มาสเตอร์โพล (Master Poll) ผลวิจัยพบ รัฐทุ่มงบ 1,400 ล้านแก้ปัญหาค้ามนุษย์แต่ยังขาดองค์กรกลางขับเคลื่อนทั้งระบบทำให้เหยื่อค้ามนุษย์ไร้ทิศทางเข้าพึ่งหน่วยงานรัฐ เสนอโครงสร้างสำนักงาน ป.ป.ม.

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          ผลวิจัยพบ รัฐทุ่มงบ 1,400 ล้านแก้ปัญหาค้ามนุษย์แต่ยังขาดองค์กรกลางขับเคลื่อนทั้งระบบทำให้เหยื่อค้ามนุษย์ไร้ทิศทางเข้าพึ่งหน่วยงานรัฐ เสนอโครงสร้างสำนักงาน ป.ป.ม. มียุทธศาสตร์เป็นหนึ่งที่พึ่งประชาชน แนะส่งอัครราชทูตที่ปรึกษาด้านป้องกันและปราบปรามค้ามนุษย์ประจำกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและวอชิงตัน ดีซี ปกป้องผลประโยชน์ชาติหลายแสนล้านบาทและรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนบนแผ่นดินไทย พร้อมแนะตั้งกองทุนต่อต้านค้ามนุษย์ที่ยั่งยืน หนุนความมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรีตัดวงจรค้ามนุษย์ให้สิ้น
          ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชนมาสเตอร์โพล(Master Poll)ร่วมกับทีมวิชาการด้านยุทธศาสตร์เปิดเผยผลวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)เสนอแนวทางต่อต้านค้ามนุษย์ต่อยอดงานวิจัยที่เคยทำมาพบว่า สาเหตุไทยถูกจัดอันดับค้ามนุษย์ตกเทียร์ 3 ซ้ำเพราะองค์การระหว่างประเทศไม่เชื่อมั่นกลไกรัฐแก้ปัญหาค้ามนุษย์ของไทยว่าจะยั่งยืน โดยผลการศึกษาพบด้วยว่า รัฐจัดสรรงบประมาณเพิ่มจาก 200 กว่าล้านบาทในปีที่แล้วเป็น 1,400 ล้านบาทในปีนี้ กระจายไปกระทรวงต่างๆ ที่มีการทำตามตัวชี้วัดแต่ไม่ตอบโจทย์ตรงเหยื่อค้ามนุษย์ทั้งที่เม็ดเงินจำนวนนี้มากพอจะตั้งองค์กรถาวรได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงควรพิจารณาตั้งองค์กรถาวรต่อต้านขบวนการค้ามนุษย์ขึ้นปกป้องผลประโยชน์ชาติ 4 – 5 แสนล้านบาทและรักษามูลค่าภาพลักษณ์ของประเทศอีกมหาศาล
          ดร.นพดล กล่าวว่า การตั้งองค์กรถาวรต่อต้านขบวนการค้ามนุษย์เป็นสิ่งจำเป็นที่จะแสดงถึงความพยายามของภาครัฐในการปกป้องผลประโยชน์ชาติและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนบนแผ่นดินไทย โดยเสนอมีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์หรือ ป.ป.ม.ทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์ให้เป็นหนึ่งที่พึ่งของประชาชน สางปัญหาตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางพร้อมตั้งกองทุนต่อต้านค้ามนุษย์ที่ยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อกลไกรัฐขจัดค้ามนุษย์ คณะวิจัยมั่นใจว่าประเทศไทยบอกลาเทียร์ 3 ได้แน่ตามความมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ก้าวสู่ผู้นำอาเซียนต่อต้านค้ามนุษย์โดยช่วยเหลือเหยื่อได้แบบเบ็ดเสร็จในที่เดียวภายใต้โครงสร้างของ ป.ป.ม. มีการแต่งตั้งอัครราชทูตที่ปรึกษาต่อต้านขบวนการค้ามนุษย์ในกลุ่มประเทศ CLMMV คือ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ มาเลเซีย เวียดนาม และที่วอชิงตัน ดีซี
          "นอกจากนี้สาเหตุเพิ่มเติมที่ทำไทยตกเทียร์ 3 ซ้ำคือ ช่วงเวลาทำข้อมูลรายงานใน TIP Report ยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายใหม่ที่ประกาศใช้ปลายปีที่แล้ว และข้อมูลการค้ามนุษย์ของไทยกระจายอยู่หลายหน่วยงาน โดยเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ก็ไร้ทิศทางที่เป็นเอกภาพเข้าพึ่งพาขอความช่วยเหลือแตกแยกออกไปตามหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม) กระทรวงแรงงาน (รง) กระทรวงการต่างประเทศ (กต) กระทรวงยุติธรรม (ยธ) ตำรวจ ดีเอสไอ มหาดไทย (มท)สำนักข่าว และมูลนิธิ NGO ต่างๆ ที่ต่างฝ่ายต่างมีแนวทางทำงานและใช้ดุลพินิจที่เป็นอิสระตามกฎหมายและข้อพิจารณาที่หน่วยของตนถือเป็นแนวทางอยู่" ดร.นพดล กล่าว
ดร.นพดล กล่าวต่อว่า กฎหมายมากกว่า 25 ฉบับ ในขณะที่มีผู้จะตกเป็นเหยื่อหลายสิบล้านคนแต่มีสถิติพบเหยื่อในรายงานทางราชการเพียงหลักร้อยคน และยังไม่มีบทบัญญัติการคัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์ในกฎหมายทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติต่างใช้ดุลพินิจและอ้างข้อกฎหมายที่ขัดแย้งกัน เช่น พม.บอกว่าเป็นเหยื่อแต่ตำรวจบอกไม่ใช่ บางราย พม.บอกว่าไม่ใช่แต่ NGO บอกว่าใช่ ทั้งที่องค์การระหว่างประเทศระบุชัดว่า แม้แต่ผู้สมัครใจก็ถือว่าเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ได้ ยิ่งไปกว่านั้นมีการฝึกอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่แต่หลังอบรมต่างกลับไปปฏิบัติภารกิจต้นสังกัดมีเจ้าหน้าที่เหลือทำคดีค้ามนุษย์จริงไม่ถึงครึ่ง 
          ผอ.ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ กล่าวต่อด้วยว่า ภารกิจของรัฐแก้ปัญหาค้ามนุษย์ถูกแบ่งออกเป็น 6 ภารกิจหลักกระจายไปตามกระทรวงต่างๆ ได้แก่ งานนโยบายเป็นของ พม. งานดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมายเป็นของ ยธ. และตำรวจ งานคุ้มครองช่วยเหลือเป็นของ พม. งานป้องกันเป็นของ รง. งานต่างประเทศเป็นของกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้และงานปราบปรามทุจริตเป็นของ ปปช.และ ปปท. จะเห็นว่าการบริหารจัดการนโยบายสาธารณะเช่นนี้ขาดองค์กรกลางจึงตอกย้ำว่าเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์จะเกิดความสับสนในการเข้าถึงพึ่งพาหน่วยงานรัฐที่กระจายกัน ส่งผลให้แต่ละส่วนราชการมีข้อจำกัดในการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์แนวเดิม ดังนั้น เพื่อต่อต้านขบวนการค้ามนุษย์อย่างยั่งยืนจะต้องกำหนดยุทธศาสตร์แนวใหม่เป็นภาพใหญ่และไม่ขัดแย้งกันเอง ด้วยการตั้งองค์กรถาวรตามโครงสร้างดังภาพ


          ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน โทร. 086 – 971-7890 www.masterpoll.net

ข่าวนายกรัฐมนตรี+นพดล กรรณิกาวันนี้

Green Transformation ทางรอดเศรษฐกิจไทย: เปิดวิสัยทัศน์ 'ยศชนัน' ปรับระบบ อว. ดันนวัตกรรมสีเขียวสู้ตลาดโลก

ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บรรยายพิเศษในหัวข้อ "Powering Thailand's Green Economy with Science and Innovation" ในการสัมมนาหัวข้อ เปลี่ยนวิถีชีวิตพลิกเกมเศรษฐกิจด้วย Net Zero ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. (NAC2026) โดยระบุว่า ในวันที่เศรษฐกิจไทยถูกกดดันด้วยค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง คำถามที่ถูกตั้งขึ้นเสมอคือในเมื่อเงินทองยังไม่มี เราจะเอางบประมาณที่ไหนไปทำเรื่องเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)

ผศ.ดร.อรรณพ ทัศนอุดม รักษาราชการแทนอธิการ... มทร.ล้านนา ชูนวัตกรรมแก้ภัยพิบัติ รุกบทบาท "Regional Innovation Hub"พร้อมยกระดับอาหารล้านนาสู่สากล — ผศ.ดร.อรรณพ ทัศนอุดม รักษาราชการแทนอธิการบดี นำคณะผู้...

รองนายกฯ เอกนิติ เลขาธิการบีโอไอ ลุยสหรัฐ... "เอกนิติ - บีโอไอ" เจรจาผู้ผลิตชิปสหรัฐฯ เปิดเกมรุกดึงลงทุนไทย ท่ามกลางโลกผันผวน — รองนายกฯ เอกนิติ เลขาธิการบีโอไอ ลุยสหรัฐฯ เจรจาความร่วมมือเศรษฐกิจ พร้...