ท่องเที่ยว จับมือ สธ.พัฒนาและส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภายใน 10 ปี

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จับมือกระทรวงสาธารณสุข พัฒนาและส่งเสริมประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใน 10 ปี ในระยะเร่งด่วนเร่งจัดทำระบบเก็บค่าประกันสุขภาพสำหรับชาวต่างชาติ ขยายเวลาพำนักในไทย กรณีเข้ารักษาพยาบาลกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม และจีนจากเดิม 14-30 วัน เป็น 90 วันส่งเสริมธุรกิจบริการสุขภาพ จัดทำแพ็คเก็จสุขภาพ และพัฒนาสถานบริการรองรับนักท่องเที่ยว
          วันนี้ (12 ต.ค.58) นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาและส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical and Wellness Tourism) ครั้งที่1/2558 เพื่อพิจารณายุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ 10 ปี (พ.ศ.2559-2568) และติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานทุก 3 เดือน ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรุงเทพฯ 
          
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย และกระทรวงสาธารณสุข โดยกระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่จัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อคนไทยทั้งประเทศ การที่จะจัดบริการด้านสุขภาพสำหรับนักท่องเที่ยว จะเป็นการทำเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย ช่วยทำให้การท่องเที่ยวของประเทศดีขึ้น ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาและส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยมีกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (พ.ศ.2559-2568) 4 ข้อ คือ 1. เพิ่มขีดความสามารถในการจัดบริการสุขภาพ 2.พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการทุกระดับ 3.การพัฒนาวิสาหกิจชุมชน/ผู้ประกอบการรายย่อย รองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และ 4.การส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์
          การดำเนินงานในระยะเร่งด่วน ภายใน 2 ปี พ.ศ. 2559 - 2560 จะเร่งจัดทำระบบประกันสุขภาพสำหรับชาวต่างชาติ (Landed Fee) การพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนนำร่อง 7 จังหวัด ขยายเวลาพำนักในไทย กรณีเข้ารักษาพยาบาลกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม และจีน จาก14-30 วัน เป็น 90 วัน จัดทำแพ็คเก็จสุขภาพพัฒนาสถานบริการทั้งภาครัฐและเอกชนรองรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดท่องเที่ยวพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจบริการเชิงสุขภาพ 
          ทั้งนี้ การดำเนินงาน พัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นการบูรณาการกับกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน และเป็นไปตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อสภานิติบัญญัติ โดยนโยบายด้านสาธารณสุขอยู่ในนโยบายที่ 5 การยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชน และอยู่ในคลัสเตอร์ที่ 4 ของนโยบายด้านการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศผลการดำเนินงาน ในปี2557 มีชาวต่างชาติเข้ามารับบริการสุขภาพในประเทศไทย 1.2 ล้านครั้ง สร้างรายได้เข้าประเทศ 107,000 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่ไทยได้รับการยอมรับคือ ราคาเหมาะสม บริการมีคุณภาพ มาตรฐานสากล บุคลากรเชี่ยวชาญ เทคโนโลยีทันสมัย คนอัธยาศัยดี และมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม

ข่าวศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ+การกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาวันนี้

ไอคอนสยาม เปิดเวทีแห่งความภาคภูมิใจของไทย สู่สายตาโลก "Amazing Thailand Countdown 2026" สร้างมหาปรากฏการณ์ Global Countdown Destination

ค่ำคืนเคานต์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลายเป็นภาพประทับใจระดับโลก เมื่อ โอปอล สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 ปรากฏตัวอย่างสง่างามบนเวที Amazing Thailand Countdown 2026 at ICONSIAM ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ปีใหม่ ท่ามกลางแสง สี เสียง และบรรยากาศการแสดงระดับเวิลด์คลาส โดยพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจาก คุณอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วย

ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชู... ราชยานยนต์ สมาคม ประกาศกิจกรรมแข่งขันรถยนต์ ประจำปี 2568 ส่งเสริมการท่องเที่ยว — ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา (ร.ย.ส.ท.) จัดง...

เมื่อเร็วๆนี้ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ... กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติจัดงานมอบทุนการศึกษาของนักกีฬาและบุคลากรกีฬา ประจำปี 2568 — เมื่อเร็วๆนี้ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) จัดพิธีอบรมปฐมนิเทศ ...

สไตรเกอร์ เชื่อมั่นประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

โครงการ 30 บาทจะมีส่วนผลักดันให้ตลาดเครื่องมือแพทย์เติบโต สไตรเกอร์ ตั้งเป้าว่าจะโตขึ้น 50% มาที่ 200 ล้านบาท บริษัท สไตรเกอร์เอเซียอาคเนย์ ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของ บริษัท สไตรเกอร์ บริษัทชั้นนำ 1 ใน 400 ราย ที่ Fortune...