัญและสภาพความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ คนพิการ เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ และผู้มีรายได้น้อย รวมถึงให้ยึดการปฏิบัติตามแนวทางตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2556 ตลอดจนประสานส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเตรียมเครื่องกันหนาว และบูรณาการร่วมกับรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนในการกำหนดพื้นที่แจกจ่ายเครื่องกันหนาว เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนและกระจายการช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ตลอดจนกำหนดมาตรการเชิงรุกในการป้องกันภัยที่มักเกิดในช่วงฤดูหนาว เน้นการประชาสัมพันธ์ข้อมูลสภาพอากาศและภาวะความเสี่ยงภัยในช่วงฤดูหนาว เพื่อให้ประชาชนสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมถึงดำเนินชีวิตในช่วงฤดูหนาวได้อย่างปลอดภัย
นายฉัตรชัย กล่าวเตือนประชาชนในพื้นที่ 37 จังหวัด ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย รวมถึงดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นพิเศษ จะช่วยป้องกันการเจ็บป่วย รวมถึงจัดหาที่กำบังผลิตผลทางการเกษตรที่อาจได้รับความเสียหายจากลมพัดแรง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในช่วงฤดูหนาว โดยไม่ดื่มสุราแก้หนาว ไม่ผิงไฟในเต็นท์ที่ปิดมิดชิด นอกจากนี้ ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับไฟเป็นพิเศษเพราะช่วงฤดูหนาวมีสภาพอากาศแห้ง ลมพัดแรง เมื่อเกิดเพลิงไหม้ไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเปิดไฟหน้ารถ ไฟตัดหมอกไม่ขับรถเร็ว เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในช่วงหมอกปกคลุมเส้นทางทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสภาพอากาศหนาว สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจะได้ประสานให้ความช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
0-2243-0674 0-2243-2200 www.disaster.go.th
LINE ผนึก 5 หน่วยงานรัฐ ยกระดับ LINE Safety Check สู่หนึ่งในระบบเตือนภัยดิจิทัลของประเทศ
กทม. ยกระดับแผนปฏิบัติการป้องกันรับมือฝุ่น PM2.5 เข้มตรวจแหล่งกำเนิดฝุ่น ลดผลกระทบสุขภาพประชาชน
SME D Bank ออกมาตรการด่วนช่วยเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบพายุ "บัวลอย" 'พักชำระหนี้-เติมทุนฉุกเฉิน' ลดภาระทางการเงิน ฟื้นฟูธุรกิจกลับมาเดินหน้าเร็ววัน
NT หนุนพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยแห่งชาติ "T-Alert" ยกระดับความปลอดภัยประชาชนทั่วประเทศ
เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา
SAM ห่วงใยลูกหนี้ ออกมาตรการเร่งด่วนครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งผู้ประสบสาธารณภัยพายุ "วิภา" พักเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 3 เดือน ส่วนผู้เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล จัดดอกเบี้ยต่ำ 3-5% ผ่อนยาว 10 ปี เพื่อส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทยเริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ลงนามบันทึกความเข้าใจ ยกระดับ MOU ร่วมให้ความรู้
NT พร้อมแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast หลังการทดสอบประสบผลสำเร็จ ได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยรวดเร็ว แม่นยำ
ชาวเชียงใหม่ อยุธยา อุดรฯ นครศรีฯ และกรุงเทพฯ เตรียมตัวให้พร้อม!